การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อ หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นทั้งหมดเป็นของกองบรรณาธิการ

Flat Rate คิดยังไง — และทำไมมันถึงดู "ถูก" ผิดปกติ

ดอกเบี้ยแบบ Flat (เงินต้นคงที่) คิดง่ายจนน่าใจหาย: เอาเงินต้นทั้งก้อน คูณอัตราดอกเบี้ย คูณจำนวนปี จบ กู้ 500,000 บาท Flat 3% ผ่อน 4 ปี ดอกเบี้ยคือ 500,000 × 3% × 4 = 60,000 บาท เอาไปบวกเงินต้นแล้วหาร 48 งวด ได้ค่างวดเดือนละ 11,667 บาท เท่ากันทุกเดือน

ปัญหาอยู่ตรงคำว่า "เงินต้นทั้งก้อน" — ในชีวิตจริง ทุกเดือนที่คุณผ่อน เงินต้นที่ค้างอยู่ลดลงเรื่อย ๆ เดือนที่ 47 คุณเหลือหนี้ไม่ถึงสามหมื่น แต่สัญญา Flat ยังคิดดอกเบี้ยเสมือนคุณค้างเต็มห้าแสนอยู่เหมือนวันแรก นั่นคือคุณจ่ายดอกเบี้ยบนเงินที่คืนไปแล้ว และนี่แหละเหตุผลที่เลข Flat ดูถูกกว่าความจริงเกือบเท่าตัว — มันไม่ใช่การโกง มันถูกกฎหมายทุกประการ แต่มันคือการเลือกโชว์เลขที่เล็กที่สุดเท่าที่คณิตศาสตร์จะอนุญาต

Effective Rate — ดอกเบี้ยที่ซื่อสัตย์กับความจริง

Effective Rate (ลดต้นลดดอก) คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละเดือน ผ่อนไปเท่าไหร่ ฐานที่ใช้คิดดอกก็เล็กลงเท่านั้น สินเชื่อบ้านทั้งระบบใช้วิธีนี้ และเป็นวิธีเดียวที่บอกต้นทุนการกู้ตามความเป็นจริง เวลาเทียบสินเชื่อข้ามประเภทหรือข้ามเจ้า ต้องแปลงทุกตัวมาเป็น Effective ก่อนเสมอ ไม่งั้นคือการเทียบส้มกับก้อนหิน

ตัวช่วยจำที่ใช้งานได้จริง: Effective ≈ Flat × 1.8 ถึง 1.95 (ยิ่งผ่อนนานตัวคูณยิ่งเข้าใกล้ 2) เห็นป้าย Flat 2.99% ให้คูณสองในใจไว้ก่อนเลยว่าดอกจริงแถว ๆ 5.5–5.8% แล้วค่อยไปหาเลขเป๊ะทีหลัง — แค่นิสัยเดียวข้อนี้ก็กันคุณจากการตัดสินใจพลาดได้เกินครึ่ง

ทำไมไฟแนนซ์ไม่โฆษณาเป็น Effectiveเพราะไม่มีใครบังคับให้ทำในทุกสื่อโฆษณา และเลขเล็กขายง่ายกว่า — แม้ประกาศทางการของผู้ให้บริการต้องแสดงอัตราแบบลดต้นลดดอกกำกับไว้ แต่มันมักอยู่ในตารางแนบท้ายตัวเล็ก ๆ ไม่ใช่บนป้ายไวนิลหน้าโชว์รูม หน้าที่ไปหาเลขจริงจึงตกเป็นของผู้กู้อย่างเรา

ตารางพิสูจน์: กู้ 500,000 Flat 3% = ดอกจริง ~5.7%

มาดูของจริงกัน สมมติซื้อรถและจัดไฟแนนซ์ 500,000 บาท ผ่อน 48 เดือน ป้ายบอก "ดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี" — ตารางนี้เทียบกับการกู้แบบลดต้นลดดอกที่ให้ค่างวดเท่ากันเป๊ะ:

รายการสัญญา Flat 3%เทียบเท่าลดต้นลดดอก
เงินต้น500,000 บาท500,000 บาท
ระยะผ่อน48 เดือน48 เดือน
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา60,000 บาท60,000 บาท
ค่างวดต่อเดือน11,667 บาท11,667 บาท
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective)~5.7% ต่อปี5.7% ต่อปี

เห็นไหมว่าทุกบรรทัดเหมือนกันหมด — เงินที่ออกจากกระเป๋าคุณเท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่ "ป้ายราคา" ที่เอามาโฆษณา สัญญา Flat 3% กับสินเชื่อลดต้นลดดอก 5.7% คือหนี้ก้อนเดียวกันในเสื้อคนละตัว และนี่คือตารางแปลงคร่าว ๆ สำหรับสัญญาผ่อน 48 เดือน เอาไว้เปิดดูหน้างาน:

Flat Rate ที่โฆษณาEffective โดยประมาณ (ผ่อน 48 เดือน)
2.0%~3.8%
2.5%~4.7%
3.0%~5.7%
4.0%~7.5%
5.0%~9.2%
6.0%~10.9%

ตัวเลขเป็นการประมาณจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ไม่ขึ้นกับเจ้าไหนเป็นพิเศษ ส่วนอัตราดอกเบี้ยจริงในตลาด ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบกับธนาคารหรือไฟแนนซ์อีกครั้งก่อนตัดสินใจ

สินเชื่อไหนใช้แบบไหน — แผนที่ก่อนเดินเข้าไฟแนนซ์

จำแผนที่นี้ไว้ แล้วคุณจะรู้ทันทีว่าเลขตรงหน้าต้องเอาไปคูณสองหรือเปล่า:

  • ใช้ Flat Rate: สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ สินเชื่อจำนำทะเบียนบางเจ้า สินเชื่อผ่อนสินค้า (เครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ) — พูดง่าย ๆ คือโลกของการ "ผ่อนของ" เกือบทั้งหมด
  • ใช้ Effective Rate: สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต — เพดานดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด (เช่น 25% สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล) ก็เป็นตัวเลขแบบ Effective ทั้งหมด

ผลพวงที่คนมักไม่ทันคิด: สินเชื่อรถ Flat 5% (ดอกจริง ~9.2%) อาจแพงพอ ๆ กับสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารที่คิด 9–10% แบบลดต้นลดดอก ทั้งที่หน้าป้ายดูถูกกว่ากันครึ่งหนึ่ง — ถ้าไม่แปลงหน่วยให้ตรงกันก่อน คุณกำลังเลือกของแพงเพราะป้ายมันสวย อ่านต่อเรื่องดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลได้ที่บทความสินเชื่อส่วนบุคคลปี 2569

โปะก่อนกำหนดกับสัญญา Flat — ข่าวร้ายที่ต้องรู้ก่อนเซ็น

กับสินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก การโปะคืออาวุธ: เงินทุกบาทที่โปะไปตัดเงินต้นทันทีและลดดอกเบี้ยเดือนถัดไปโดยอัตโนมัติ แต่กับสัญญา Flat เรื่องกลับตาลปัตร เพราะดอกเบี้ยทั้ง 60,000 บาทถูกคำนวณและล็อกไว้ตั้งแต่วันเซ็น การผ่อนหมดเร็วจึงไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยหายไปตามสัดส่วนที่คิดเอาเอง

กรณีปิดบัญชีรถก่อนกำหนด กฎเกณฑ์ปัจจุบันกำหนดให้ผู้เช่าซื้อได้รับส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด แต่ไม่ใช่เต็มจำนวน — ได้เป็นสัดส่วนตามชั้นของงวดที่เหลือ (โครงสร้างคล้ายวิธีคิดแบบ "สูตร 78" เดิมที่ให้น้ำหนักดอกเบี้ยหนักไปที่งวดต้น ๆ) แปลว่ายิ่งปิดเร็วในช่วงแรกของสัญญา ยิ่งได้ส่วนลดน้อยกว่าที่คาด

อย่ากู้ Flat ระยะยาวถ้าตั้งใจจะปิดเร็วถ้าคุณวางแผนว่า "ผ่อน 60 เดือนไปก่อน เดี๋ยวโบนัสออกค่อยปิด" นั่นคือการจ่ายดอกเบี้ยแพงโดยไม่จำเป็นตั้งแต่ต้น สู้เลือกผ่อนสั้นลงตั้งแต่แรกแล้วรับค่างวดที่สูงขึ้น หรือถ้าไม่แน่ใจกระแสเงินสด ให้เทียบกับสินเชื่อแบบลดต้นลดดอกที่โปะได้จริง — เสียดอกหน้าป้ายแพงกว่า แต่จบสัญญาแล้วอาจถูกกว่ามาก
เช็กเงื่อนไขปิดก่อนกำหนดตั้งแต่ยังไม่เซ็นถามเป็นลายลักษณ์อักษรว่า "ถ้าปิดบัญชีตอนงวดที่ 24 ยอดปิดคือเท่าไหร่" ผู้ให้บริการที่ดีตอบได้ทันทีพร้อมตาราง ถ้าเจ้าไหนอ้ำอึ้งหรือบอกว่า "เดี๋ยวค่อยว่ากัน" นั่นคือข้อมูลที่มีค่าที่สุดที่คุณได้จากการคุยวันนั้นแล้ว

3 คำถามที่ต้องถามก่อนเซ็นทุกครั้ง

ไม่ต้องเก่งการเงิน แค่ถามสามข้อนี้แล้วจดคำตอบไว้เทียบระหว่างเจ้า:

  1. "อัตรานี้เป็น Flat หรือ Effective และถ้าเป็น Flat เทียบเท่า Effective กี่เปอร์เซ็นต์" — ผู้ให้บริการมีตัวเลขนี้อยู่แล้วตามที่กฎหมายกำหนดให้เปิดเผย แค่ต้องมีคนถาม
  2. "ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาเป็นเงินกี่บาท" — บางทีเลขเปอร์เซ็นต์ทำให้ชา แต่พอเห็นว่าต้องจ่ายดอกเป็นเงินจริงเกือบแสน ความรู้สึกจะเปลี่ยน
  3. "ถ้าปิดก่อนกำหนด มีค่าปรับไหม และได้ส่วนลดดอกเบี้ยเท่าไหร่" — ขอเป็นตัวอย่างตัวเลขที่งวดกลาง ๆ ของสัญญา

หลักคิดปิดท้ายที่เราอยากให้จำมากกว่าสูตรไหน ๆ: ดอกเบี้ยที่เทียบกันได้มีหน่วยเดียวคือ Effective เจอเลขดอกเบี้ยที่ไหนก็ตาม คำถามแรกไม่ใช่ "ถูกไหม" แต่คือ "นี่หน่วยอะไร" — และถ้าอยากเห็นว่าดอกเบี้ยกัดกินเงินต้นยังไงในสัญญาจริงของคุณ ลองกดเล่นเครื่องคำนวณผ่อนบ้านดู ใส่อัตราดอกเบี้ยสองค่าเทียบกันแล้วภาพจะชัดในสิบวินาที

กำลังจะออกรถหรือกู้ก้อนใหม่?

เทียบข้อเสนอสินเชื่อจากหลายผู้ให้บริการโดยแสดงอัตรา Effective กำกับทุกรายการ — เทียบบนหน่วยเดียวกัน ไม่โดนป้ายหลอก

เทียบข้อเสนอ