สรุปใน 30 วินาที
  • IRR ที่แท้จริงของประกันสะสมทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ราว 1.5–3% ต่อปี ไม่ใช่ตัวเลข % เงินคืนรวมในโบรชัวร์
  • ข้อดีจริงคือการันตีเงินต้น บังคับวินัยออม ลดหย่อนภาษี (สูงสุด 100,000) และมีคุ้มครองชีวิตพ่วง
  • ข้อเสียคือผลตอบแทนต่ำแพ้กองหุ้นระยะยาว (6–8%) สภาพคล่องต่ำ และเวนคืนก่อนกำหนดขาดทุน
  • คนอายุน้อยรับความผันผวนได้ ควรใช้ Term ราคาถูก + ลงทุนเองในกองต้นทุนต่ำ แทนทุ่มทุนที่ 2–3%
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ สำนักงาน คปภ. · กรมสรรพากร — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: หน้านี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันและการลงทุน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยค่าใช้จ่ายของคุณไม่เพิ่มขึ้น ความเห็นทั้งหมดในบทความเป็นของกองบรรณาธิการ อ่านนโยบายฉบับเต็มได้ที่หน้าการเปิดเผยข้อมูล คำเตือน: ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ประกันสะสมทรัพย์เป็นสินค้าที่คนไทยรู้จักดีที่สุดในหมวดประกันชีวิต และก็เป็นตัวที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดพร้อมกัน คำขายมาตรฐานคือ "ออมเงินไปด้วย ได้ความคุ้มครองไปด้วย ครบสัญญาได้เงินคืนก้อนโต" ฟังดูเหมือนดีลที่ไม่มีทางเสีย แต่พอกางตัวเลขผลตอบแทนที่แท้จริงออกมาวางข้างฝากประจำและกองทุน ภาพจะต่างจากโบรชัวร์พอสมควร บทความนี้จะคำนวณให้เห็นว่าเงินของคุณโตด้วยอัตราเท่าไหร่จริง ๆ แล้วค่อยตัดสินว่ามันคุ้มกับสิ่งที่คุณต้องแลกไปไหม

ประกันสะสมทรัพย์ทำงานยังไง

โครงสร้างพื้นฐานตรงไปตรงมา: คุณจ่ายเบี้ยเท่ากันทุกปีเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น จ่าย 10 ปี คุ้มครอง 15 ปี ระหว่างทางอาจมีเงินคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนประกันทุกปีหรือทุกสองสามปี และเมื่อครบสัญญาได้เงินก้อนสุดท้ายคืนมา ถ้าเสียชีวิตระหว่างสัญญาผู้รับผลประโยชน์ได้ทุนประกันตามกรมธรรม์

จุดที่ต้องเข้าใจคือ เงินคืนทั้งหมดที่คุณได้ ไม่ใช่ "กำไร" ที่งอกจากศูนย์ มันคือเบี้ยของคุณเองที่บริษัทเก็บไปบริหารแล้วทยอยคืนพร้อมดอกผลเล็กน้อย ตัวเลขในโบรชัวร์ที่เขียนว่า "รับเงินคืนรวมตลอดสัญญา 115% ของทุนประกัน" ฟังดูเหมือนกำไร 15% แต่นั่นคือผลรวมตลอด 15 ปี ไม่ใช่ต่อปี และยังไม่ได้หักมูลค่าของเงินตามเวลา วิธีเดียวที่จะรู้ว่ามันคุ้มไหมคือคำนวณอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง หรือ IRR

IRR จริงคือเท่าไหร่ — ตัวเลขที่โบรชัวร์ไม่บอก

IRR (Internal Rate of Return) คืออัตราผลตอบแทนที่แท้จริงต่อปีเมื่อคิดกระแสเงินเข้าออกทั้งหมดตามเวลาที่เกิดขึ้นจริง มันคือตัวเลขเดียวที่เทียบข้ามผลิตภัณฑ์ได้อย่างยุติธรรม จากการสำรวจแบบประกันสะสมทรัพย์ในตลาด ณ กรกฎาคม 2569 IRR ของแบบสะสมทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ราว 1.5–3% ต่อปี โดยแบบที่คุ้มครองสั้นและเน้นเงินคืนมักได้ต่ำกว่าแบบระยะยาว

ทำไมถึงต่ำขนาดนี้ทั้งที่ตัวเลขในเล่มดูใหญ่ คำตอบคือส่วนหนึ่งของเบี้ยถูกกันไปซื้อความคุ้มครองชีวิตและจ่ายค่าดำเนินการ ไม่ได้ไปงอกทั้งก้อน และบริษัทประกันเองก็นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรเป็นหลักเพื่อรองรับการการันตี ผลตอบแทนที่ตกถึงคุณจึงใกล้เคียงดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวหักค่าใช้จ่าย ตารางด้านล่างเปรียบเทียบ IRR โดยประมาณของแบบสะสมทรัพย์ทั่วไป

ลักษณะแบบประกันเงินคืนรวม (โบรชัวร์)IRR ที่แท้จริงเทียบเท่าอะไร
สะสมทรัพย์เน้นเงินคืนถี่ ~110–120% 1.5–2.2% ใกล้ออมทรัพย์ดอกสูง
สะสมทรัพย์ระยะกลาง 10–15 ปี ~120–140% 2.0–3.0% ใกล้ฝากประจำ 24–36 เดือน
สะสมทรัพย์ระยะยาวลดหย่อนภาษี ~130–160% 2.5–3.5%* *รวมสิทธิลดหย่อนแล้ว

ดาวหมายเหตุแถวล่างสำคัญ: ตัวเลข IRR ของแบบลดหย่อนภาษีจะดูดีขึ้นก็ต่อเมื่อรวมมูลค่าสิทธิลดหย่อนเข้าไปด้วย ซึ่งขึ้นกับฐานภาษีของคุณ ถ้าคุณอยู่ฐานภาษี 20–30% สิทธิลดหย่อนช่วยดัน IRR ขึ้นได้จริง แต่ถ้าฐานภาษีต่ำหรือรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี ประโยชน์ส่วนนี้แทบหายไป และ IRR ก็กลับมาอยู่ระดับ 2–3% ตามเดิม ลองกดดูว่าเงินก้อนเดียวกันถ้าลงทุนที่ผลตอบแทนต่างกันจะโตต่างกันแค่ไหนในเครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้น

ข้อดีจริง — การันตี วินัยออม และลดหย่อนภาษี

ผลตอบแทนต่ำไม่ได้แปลว่าไร้ประโยชน์ ประกันสะสมทรัพย์มีข้อดีที่ของอื่นให้ไม่ครบ และสำหรับคนบางแบบ ข้อดีเหล่านี้มีค่ามากกว่าตัวเลข IRR

  • การันตีเงินต้นและเงินคืน — ตัวเลขเงินคืนระบุในกรมธรรม์ตายตัว ไม่ขึ้นลงตามตลาดหุ้น เหมาะกับคนที่รับความผันผวนไม่ได้เลยและต้องการความแน่นอนของเงินก้อนในอนาคต เช่นเก็บเป็นค่าเทอมลูกที่รู้แน่ว่าถึงเวลาต้องมี
  • บังคับวินัยการออม — พอมีภาระต้องจ่ายเบี้ยทุกปี คนที่ปกติเก็บเงินไม่อยู่ก็ถูกบังคับให้ออมจริง ๆ นี่คือคุณค่าเชิงพฤติกรรมที่ประเมินเป็นตัวเลขยาก แต่สำหรับหลายคนมันคือเหตุผลเดียวที่มีเงินก้อนตอนครบสัญญา
  • สิทธิลดหย่อนภาษี — เบี้ยประกันชีวิตที่มีระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ช่วยลดภาษีที่ต้องจ่ายในปีนั้น ดูสิทธิลดหย่อนภาพรวมได้ที่ค่าลดหย่อนปี 2569
  • มีความคุ้มครองชีวิตติดมา — ระหว่างสัญญาถ้าเสียชีวิตผู้รับผลประโยชน์ได้ทุนประกัน ถือเป็นความคุ้มครองพ่วง แม้ทุนมักไม่สูงพอทำหน้าที่ประกันชีวิตหลักก็ตาม

ข้อเสียที่ต้องรับได้ก่อนเซ็น

ทุกข้อดีข้างบนมีต้นทุนของมัน และนี่คือสามข้อเสียที่ต้องยอมรับให้ได้ก่อนตัดสินใจ

  • ผลตอบแทนต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุน — IRR ระดับ 2–3% แพ้เงินเฟ้อระยะยาวได้ในบางปี และห่างไกลจากค่าเฉลี่ยระยะยาวของกองหุ้นที่ราว 6–8% ต่อปี เงินที่ล็อกอยู่ในสะสมทรัพย์ 15 ปีคือค่าเสียโอกาสก้อนใหญ่ถ้าคุณรับความเสี่ยงตลาดได้
  • สภาพคล่องต่ำ — เงินถูกล็อกตลอดสัญญา ถ้าจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉินระหว่างทางจะดึงออกยาก ต่างจากฝากประจำที่ถอนก่อนกำหนดแค่เสียดอกเบี้ย หรือกองทุนที่ขายได้ภายในไม่กี่วัน
  • เวนคืนก่อนกำหนดขาดทุน — ถ้ายกเลิกกลางทางโดยเฉพาะปีแรก ๆ มูลค่าเวนคืนมักได้คืนน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว บางกรณีปีแรกได้คืนแทบเป็นศูนย์ และถ้าถือไม่ครบเงื่อนไขยังเสี่ยงถูกเรียกภาษีที่เคยลดหย่อนไปคืน รายละเอียดกับดักนี้เราลงลึกไว้ในบทความเรื่องการเวนคืนกรมธรรม์
อย่าซื้อสะสมทรัพย์เพราะเข้าใจว่าเป็นการลงทุน สะสมทรัพย์คือการออมภาคบังคับที่การันตีตัวเลข ไม่ใช่การลงทุนที่หวังโตทันเงินเฟ้อระยะยาว ถ้าคุณซื้อโดยคาดหวังผลตอบแทนแบบกองทุน คุณจะผิดหวัง และถ้าซื้อทุนสูงจนเบียดเงินที่ควรไปลงทุนจริง คุณกำลังแลกโอกาสเติบโตระยะยาวกับความอุ่นใจระยะสั้น ซึ่งมักไม่คุ้มสำหรับคนอายุยังน้อยที่มีเวลาให้ตลาดทำงาน

เทียบชนกัน — สะสมทรัพย์ vs ฝากประจำ vs กองทุน

วิธีที่ยุติธรรมที่สุดคือเอาเงินก้อนเท่ากันไปวางในสามทางเลือกแล้วดูว่าแต่ละทางให้อะไรและแลกอะไร ตารางนี้สรุปภาพรวม โดยตัวเลขผลตอบแทนเป็นค่าประมาณ ณ กรกฎาคม 2569

ปัจจัยประกันสะสมทรัพย์ฝากประจำกองทุน (DCA)
ผลตอบแทนคาดหวัง/ปี 1.5–3% 1.5–2.5% ~5–8% (ผันผวน)
การันตีเงินต้น มี มี (คุ้มครองเงินฝาก) ไม่มี
สภาพคล่อง ต่ำ ล็อกยาว กลาง ถอนได้เสียดอก สูง ขายได้ไม่กี่วัน
ลดหย่อนภาษี ได้ (สูงสุด 100,000) ไม่ได้ เฉพาะ SSF/RMF/ThaiESG
ความคุ้มครองชีวิต มีพ่วง ไม่มี ไม่มี
บังคับวินัย สูง ต่ำ กลาง (ตั้งอัตโนมัติได้)

ภาพเทียบผลตอบแทนคาดหวังต่อปี (ค่ากลางของช่วงในตาราง — กองทุนผันผวนสูงกว่า)

อ่านตารางแล้วภาพชัดขึ้น: สะสมทรัพย์ชนะเรื่องการันตีรวมกับลดหย่อนภาษีและความคุ้มครองพ่วง แต่แพ้กองทุนขาดลอยเรื่องผลตอบแทนและสภาพคล่อง ส่วนฝากประจำให้ผลตอบแทนใกล้กันแต่คล่องตัวกว่าและไม่ล็อกยาว เราเทียบสนามเก็บเงินสามแบบนี้ลึกกว่านี้ไว้ในบทความเทียบที่พักเงิน ถ้าอยากเห็นตัวเลขจริงเป็นก้อน ๆ

ทางสายกลางที่เราชอบ แยกเงินตามหน้าที่ — เก็บเงินที่ต้องใช้แน่นอนภายใน 3–5 ปีไว้ในฝากประจำหรือสะสมทรัพย์ระยะสั้นเพื่อการันตี ส่วนเงินระยะยาวเกิน 7–10 ปีที่รับความผันผวนได้ ให้ทำงานในกองทุนดัชนีต้นทุนต่ำผ่านแผน DCA วิธีนี้ได้ทั้งความแน่นอนระยะสั้นและโอกาสเติบโตระยะยาว โดยไม่ต้องเทเงินทั้งก้อนไปที่ผลตอบแทน 2–3%
เทียบเบี้ยสะสมทรัพย์หลายบริษัทก่อนตัดสินใจ

ขอตาราง IRR และมูลค่าเวนคืนของแต่ละแบบมาวางเทียบกัน แล้วดูว่าแบบไหนให้ผลตอบแทนต่อเบี้ยดีที่สุดสำหรับเป้าหมายของคุณ — เทียบฟรี ไม่ผูกมัด

เทียบเบี้ยประกัน
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

IRR ที่แท้จริงของประกันสะสมทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ราว 1.5–3% ต่อปี ไม่ใช่ตัวเลข % เงินคืนรวมใ…

2

ข้อดีจริงคือการันตีเงินต้น บังคับวินัยออม ลดหย่อนภาษี (สูงสุด 100,000) และมีคุ้มครองชีวิ…

3

ข้อเสียคือผลตอบแทนต่ำแพ้กองหุ้นระยะยาว (6–8%) สภาพคล่องต่ำ และเวนคืนก่อนกำหนดขาดทุน

สรุป ใครควรทำ ใครควรผ่าน

ตัดคำขายออกแล้วดูที่ตัวคุณเอง สะสมทรัพย์เหมาะกับคุณจริงถ้า: คุณรับความผันผวนของตลาดไม่ได้เลย ต้องการเงินก้อนแน่นอนในอนาคตที่กำหนดชัด เก็บเงินเองไม่อยู่และต้องการกลไกบังคับ และอยู่ฐานภาษีสูงพอที่สิทธิลดหย่อนจะช่วยดันผลตอบแทนขึ้นมาคุ้มค่า ถ้าเข้าครบหลายข้อ มันคือเครื่องมือที่ทำหน้าที่ได้ดีในสิ่งที่มันถูกออกแบบมา

แต่ถ้าคุณอายุยังน้อย มีเวลาให้ตลาดทำงานเกิน 10 ปี รับความผันผวนได้ และมีวินัยพอจะตั้งลงทุนอัตโนมัติเอง การทุ่มเงินก้อนใหญ่ไปที่ผลตอบแทน 2–3% คือการเสียโอกาสเติบโตที่แพงมากเมื่อทบต้นยาว ๆ ในกรณีนั้นเราแนะนำให้กันความคุ้มครองด้วยประกันแบบ Termที่เบี้ยถูก แล้วเอาเงินที่เหลือไปลงทุนเองในกองต้นทุนต่ำ คุณจะได้ทั้งความคุ้มครองที่สูงกว่าและเงินปลายทางที่มากกว่าในเกือบทุกสมมติฐานที่สมเหตุสมผล

ตัวเลข IRR และผลตอบแทนในบทความนี้เป็นค่าประมาณจากการสำรวจตลาด ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งกับตารางผลประโยชน์ในกรมธรรม์จริง เพราะเงื่อนไขและตัวเลขต่างกันในแต่ละบริษัทและแต่ละแบบ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือประกันเฉพาะบุคคล
ประกันชีวิต & การออมอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง