อ่านผลลัพธ์อย่างไรให้ตัดสินใจได้จริง
ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือ จุดคืนทุน (Break-even) — จำนวนเดือนที่เงินประหยัดสะสมไล่ทันค่าใช้จ่ายการย้าย ถ้าคืนทุนภายใน 12 เดือน แทบไม่มีเหตุผลที่จะไม่ย้าย เพราะดอกเบี้ยโปรใหม่ครอบคลุมถึง 3 ปี คุณมีเวลาเก็บส่วนต่างล้วน ๆ อีกอย่างน้อย 2 ปีเต็ม แต่ถ้าคืนทุนช้ากว่า 24 เดือน ความคุ้มเหลือน้อยมาก — โปรใหม่จะหมดก่อนที่คุณจะได้กำไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ส่วน ประหยัดสุทธิใน 3 ปีแรก คือเงินจริงที่เหลือในกระเป๋าหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด เหตุที่เราตัดที่ 3 ปีเพราะเป็นรอบชีวิตของดอกเบี้ยโปรโมชัน — ครบ 3 ปีเมื่อไหร่ ดอกเบี้ยธนาคารใหม่ก็จะลอยขึ้นเหมือนกัน และคุณควรกลับมาคำนวณหน้านี้อีกครั้งเพื่อรีไฟแนนซ์รอบถัดไป คนที่ผ่อนบ้าน 30 ปีแบบวางแผนดี มักรีไฟแนนซ์หรือขอลดดอกเบี้ย 8–9 ครั้งตลอดสัญญา
อีกทางเลือกที่หลายคนมองข้ามคือการเก็บค่างวดไว้เท่าเดิมหลังรีไฟแนนซ์ — ส่วนต่างที่ประหยัดได้จะกลายเป็นเงินโปะเงินต้นโดยอัตโนมัติทุกเดือน วิธีนี้ตัดทั้งดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนได้เร็วกว่าการเอาส่วนต่างไปใช้จ่ายมาก
ถ้ายังไม่คุ้ม อย่าเพิ่งปิดหน้านี้
ผลลัพธ์ "ยังไม่คุ้ม" ไม่ได้แปลว่าต้องทนจ่ายดอกเบี้ยแพงต่อ — เครื่องมือต่อรองที่แรงที่สุดของคุณคือ Retention การยื่นเรื่องขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยไม่ต้องย้าย ไม่มีค่าจดจำนอง ไม่ต้องประเมินหลักทรัพย์ใหม่ แค่พิมพ์ใบเสนอดอกเบี้ยจากธนาคารคู่แข่งไปแนบ ธนาคารเดิมส่วนใหญ่ยอมลดให้ภายใน 2–4 สัปดาห์เพราะเสียลูกค้าไปทั้งคนแพงกว่าลดดอกเบี้ยให้ อ่านขั้นตอนละเอียดพร้อมแบบฟอร์มได้ในคู่มือรีไฟแนนซ์บ้านฉบับสมบูรณ์
สุดท้าย อย่าตัดสินใจจากดอกเบี้ยปีแรกที่ต่ำเป็นพิเศษเพียงตัวเดียว ให้ใช้ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เทียบกันทุกธนาคารเสมอ เพราะบางแห่งตั้งปีแรกไว้ต่ำมากแล้วไปเก็บคืนในปีที่ 2–3 ตัวเลขเฉลี่ยเท่านั้นที่โกหกไม่ได้