แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) · สคบ. — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อ หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นทั้งหมดเป็นของกองบรรณาธิการ คำเตือน: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สรุปใน 30 วินาที
  • Flat Rate คิดดอกจากเงินต้นเต็มก้อนทุกงวด แม้หนี้จะลดลง — จึงดูถูกกว่าความจริงเกือบเท่าตัว
  • Effective (ลดต้นลดดอก) คือหน่วยเดียวที่เทียบสินเชื่อข้ามประเภทได้ ตัวช่วยจำ: Effective ≈ Flat × 1.8–1.95
  • กู้ 500,000 Flat 3% ผ่อน 48 เดือน = ดอกจริงราว 5.7% ต่อปี เงินที่จ่ายเท่ากันเป๊ะ ต่างแค่ป้ายราคา
  • รถ/ผ่อนสินค้ามักใช้ Flat ส่วนบ้าน/บัตร/สินเชื่อบุคคลใช้ Effective — และการโปะสัญญา Flat ไม่ช่วยลดดอกเท่าที่คิด

Flat Rate คิดยังไง — และทำไมมันถึงดู "ถูก" ผิดปกติ

ดอกเบี้ยแบบ Flat (เงินต้นคงที่) คิดง่ายจนน่าใจหาย: เอาเงินต้นทั้งก้อน คูณอัตราดอกเบี้ย คูณจำนวนปี จบ กู้ 500,000 บาท Flat 3% ผ่อน 4 ปี ดอกเบี้ยคือ 500,000 × 3% × 4 = 60,000 บาท เอาไปบวกเงินต้นแล้วหาร 48 งวด ได้ค่างวดเดือนละ 11,667 บาท เท่ากันทุกเดือน

ปัญหาอยู่ตรงคำว่า "เงินต้นทั้งก้อน" — ในชีวิตจริง ทุกเดือนที่คุณผ่อน เงินต้นที่ค้างอยู่ลดลงเรื่อย ๆ เดือนที่ 47 คุณเหลือหนี้ไม่ถึงสามหมื่น แต่สัญญา Flat ยังคิดดอกเบี้ยเสมือนคุณค้างเต็มห้าแสนอยู่เหมือนวันแรก นั่นคือคุณจ่ายดอกเบี้ยบนเงินที่คืนไปแล้ว และนี่แหละเหตุผลที่เลข Flat ดูถูกกว่าความจริงเกือบเท่าตัว — มันไม่ใช่การโกง มันถูกกฎหมายทุกประการ แต่มันคือการเลือกโชว์เลขที่เล็กที่สุดเท่าที่คณิตศาสตร์จะอนุญาต

Effective Rate — ดอกเบี้ยที่ซื่อสัตย์กับความจริง

Effective Rate (ลดต้นลดดอก) คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละเดือน ผ่อนไปเท่าไหร่ ฐานที่ใช้คิดดอกก็เล็กลงเท่านั้น สินเชื่อบ้านทั้งระบบใช้วิธีนี้ และเป็นวิธีเดียวที่บอกต้นทุนการกู้ตามความเป็นจริง เวลาเทียบสินเชื่อข้ามประเภทหรือข้ามเจ้า ต้องแปลงทุกตัวมาเป็น Effective ก่อนเสมอ ไม่งั้นคือการเทียบส้มกับก้อนหิน

ตัวช่วยจำที่ใช้งานได้จริง: Effective ≈ Flat × 1.8 ถึง 1.95 (ยิ่งผ่อนนานตัวคูณยิ่งเข้าใกล้ 2) เห็นป้าย Flat 2.99% ให้คูณสองในใจไว้ก่อนเลยว่าดอกจริงแถว ๆ 5.5–5.8% แล้วค่อยไปหาเลขเป๊ะทีหลัง — แค่นิสัยเดียวข้อนี้ก็กันคุณจากการตัดสินใจพลาดได้เกินครึ่ง

ทำไมไฟแนนซ์ไม่โฆษณาเป็น Effectiveเพราะไม่มีใครบังคับให้ทำในทุกสื่อโฆษณา และเลขเล็กขายง่ายกว่า — แม้ประกาศทางการของผู้ให้บริการต้องแสดงอัตราแบบลดต้นลดดอกกำกับไว้ แต่มันมักอยู่ในตารางแนบท้ายตัวเล็ก ๆ ไม่ใช่บนป้ายไวนิลหน้าโชว์รูม หน้าที่ไปหาเลขจริงจึงตกเป็นของผู้กู้อย่างเรา

ตารางพิสูจน์: กู้ 500,000 Flat 3% = ดอกจริง ~5.7%

มาดูของจริงกัน สมมติซื้อรถและจัดไฟแนนซ์ 500,000 บาท ผ่อน 48 เดือน ป้ายบอก "ดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี" — ตารางนี้เทียบกับการกู้แบบลดต้นลดดอกที่ให้ค่างวดเท่ากันเป๊ะ:

รายการสัญญา Flat 3%เทียบเท่าลดต้นลดดอก
เงินต้น500,000 บาท500,000 บาท
ระยะผ่อน48 เดือน48 เดือน
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา60,000 บาท60,000 บาท
ค่างวดต่อเดือน11,667 บาท11,667 บาท
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective)~5.7% ต่อปี5.7% ต่อปี

เห็นไหมว่าทุกบรรทัดเหมือนกันหมด — เงินที่ออกจากกระเป๋าคุณเท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่ "ป้ายราคา" ที่เอามาโฆษณา สัญญา Flat 3% กับสินเชื่อลดต้นลดดอก 5.7% คือหนี้ก้อนเดียวกันในเสื้อคนละตัว และนี่คือตารางแปลงคร่าว ๆ สำหรับสัญญาผ่อน 48 เดือน เอาไว้เปิดดูหน้างาน:

Flat Rate ที่โฆษณาEffective โดยประมาณ (ผ่อน 48 เดือน)
2.0%~3.8%
2.5%~4.7%
3.0%~5.7%
4.0%~7.5%
5.0%~9.2%
6.0%~10.9%

ภาพเทียบ Flat Rate ที่โฆษณา (ตัวเลขเทา) กับดอกเบี้ยจริงแบบ Effective ที่คุณจ่ายจริง (แท่งด้านล่าง) สำหรับสัญญาผ่อน 48 เดือน

ตัวเลขเป็นการประมาณจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ไม่ขึ้นกับเจ้าไหนเป็นพิเศษ ส่วนอัตราดอกเบี้ยจริงในตลาด ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบกับธนาคารหรือไฟแนนซ์อีกครั้งก่อนตัดสินใจ

สินเชื่อไหนใช้แบบไหน — แผนที่ก่อนเดินเข้าไฟแนนซ์

จำแผนที่นี้ไว้ แล้วคุณจะรู้ทันทีว่าเลขตรงหน้าต้องเอาไปคูณสองหรือเปล่า:

  • ใช้ Flat Rate: สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ สินเชื่อจำนำทะเบียนบางเจ้า สินเชื่อผ่อนสินค้า (เครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ) — พูดง่าย ๆ คือโลกของการ "ผ่อนของ" เกือบทั้งหมด
  • ใช้ Effective Rate: สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต — เพดานดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด (เช่น 25% สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล) ก็เป็นตัวเลขแบบ Effective ทั้งหมด

ผลพวงที่คนมักไม่ทันคิด: สินเชื่อรถ Flat 5% (ดอกจริง ~9.2%) อาจแพงพอ ๆ กับสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารที่คิด 9–10% แบบลดต้นลดดอก ทั้งที่หน้าป้ายดูถูกกว่ากันครึ่งหนึ่ง — ถ้าไม่แปลงหน่วยให้ตรงกันก่อน คุณกำลังเลือกของแพงเพราะป้ายมันสวย อ่านต่อเรื่องดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลได้ที่บทความสินเชื่อส่วนบุคคลปี 2569

โปะก่อนกำหนดกับสัญญา Flat — ข่าวร้ายที่ต้องรู้ก่อนเซ็น

กับสินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก การโปะคืออาวุธ: เงินทุกบาทที่โปะไปตัดเงินต้นทันทีและลดดอกเบี้ยเดือนถัดไปโดยอัตโนมัติ แต่กับสัญญา Flat เรื่องกลับตาลปัตร เพราะดอกเบี้ยทั้ง 60,000 บาทถูกคำนวณและล็อกไว้ตั้งแต่วันเซ็น การผ่อนหมดเร็วจึงไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยหายไปตามสัดส่วนที่คิดเอาเอง

กรณีปิดบัญชีรถก่อนกำหนด กฎเกณฑ์ปัจจุบันกำหนดให้ผู้เช่าซื้อได้รับส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด แต่ไม่ใช่เต็มจำนวน — ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาของ สคบ. (มีผลตั้งแต่มกราคม 2566) ส่วนลดคิดเป็นขั้นบันไดตามจำนวนงวดที่ผ่อนมาแล้ว: ผ่อนมาแล้วไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนงวดทั้งหมด ได้ส่วนลดไม่น้อยกว่า 60% ของดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ · เกิน 1 ใน 3 แต่ไม่เกิน 2 ใน 3 ได้ไม่น้อยกว่า 70% · เกิน 2 ใน 3 ได้เต็ม 100% ตัวอย่างเช่น สัญญา 48 งวด ปิดบัญชีหลังผ่อนมาแล้ว 12 งวด (ยังไม่ถึง 1 ใน 3) จะได้ส่วนลดอย่างน้อย 60% ของดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ แปลว่ายิ่งปิดเร็วในช่วงแรกของสัญญา ยิ่งได้ส่วนลดน้อยกว่าที่คาด (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง)

อย่ากู้ Flat ระยะยาวถ้าตั้งใจจะปิดเร็วถ้าคุณวางแผนว่า "ผ่อน 60 เดือนไปก่อน เดี๋ยวโบนัสออกค่อยปิด" นั่นคือการจ่ายดอกเบี้ยแพงโดยไม่จำเป็นตั้งแต่ต้น สู้เลือกผ่อนสั้นลงตั้งแต่แรกแล้วรับค่างวดที่สูงขึ้น หรือถ้าไม่แน่ใจกระแสเงินสด ให้เทียบกับสินเชื่อแบบลดต้นลดดอกที่โปะได้จริง — เสียดอกหน้าป้ายแพงกว่า แต่จบสัญญาแล้วอาจถูกกว่ามาก
เช็กเงื่อนไขปิดก่อนกำหนดตั้งแต่ยังไม่เซ็นถามเป็นลายลักษณ์อักษรว่า "ถ้าปิดบัญชีตอนงวดที่ 24 ยอดปิดคือเท่าไหร่" ผู้ให้บริการที่ดีตอบได้ทันทีพร้อมตาราง ถ้าเจ้าไหนอ้ำอึ้งหรือบอกว่า "เดี๋ยวค่อยว่ากัน" นั่นคือข้อมูลที่มีค่าที่สุดที่คุณได้จากการคุยวันนั้นแล้ว
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

Flat Rate คิดดอกจากเงินต้นเต็มก้อนทุกงวด แม้หนี้จะลดลง — จึงดูถูกกว่าความจริงเกือบเท่าตัว

2

Effective (ลดต้นลดดอก) คือหน่วยเดียวที่เทียบสินเชื่อข้ามประเภทได้ ตัวช่วยจำ: Effective ≈…

3

กู้ 500,000 Flat 3% ผ่อน 48 เดือน = ดอกจริงราว 5.7% ต่อปี เงินที่จ่ายเท่ากันเป๊ะ ต่างแค่…

3 คำถามที่ต้องถามก่อนเซ็นทุกครั้ง

ไม่ต้องเก่งการเงิน แค่ถามสามข้อนี้แล้วจดคำตอบไว้เทียบระหว่างเจ้า:

  1. "อัตรานี้เป็น Flat หรือ Effective และถ้าเป็น Flat เทียบเท่า Effective กี่เปอร์เซ็นต์" — ผู้ให้บริการมีตัวเลขนี้อยู่แล้วตามที่กฎหมายกำหนดให้เปิดเผย แค่ต้องมีคนถาม
  2. "ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาเป็นเงินกี่บาท" — บางทีเลขเปอร์เซ็นต์ทำให้ชา แต่พอเห็นว่าต้องจ่ายดอกเป็นเงินจริงเกือบแสน ความรู้สึกจะเปลี่ยน
  3. "ถ้าปิดก่อนกำหนด มีค่าปรับไหม และได้ส่วนลดดอกเบี้ยเท่าไหร่" — ขอเป็นตัวอย่างตัวเลขที่งวดกลาง ๆ ของสัญญา

หลักคิดปิดท้ายที่เราอยากให้จำมากกว่าสูตรไหน ๆ: ดอกเบี้ยที่เทียบกันได้มีหน่วยเดียวคือ Effective เจอเลขดอกเบี้ยที่ไหนก็ตาม คำถามแรกไม่ใช่ "ถูกไหม" แต่คือ "นี่หน่วยอะไร" — และถ้าอยากเห็นว่าดอกเบี้ยกัดกินเงินต้นยังไงในสัญญาจริงของคุณ ลองกดเล่นเครื่องคำนวณผ่อนบ้านดู ใส่อัตราดอกเบี้ยสองค่าเทียบกันแล้วภาพจะชัดในสิบวินาที

กำลังจะออกรถหรือกู้ก้อนใหม่?

เทียบข้อเสนอสินเชื่อจากหลายผู้ให้บริการโดยแสดงอัตรา Effective กำกับทุกรายการ — เทียบบนหน่วยเดียวกัน ไม่โดนป้ายหลอก

เทียบข้อเสนอ
Interest Rates 101อ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง

คำถามที่พบบ่อย

ดอกเบี้ยแบบ Flat Rate กับ Effective Rate ต่างกันอย่างไร
Flat Rate (เงินต้นคงที่) คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นทั้งก้อนทุกงวดเท่ากัน แม้หนี้ที่ค้างจริงจะลดลงเรื่อย ๆ ตัวเลขจึงดูถูกกว่าความจริงเกือบเท่าตัว ส่วน Effective Rate (ลดต้นลดดอก) คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละเดือน ผ่อนไปเท่าไหร่ฐานที่ใช้คิดดอกก็เล็กลงเท่านั้น จึงเป็นหน่วยเดียวที่บอกต้นทุนการกู้ตามความเป็นจริงและใช้เทียบสินเชื่อข้ามประเภทได้
ทำไมป้ายดอกเบี้ย Flat 3% ถึงกลายเป็นดอกจริงเกือบ 6%
เพราะ Flat Rate คิดดอกจากเงินต้นเต็มก้อนทุกงวด แม้เดือนท้าย ๆ คุณจะเหลือหนี้จริงไม่มากแล้ว ทำให้จ่ายดอกบนเงินที่คืนไปแล้ว บทความยกตัวอย่างกู้ 500,000 บาท Flat 3% ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ยรวม 60,000 บาท ค่างวดเดือนละ 11,667 บาท ซึ่งเทียบเท่าอัตราที่แท้จริงแบบลดต้นลดดอกราว 5.7% ต่อปี ตัวช่วยจำคร่าว ๆ คือ Effective ประมาณ Flat คูณ 1.8 ถึง 1.95
สินเชื่อประเภทไหนใช้ Flat Rate และประเภทไหนใช้ Effective Rate
ตามบทความ กลุ่มที่มักคิดแบบ Flat Rate คือสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ สินเชื่อจำนำทะเบียนบางเจ้า และสินเชื่อผ่อนสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือมือถือ ส่วนกลุ่มที่ใช้ Effective Rate คือสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ บัตรกดเงินสด และบัตรเครดิต โดยเพดานดอกเบี้ยตามกฎหมายของสินเชื่อส่วนบุคคลก็เป็นตัวเลขแบบ Effective เช่นกัน
ผ่อนสัญญาแบบ Flat Rate แล้วโปะปิดก่อนกำหนด ช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้เต็มที่ไหม
ไม่เต็มที่เท่ากับสินเชื่อลดต้นลดดอก เพราะกับสัญญา Flat ดอกเบี้ยทั้งก้อนถูกคำนวณและล็อกไว้ตั้งแต่วันเซ็น การผ่อนหมดเร็วจึงไม่ได้ทำให้ดอกหายไปตามสัดส่วนที่คิดเอาเอง กรณีปิดบัญชีเช่าซื้อรถก่อนกำหนด ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาของ สคบ. (มีผลตั้งแต่มกราคม 2566) ผู้เช่าซื้อได้ส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดแบบขั้นบันไดตามจำนวนงวดที่ผ่อนมาแล้ว ยิ่งปิดเร็วในช่วงต้นสัญญายิ่งได้ส่วนลดน้อยกว่าที่คาด (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง)
ก่อนเซ็นสัญญาสินเชื่อ ควรถามผู้ให้บริการเรื่องดอกเบี้ยอะไรบ้าง
บทความแนะนำ 3 คำถามหลักที่ควรถามและจดคำตอบไว้เทียบระหว่างเจ้า ได้แก่ หนึ่ง อัตรานี้เป็น Flat หรือ Effective และถ้าเป็น Flat เทียบเท่า Effective กี่เปอร์เซ็นต์ สอง ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาเป็นเงินกี่บาท และสาม ถ้าปิดก่อนกำหนดมีค่าปรับไหมและได้ส่วนลดดอกเบี้ยเท่าไหร่ โดยขอเป็นตัวอย่างตัวเลขที่งวดกลาง ๆ ของสัญญา หลักคิดสำคัญคือดอกเบี้ยที่เทียบกันได้มีหน่วยเดียวคือ Effective