สรุปใน 30 วินาที
  • สูตร: หนี้สินคงเหลือ + ค่าใช้จ่ายครอบครัว 5–10 ปี + ค่าเล่าเรียนลูกจนจบ − สินทรัพย์สภาพคล่องที่มี = ทุนประกันที่ควรซื้อ
  • ตัวอย่างครอบครัวมีหนี้บ้าน 3 ล้าน ลูก 2 คน คำนวณได้ราว 6 ล้านบาท — ไม่ใช่ 1 ล้านที่เบี้ยพอดีกระเป๋า และไม่ใช่ 20 ล้านที่ฟังดูอุ่นใจ
  • คนโสดไม่มีคนพึ่งพา แทบไม่ต้องมีทุนก้อนใหญ่ เอาเบี้ยไปทำประกันสุขภาพคุ้มกว่า
  • ซื้อ Term ได้ทุนสูงเบี้ยถูก (หลักหมื่นแทนหลักแสน) ทำให้ทำทุนพอดีภาระได้โดยไม่ต้องยอมลดทุนต่ำกว่าความจำเป็น
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ สำนักงาน คปภ. · กรมสรรพากร — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: หน้านี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกัน หากคุณซื้อกรมธรรม์ผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยเบี้ยที่คุณจ่ายไม่เพิ่มขึ้น ความเห็นทั้งหมดในบทความเป็นของกองบรรณาธิการ อ่านนโยบายฉบับเต็มได้ที่หน้าการเปิดเผยข้อมูล คำเตือน: ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ถามตัวแทนสิบคนว่าควรทำทุนประกันเท่าไหร่ คุณมีสิทธิ์ได้คำตอบที่วนกลับมาที่ "เบี้ยเดือนละเท่านี้ไหวไหม" มากกว่าจะเริ่มจากภาระจริงของคุณ ทั้งที่ทุนประกันชีวิตที่ถูกต้องไม่ใช่ตัวเลขที่รู้สึกว่าเยอะดีหรือตัวเลขที่เบี้ยพอดีกระเป๋า แต่คือตัวเลขที่คำนวณจากของจริงว่า ถ้าคุณจากไปวันนี้ คนข้างหลังต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะยืนอยู่ได้ บทความนี้ให้สูตรที่คุณกดเองได้ พร้อมตัวอย่างและตารางตามโปรไฟล์

สูตรคำนวณทุนประกันจากภาระจริง

หลักคิดตรงไปตรงมา ทุนประกันมีไว้ปิดช่องว่างระหว่าง "เงินที่คนข้างหลังต้องใช้" กับ "เงินที่พวกเขามีอยู่แล้ว" สูตรจึงมีสี่ก้อน สามก้อนบวก หนึ่งก้อนลบ

สูตรทุนประกันที่ต้องการ หนี้สินคงเหลือทั้งหมด + ค่าใช้จ่ายครอบครัว 5–10 ปี + ค่าเล่าเรียนลูกจนจบ สินทรัพย์สภาพคล่องที่มีอยู่ = ทุนประกันที่ควรซื้อ

ไล่ทีละก้อน

  • หนี้สินคงเหลือทั้งหมด — ยอดหนี้บ้านที่ยังผ่อนไม่หมด หนี้รถ หนี้บัตร หนี้ส่วนบุคคล ทุกบาทที่ถ้าคุณจากไป คนข้างหลังต้องหาทางจ่ายต่อหรือเสียทรัพย์สินไป เช็กยอดหนี้บ้านคงเหลือได้ด้วยเครื่องคำนวณผ่อนบ้าน
  • ค่าใช้จ่ายครอบครัว 5–10 ปี — เอารายจ่ายต่อเดือนของครอบครัวส่วนที่พึ่งพารายได้คุณ คูณ 12 คูณจำนวนปีที่อยากประคองให้ครอบครัวตั้งตัว ทั่วไปใช้ 5–10 ปี ยิ่งลูกเล็กและคู่ครองยังไม่มีรายได้มั่นคง ยิ่งควรเลือกช่วงยาว
  • ค่าเล่าเรียนลูกจนจบ — ประเมินค่าเทอมของลูกแต่ละคนจากตอนนี้จนจบระดับที่ตั้งใจ เป็นก้อนที่มักถูกลืมแต่ใหญ่กว่าที่คิด
  • ลบสินทรัพย์สภาพคล่องที่มีอยู่ — เงินฝาก กองทุน หุ้น เงินสำรอง และทุนประกันกลุ่มจากที่ทำงาน สิ่งที่คนข้างหลังเอามาใช้ได้ทันที หักออกเพราะไม่ต้องซื้อประกันมาซ้ำในส่วนที่มีอยู่แล้ว

ที่เหลือหลังหักคือทุนประกันที่คุณควรซื้อ ไม่ใช่ตัวเลขกลม ๆ ที่ตัวแทนเสนอ และไม่ใช่ตัวเลขที่เบี้ยพอดีกระเป๋า แต่คือตัวเลขที่ผูกกับภาระจริงของบ้านคุณ

ตัวอย่างจริง ครอบครัวมีหนี้บ้าน 3 ล้าน ลูก 2 คน

ลองใส่ตัวเลขให้เห็นภาพ สมมติครอบครัวหนึ่ง สามีเป็นเสาหลักรายได้ ภรรยาทำงานพาร์ตไทม์ มีลูกสองคนอายุ 5 และ 8 ขวบ

รายการจำนวน (บาท)ที่มา
+ หนี้บ้านคงเหลือ 3,000,000 ยอดผ่อนที่ยังเหลือ
+ ค่าใช้จ่ายครอบครัว 7 ปี 2,520,000 เดือนละ 30,000 × 12 × 7 ปี
+ ค่าเล่าเรียนลูก 2 คน 2,000,000 ประมาณ 1 ล้าน/คน จนจบปริญญาตรี
− สินทรัพย์และประกันกลุ่ม 1,500,000 เงินฝาก กองทุน ประกันกลุ่มบริษัท
= ทุนประกันที่ต้องการ 6,020,000 ปัดเป็น ราว 6 ล้านบาท

ตัวเลขราว 6 ล้านบาทนี้คือทุนประกันชีวิตที่ครอบครัวนี้ต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ 1 ล้านที่ตัวแทนเสนอเพราะเบี้ยพอดีกระเป๋า และไม่ใช่ 20 ล้านที่ฟังดูอุ่นใจแต่จ่ายเบี้ยเกินเหตุ สังเกตว่าตัวเลขทั้งหมดมาจากของจริง เปลี่ยนสมมติฐานเมื่อไหร่ ตัวเลขก็ขยับตาม เช่น ถ้าไม่มีหนี้บ้านแล้ว ทุนที่ต้องการจะลดลงทันทีสามล้าน นี่คือเหตุผลที่ทุนประกันควรทบทวนเป็นระยะ ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแล้วลืม ข้อมูลค่าใช้จ่ายและค่าเล่าเรียนเป็นค่าประมาณ ณ กรกฎาคม 2569 โปรดปรับตามสถานการณ์จริงของคุณ

ปรับจำนวนปีให้เข้ากับสถานการณ์ ช่วง 5–10 ปีของค่าใช้จ่ายครอบครัวไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ให้คิดว่าคู่ครองต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะตั้งตัวได้ ถ้าคู่ครองมีอาชีพมั่นคงอยู่แล้วอาจใช้ 5 ปีพอ แต่ถ้าคู่ครองไม่มีรายได้ประจำและลูกยังเล็กมาก การเลือก 10 ปีปลอดภัยกว่า ลองกดตัวเลขค่าใช้จ่ายและเป้าหมายเงินก้อนของครอบครัวเองในเครื่องคำนวณเป้าหมายเงินล้าน เพื่อดูว่าต้องเตรียมเท่าไหร่

คนโสดไม่มีภาระ ต้องมีทุนเยอะไหม

คำตอบตรง ๆ คือ ส่วนใหญ่ไม่ต้อง เพราะกลับไปที่คำถามหลักของประกันชีวิต ถ้าคุณจากไปวันนี้ ไม่มีใครเดือดร้อนทางการเงิน ไม่มีคนพึ่งพารายได้คุณ ไม่มีหนี้ที่จะตกเป็นภาระใคร คุณแทบไม่ต้องการทุนประกันชีวิตก้อนใหญ่เลย เอาเบี้ยไปทำประกันสุขภาพซึ่งคุ้มครองความเสี่ยงที่คุณเจอเองตอนยังมีชีวิต คุ้มค่ากว่ามาก

แต่มีข้อยกเว้นที่คนโสดควรพิจารณา

  • มีหนี้ที่ค้ำโดยคนอื่น — เช่น หนี้บ้านที่พ่อแม่ค้ำประกัน หรือหนี้ที่มีคนร่วมรับผิด ถ้าคุณจากไปหนี้ตกเป็นภาระเขา ควรทำทุนพอปิดหนี้ก้อนนั้น
  • เป็นเสาหลักดูแลพ่อแม่ — ถ้าพ่อแม่พึ่งเงินจากคุณทุกเดือน พวกเขาคือคนข้างหลังในความหมายของประกันชีวิตเช่นกัน ควรทำทุนพอประคองพวกท่าน
  • อยากล็อกเบี้ยถูกไว้ก่อนแต่งงาน — เบี้ยประกันขึ้นตามอายุและสุขภาพ บางคนเลือกทำทุนไว้ระดับหนึ่งตอนอายุน้อยและสุขภาพดีเพื่อล็อกเบี้ยถูก ก่อนที่จะมีครอบครัวและภาระ ข้อนี้มีเหตุผลอยู่บ้าง แต่อย่าให้เป็นข้ออ้างซื้อทุนเกินจำเป็น

ทุนมากเกินไปก็ไม่ดี จ่ายเบี้ยเกินเปล่า

คนมักกลัวทุนน้อยไป จนลืมว่าทุนมากเกินไปก็มีต้นทุน ทุกบาทของทุนประกันมีเบี้ยผูกอยู่ ถ้าคุณทำทุน 20 ล้านทั้งที่ภาระจริงแค่ 6 ล้าน ส่วนเกิน 14 ล้านนั้นคือเบี้ยที่คุณจ่ายทุกปีเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงที่ไม่มีอยู่จริง เงินก้อนนั้นถ้าเอาไปลงทุนระยะยาวแทน สร้างความมั่งคั่งให้ครอบครัวได้มากกว่า

วิธีคิดที่ถูกคือ ทุนประกันควรพอดีกับภาระ ไม่ใช่มากที่สุดเท่าที่เบี้ยไหว การทำทุนพอดีแล้วเอาส่วนต่างไปลงทุน ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำทุนสูงเกินจำเป็นเกือบทุกกรณี เพราะประกันชีวิตคือเครื่องมือโอนความเสี่ยง ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง และเมื่อภาระลดลงตามเวลา หนี้บ้านหมด ลูกโต ทุนที่ต้องการก็ควรลดลงด้วย ไม่ใช่แช่ทุนสูงไว้เท่าเดิมแล้วจ่ายเบี้ยแพงต่อไปเรื่อย ๆ

ระวังการถูกเสนอทุนตามเบี้ย ไม่ใช่ตามภาระ วิธีขายที่พบบ่อยคือเริ่มจาก "จ่ายไหวเดือนละเท่าไหร่" แล้วค่อยจัดทุนให้พอดีเบี้ยนั้น ซึ่งกลับหัวกับที่ควรเป็น ที่ถูกคือคำนวณทุนจากภาระก่อน แล้วค่อยหาแบบประกันที่ให้ทุนนั้นในเบี้ยที่ถูกที่สุด ถ้าเบี้ยของทุนที่ต้องการสูงเกินไป คำตอบคือเลือกแบบที่เบี้ยต่อทุนถูกกว่า ไม่ใช่ลดทุนลงให้ต่ำกว่าภาระจริง เพราะทุนที่ต่ำกว่าภาระแปลว่าตอนเกิดเหตุจริง เงินไม่พอทำหน้าที่

ซื้อ Term ได้ทุนสูงเบี้ยถูก คือกุญแจของสูตรนี้

พอคำนวณได้ว่าต้องการทุนราว 6 ล้าน หลายคนตกใจว่าเบี้ยจะแพงแค่ไหน คำตอบขึ้นกับว่าเลือกแบบไหน และนี่คือจุดที่การเลือกแบบประกันสำคัญพอ ๆ กับการคำนวณทุน

ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term) ให้ความคุ้มครองต่อบาทเบี้ยสูงที่สุด ทุน 6 ล้านที่ถ้าทำแบบตลอดชีพอาจเบี้ยหลักแสนต่อปี แต่ทำแบบ Term อาจเบี้ยเพียงหลักหมื่นต้น ๆ ต่อปี เพราะ Term จ่ายเฉพาะความคุ้มครองล้วน ๆ ไม่มีส่วนออมทรัพย์มามัดรวม ทำให้ซื้อทุนสูงได้ในเบี้ยที่จ่ายไหว ซึ่งพอดีกับตรรกะของสูตรนี้ เพราะภาระของครอบครัวส่วนใหญ่ลดลงตามเวลา หนี้บ้านทยอยหมด ลูกโตขึ้น Term ที่คุ้มครองตรงช่วงที่ภาระหนักจึงเป็นการจ่ายให้ตรงจุดที่สุด

เราเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบและเหตุผลที่ Term มักคุ้มกว่าไว้ละเอียดในบทความประกันชีวิต Term vs ตลอดชีพ ประเด็นสำคัญคือ อย่าให้เบี้ยของแบบที่แพงเป็นข้ออ้างในการทำทุนต่ำกว่าภาระจริง เพราะ Term ทำให้คุณทำทุนพอดีภาระได้โดยไม่ต้องยอมความ

สิทธิลดหย่อน (หมวดประกัน)เพดานตามกฎหมายเงื่อนไข/หมายเหตุ
เบี้ยประกันชีวิต สูงสุด 100,000 ตามจ่ายจริง กรมธรรม์คุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง สูงสุด 25,000 เมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000
เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา สูงสุด 15,000 พ่อแม่ต้องมีเงินได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

ที่มา: กรมสรรพากร — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 — เป็นเพดาน/เกณฑ์ตามกฎหมาย อัตราจริงของแต่ละผู้ให้บริการอาจต่างออกไป โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุด

ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

สูตร: หนี้สินคงเหลือ + ค่าใช้จ่ายครอบครัว 5–10 ปี + ค่าเล่าเรียนลูกจนจบ − สินทรัพย์สภาพค…

2

ตัวอย่างครอบครัวมีหนี้บ้าน 3 ล้าน ลูก 2 คน คำนวณได้ราว 6 ล้านบาท — ไม่ใช่ 1 ล้านที่เบี้ย…

3

คนโสดไม่มีคนพึ่งพา แทบไม่ต้องมีทุนก้อนใหญ่ เอาเบี้ยไปทำประกันสุขภาพคุ้มกว่า

ตารางทุนประกันแนะนำตามโปรไฟล์

ตารางด้านล่างเป็นแนวทางคร่าว ๆ ตามโปรไฟล์ครอบครัว ไว้เป็นจุดตั้งต้นก่อนคำนวณละเอียดด้วยสูตรข้างบน ตัวเลขเป็นช่วงประมาณ ณ กรกฎาคม 2569 โปรดปรับตามหนี้ ค่าใช้จ่าย และสินทรัพย์จริงของคุณอีกครั้ง

โปรไฟล์ทุนประกันแนะนำเหตุผลหลัก
โสด ไม่มีหนี้ ไม่มีคนพึ่งพา แทบไม่ต้องมี เน้นประกันสุขภาพแทน
โสด แต่ดูแลพ่อแม่ / มีหนี้ค้ำ 1–3 ล้าน พอปิดหนี้และประคองพ่อแม่
แต่งงานใหม่ ยังไม่มีลูก ไม่มีหนี้บ้าน 2–4 ล้าน ประคองคู่ครองให้ตั้งตัว
มีบ้านผ่อน + ลูกเล็ก 1–2 คน 5–8 ล้าน หนี้บ้าน + ค่าเลี้ยงดู + ค่าเรียน
เสาหลักเดี่ยว หนี้สูง ลูกหลายคน 8–15 ล้าน ภาระรวมสูง สินทรัพย์ยังน้อย

ภาพเทียบทุนประกันแนะนำโดยประมาณตามโปรไฟล์ (ใช้ค่ากลางของช่วงในตาราง หน่วยล้านบาท)

ย้ำอีกครั้งว่าตารางนี้เป็นแค่จุดตั้งต้น ตัวเลขจริงของคุณต้องมาจากสูตรที่ผูกกับหนี้ ค่าใช้จ่าย และสินทรัพย์ของบ้านคุณเอง สองครอบครัวที่หน้าตาเหมือนกันแต่หนี้บ้านต่างกันสามล้าน ทุนประกันที่ควรมีก็ต่างกันสามล้านทันที

รู้ทุนที่ต้องการแล้ว ลองหาเบี้ย Term ที่ถูกที่สุด

เมื่อคำนวณทุนจากภาระได้แล้ว ขั้นต่อไปคือหาว่าทุนก้อนนั้นแบบ Term เบี้ยเท่าไหร่ในแต่ละบริษัท เทียบหลายเจ้าพร้อมกันก่อนตัดสินใจ — เทียบฟรี ไม่ผูกมัด

เทียบเบี้ยประกันชีวิต

สรุปให้จบในประโยคเดียว ทุนประกันที่ถูกต้องไม่ได้มาจากความรู้สึกหรือจากเบี้ยที่จ่ายไหว แต่มาจากการเอาภาระจริงมาบวกลบให้เห็นเป็นตัวเลข แล้วเลือกแบบประกันที่ให้ทุนนั้นในเบี้ยถูกที่สุดอย่าง Term คำนวณเองครั้งเดียวใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที แต่ทำให้คุณเดินเข้าไปคุยกับตัวแทนด้วยตัวเลขในมือ แทนที่จะรับตัวเลขที่เขายื่นมาโดยไม่รู้ว่ามันมาจากไหน

ประกันชีวิตอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง