- สูตร: หนี้สินคงเหลือ + ค่าใช้จ่ายครอบครัว 5–10 ปี + ค่าเล่าเรียนลูกจนจบ − สินทรัพย์สภาพคล่องที่มี = ทุนประกันที่ควรซื้อ
- ตัวอย่างครอบครัวมีหนี้บ้าน 3 ล้าน ลูก 2 คน คำนวณได้ราว 6 ล้านบาท — ไม่ใช่ 1 ล้านที่เบี้ยพอดีกระเป๋า และไม่ใช่ 20 ล้านที่ฟังดูอุ่นใจ
- คนโสดไม่มีคนพึ่งพา แทบไม่ต้องมีทุนก้อนใหญ่ เอาเบี้ยไปทำประกันสุขภาพคุ้มกว่า
- ซื้อ Term ได้ทุนสูงเบี้ยถูก (หลักหมื่นแทนหลักแสน) ทำให้ทำทุนพอดีภาระได้โดยไม่ต้องยอมลดทุนต่ำกว่าความจำเป็น
ถามตัวแทนสิบคนว่าควรทำทุนประกันเท่าไหร่ คุณมีสิทธิ์ได้คำตอบที่วนกลับมาที่ "เบี้ยเดือนละเท่านี้ไหวไหม" มากกว่าจะเริ่มจากภาระจริงของคุณ ทั้งที่ทุนประกันชีวิตที่ถูกต้องไม่ใช่ตัวเลขที่รู้สึกว่าเยอะดีหรือตัวเลขที่เบี้ยพอดีกระเป๋า แต่คือตัวเลขที่คำนวณจากของจริงว่า ถ้าคุณจากไปวันนี้ คนข้างหลังต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะยืนอยู่ได้ บทความนี้ให้สูตรที่คุณกดเองได้ พร้อมตัวอย่างและตารางตามโปรไฟล์
สูตรคำนวณทุนประกันจากภาระจริง
หลักคิดตรงไปตรงมา ทุนประกันมีไว้ปิดช่องว่างระหว่าง "เงินที่คนข้างหลังต้องใช้" กับ "เงินที่พวกเขามีอยู่แล้ว" สูตรจึงมีสี่ก้อน สามก้อนบวก หนึ่งก้อนลบ
ไล่ทีละก้อน
- หนี้สินคงเหลือทั้งหมด — ยอดหนี้บ้านที่ยังผ่อนไม่หมด หนี้รถ หนี้บัตร หนี้ส่วนบุคคล ทุกบาทที่ถ้าคุณจากไป คนข้างหลังต้องหาทางจ่ายต่อหรือเสียทรัพย์สินไป เช็กยอดหนี้บ้านคงเหลือได้ด้วยเครื่องคำนวณผ่อนบ้าน
- ค่าใช้จ่ายครอบครัว 5–10 ปี — เอารายจ่ายต่อเดือนของครอบครัวส่วนที่พึ่งพารายได้คุณ คูณ 12 คูณจำนวนปีที่อยากประคองให้ครอบครัวตั้งตัว ทั่วไปใช้ 5–10 ปี ยิ่งลูกเล็กและคู่ครองยังไม่มีรายได้มั่นคง ยิ่งควรเลือกช่วงยาว
- ค่าเล่าเรียนลูกจนจบ — ประเมินค่าเทอมของลูกแต่ละคนจากตอนนี้จนจบระดับที่ตั้งใจ เป็นก้อนที่มักถูกลืมแต่ใหญ่กว่าที่คิด
- ลบสินทรัพย์สภาพคล่องที่มีอยู่ — เงินฝาก กองทุน หุ้น เงินสำรอง และทุนประกันกลุ่มจากที่ทำงาน สิ่งที่คนข้างหลังเอามาใช้ได้ทันที หักออกเพราะไม่ต้องซื้อประกันมาซ้ำในส่วนที่มีอยู่แล้ว
ที่เหลือหลังหักคือทุนประกันที่คุณควรซื้อ ไม่ใช่ตัวเลขกลม ๆ ที่ตัวแทนเสนอ และไม่ใช่ตัวเลขที่เบี้ยพอดีกระเป๋า แต่คือตัวเลขที่ผูกกับภาระจริงของบ้านคุณ
ตัวอย่างจริง ครอบครัวมีหนี้บ้าน 3 ล้าน ลูก 2 คน
ลองใส่ตัวเลขให้เห็นภาพ สมมติครอบครัวหนึ่ง สามีเป็นเสาหลักรายได้ ภรรยาทำงานพาร์ตไทม์ มีลูกสองคนอายุ 5 และ 8 ขวบ
| รายการ | จำนวน (บาท) | ที่มา |
|---|---|---|
| + หนี้บ้านคงเหลือ | 3,000,000 | ยอดผ่อนที่ยังเหลือ |
| + ค่าใช้จ่ายครอบครัว 7 ปี | 2,520,000 | เดือนละ 30,000 × 12 × 7 ปี |
| + ค่าเล่าเรียนลูก 2 คน | 2,000,000 | ประมาณ 1 ล้าน/คน จนจบปริญญาตรี |
| − สินทรัพย์และประกันกลุ่ม | 1,500,000 | เงินฝาก กองทุน ประกันกลุ่มบริษัท |
| = ทุนประกันที่ต้องการ | 6,020,000 | ปัดเป็น ราว 6 ล้านบาท |
ตัวเลขราว 6 ล้านบาทนี้คือทุนประกันชีวิตที่ครอบครัวนี้ต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ 1 ล้านที่ตัวแทนเสนอเพราะเบี้ยพอดีกระเป๋า และไม่ใช่ 20 ล้านที่ฟังดูอุ่นใจแต่จ่ายเบี้ยเกินเหตุ สังเกตว่าตัวเลขทั้งหมดมาจากของจริง เปลี่ยนสมมติฐานเมื่อไหร่ ตัวเลขก็ขยับตาม เช่น ถ้าไม่มีหนี้บ้านแล้ว ทุนที่ต้องการจะลดลงทันทีสามล้าน นี่คือเหตุผลที่ทุนประกันควรทบทวนเป็นระยะ ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วลืม ข้อมูลค่าใช้จ่ายและค่าเล่าเรียนเป็นค่าประมาณ ณ กรกฎาคม 2569 โปรดปรับตามสถานการณ์จริงของคุณ
คนโสดไม่มีภาระ ต้องมีทุนเยอะไหม
คำตอบตรง ๆ คือ ส่วนใหญ่ไม่ต้อง เพราะกลับไปที่คำถามหลักของประกันชีวิต ถ้าคุณจากไปวันนี้ ไม่มีใครเดือดร้อนทางการเงิน ไม่มีคนพึ่งพารายได้คุณ ไม่มีหนี้ที่จะตกเป็นภาระใคร คุณแทบไม่ต้องการทุนประกันชีวิตก้อนใหญ่เลย เอาเบี้ยไปทำประกันสุขภาพซึ่งคุ้มครองความเสี่ยงที่คุณเจอเองตอนยังมีชีวิต คุ้มค่ากว่ามาก
แต่มีข้อยกเว้นที่คนโสดควรพิจารณา
- มีหนี้ที่ค้ำโดยคนอื่น — เช่น หนี้บ้านที่พ่อแม่ค้ำประกัน หรือหนี้ที่มีคนร่วมรับผิด ถ้าคุณจากไปหนี้ตกเป็นภาระเขา ควรทำทุนพอปิดหนี้ก้อนนั้น
- เป็นเสาหลักดูแลพ่อแม่ — ถ้าพ่อแม่พึ่งเงินจากคุณทุกเดือน พวกเขาคือคนข้างหลังในความหมายของประกันชีวิตเช่นกัน ควรทำทุนพอประคองพวกท่าน
- อยากล็อกเบี้ยถูกไว้ก่อนแต่งงาน — เบี้ยประกันขึ้นตามอายุและสุขภาพ บางคนเลือกทำทุนไว้ระดับหนึ่งตอนอายุน้อยและสุขภาพดีเพื่อล็อกเบี้ยถูก ก่อนที่จะมีครอบครัวและภาระ ข้อนี้มีเหตุผลอยู่บ้าง แต่อย่าให้เป็นข้ออ้างซื้อทุนเกินจำเป็น
ทุนมากเกินไปก็ไม่ดี จ่ายเบี้ยเกินเปล่า
คนมักกลัวทุนน้อยไป จนลืมว่าทุนมากเกินไปก็มีต้นทุน ทุกบาทของทุนประกันมีเบี้ยผูกอยู่ ถ้าคุณทำทุน 20 ล้านทั้งที่ภาระจริงแค่ 6 ล้าน ส่วนเกิน 14 ล้านนั้นคือเบี้ยที่คุณจ่ายทุกปีเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงที่ไม่มีอยู่จริง เงินก้อนนั้นถ้าเอาไปลงทุนระยะยาวแทน สร้างความมั่งคั่งให้ครอบครัวได้มากกว่า
วิธีคิดที่ถูกคือ ทุนประกันควรพอดีกับภาระ ไม่ใช่มากที่สุดเท่าที่เบี้ยไหว การทำทุนพอดีแล้วเอาส่วนต่างไปลงทุน ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำทุนสูงเกินจำเป็นเกือบทุกกรณี เพราะประกันชีวิตคือเครื่องมือโอนความเสี่ยง ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง และเมื่อภาระลดลงตามเวลา หนี้บ้านหมด ลูกโต ทุนที่ต้องการก็ควรลดลงด้วย ไม่ใช่แช่ทุนสูงไว้เท่าเดิมแล้วจ่ายเบี้ยแพงต่อไปเรื่อย ๆ
ซื้อ Term ได้ทุนสูงเบี้ยถูก คือกุญแจของสูตรนี้
พอคำนวณได้ว่าต้องการทุนราว 6 ล้าน หลายคนตกใจว่าเบี้ยจะแพงแค่ไหน คำตอบขึ้นกับว่าเลือกแบบไหน และนี่คือจุดที่การเลือกแบบประกันสำคัญพอ ๆ กับการคำนวณทุน
ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term) ให้ความคุ้มครองต่อบาทเบี้ยสูงที่สุด ทุน 6 ล้านที่ถ้าทำแบบตลอดชีพอาจเบี้ยหลักแสนต่อปี แต่ทำแบบ Term อาจเบี้ยเพียงหลักหมื่นต้น ๆ ต่อปี เพราะ Term จ่ายเฉพาะความคุ้มครองล้วน ๆ ไม่มีส่วนออมทรัพย์มามัดรวม ทำให้ซื้อทุนสูงได้ในเบี้ยที่จ่ายไหว ซึ่งพอดีกับตรรกะของสูตรนี้ เพราะภาระของครอบครัวส่วนใหญ่ลดลงตามเวลา หนี้บ้านทยอยหมด ลูกโตขึ้น Term ที่คุ้มครองตรงช่วงที่ภาระหนักจึงเป็นการจ่ายให้ตรงจุดที่สุด
เราเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบและเหตุผลที่ Term มักคุ้มกว่าไว้ละเอียดในบทความประกันชีวิต Term vs ตลอดชีพ ประเด็นสำคัญคือ อย่าให้เบี้ยของแบบที่แพงเป็นข้ออ้างในการทำทุนต่ำกว่าภาระจริง เพราะ Term ทำให้คุณทำทุนพอดีภาระได้โดยไม่ต้องยอมความ
| สิทธิลดหย่อน (หมวดประกัน) | เพดานตามกฎหมาย | เงื่อนไข/หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เบี้ยประกันชีวิต | สูงสุด 100,000 | ตามจ่ายจริง กรมธรรม์คุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป |
| เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง | สูงสุด 25,000 | เมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 |
| เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา | สูงสุด 15,000 | พ่อแม่ต้องมีเงินได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด |
ที่มา: กรมสรรพากร — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 — เป็นเพดาน/เกณฑ์ตามกฎหมาย อัตราจริงของแต่ละผู้ให้บริการอาจต่างออกไป โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุด
สูตร: หนี้สินคงเหลือ + ค่าใช้จ่ายครอบครัว 5–10 ปี + ค่าเล่าเรียนลูกจนจบ − สินทรัพย์สภาพค…
ตัวอย่างครอบครัวมีหนี้บ้าน 3 ล้าน ลูก 2 คน คำนวณได้ราว 6 ล้านบาท — ไม่ใช่ 1 ล้านที่เบี้ย…
คนโสดไม่มีคนพึ่งพา แทบไม่ต้องมีทุนก้อนใหญ่ เอาเบี้ยไปทำประกันสุขภาพคุ้มกว่า
ตารางทุนประกันแนะนำตามโปรไฟล์
ตารางด้านล่างเป็นแนวทางคร่าว ๆ ตามโปรไฟล์ครอบครัว ไว้เป็นจุดตั้งต้นก่อนคำนวณละเอียดด้วยสูตรข้างบน ตัวเลขเป็นช่วงประมาณ ณ กรกฎาคม 2569 โปรดปรับตามหนี้ ค่าใช้จ่าย และสินทรัพย์จริงของคุณอีกครั้ง
| โปรไฟล์ | ทุนประกันแนะนำ | เหตุผลหลัก |
|---|---|---|
| โสด ไม่มีหนี้ ไม่มีคนพึ่งพา | แทบไม่ต้องมี | เน้นประกันสุขภาพแทน |
| โสด แต่ดูแลพ่อแม่ / มีหนี้ค้ำ | 1–3 ล้าน | พอปิดหนี้และประคองพ่อแม่ |
| แต่งงานใหม่ ยังไม่มีลูก ไม่มีหนี้บ้าน | 2–4 ล้าน | ประคองคู่ครองให้ตั้งตัว |
| มีบ้านผ่อน + ลูกเล็ก 1–2 คน | 5–8 ล้าน | หนี้บ้าน + ค่าเลี้ยงดู + ค่าเรียน |
| เสาหลักเดี่ยว หนี้สูง ลูกหลายคน | 8–15 ล้าน | ภาระรวมสูง สินทรัพย์ยังน้อย |
ภาพเทียบทุนประกันแนะนำโดยประมาณตามโปรไฟล์ (ใช้ค่ากลางของช่วงในตาราง หน่วยล้านบาท)
ย้ำอีกครั้งว่าตารางนี้เป็นแค่จุดตั้งต้น ตัวเลขจริงของคุณต้องมาจากสูตรที่ผูกกับหนี้ ค่าใช้จ่าย และสินทรัพย์ของบ้านคุณเอง สองครอบครัวที่หน้าตาเหมือนกันแต่หนี้บ้านต่างกันสามล้าน ทุนประกันที่ควรมีก็ต่างกันสามล้านทันที
เมื่อคำนวณทุนจากภาระได้แล้ว ขั้นต่อไปคือหาว่าทุนก้อนนั้นแบบ Term เบี้ยเท่าไหร่ในแต่ละบริษัท เทียบหลายเจ้าพร้อมกันก่อนตัดสินใจ — เทียบฟรี ไม่ผูกมัด
สรุปให้จบในประโยคเดียว ทุนประกันที่ถูกต้องไม่ได้มาจากความรู้สึกหรือจากเบี้ยที่จ่ายไหว แต่มาจากการเอาภาระจริงมาบวกลบให้เห็นเป็นตัวเลข แล้วเลือกแบบประกันที่ให้ทุนนั้นในเบี้ยถูกที่สุดอย่าง Term คำนวณเองครั้งเดียวใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที แต่ทำให้คุณเดินเข้าไปคุยกับตัวแทนด้วยตัวเลขในมือ แทนที่จะรับตัวเลขที่เขายื่นมาโดยไม่รู้ว่ามันมาจากไหน