สรุปใน 30 วินาที
  • อายุ 60+ ยังทำประกันสุขภาพได้ บริษัทส่วนใหญ่รับสมัครใหม่ถึงราว 70 ปี บางบริษัทถึง 75–80 ปี แต่ตัวเลือกน้อยลงและเงื่อนไขเข้มขึ้นตามอายุ
  • เบี้ยขึ้นแบบก้าวกระโดด — วัย 58 กับวัย 72 อาจต่างกัน 3–4 เท่าสำหรับความคุ้มครองใกล้เคียงกัน
  • ต้องแถลงสุขภาพละเอียด โรคที่เป็นอยู่ก่อนมักถูกยกเว้น ห้ามปกปิดประวัติเด็ดขาดเพราะเสี่ยงถูกบอกล้างสัญญา
  • ถ้าเบี้ยแพงหรือถูกปฏิเสธ ยังมีทางเลือก — เจอจ่ายจบ, ใช้บัตรทองเป็นฐานแล้วเสริมส่วนที่ขาด, หรือกันเงินก้อนสำรองเอง และเบี้ยพ่อแม่ลดหย่อนภาษีได้ถึง 15,000 บาท/ปี
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ สำนักงาน คปภ. · กรมสรรพากร · สำนักงานประกันสังคม — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: หน้านี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกัน หากคุณซื้อกรมธรรม์ผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยเบี้ยที่คุณจ่ายไม่เพิ่มขึ้น ความเห็นทั้งหมดในบทความเป็นของกองบรรณาธิการ อ่านนโยบายฉบับเต็มได้ที่หน้าการเปิดเผยข้อมูล คำเตือน: ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

คำถามที่เราได้รับบ่อยที่สุดในหมวดประกันสุขภาพคือ "พ่อแม่อายุ 65 แล้ว ยังทำประกันได้ไหม" คำตอบสั้น ๆ คือได้ แต่โจทย์เปลี่ยนไปจากตอนอายุน้อยอย่างสิ้นเชิง เบี้ยแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด บริษัทที่รับมีจำกัด ต้องแถลงสุขภาพละเอียด และโรคที่เป็นอยู่ก่อนมักถูกยกเว้นไม่คุ้มครอง บทความนี้จะบอกตรง ๆ ว่าอายุไหนยังพอมีทางเลือก เบี้ยประมาณเท่าไหร่ อะไรที่มักเคลมไม่ได้ และถ้าเบี้ยแพงเกินหรือถูกปฏิเสธ ยังมีทางไหนเหลืออยู่บ้าง

อายุ 60+ ยังทำประกันสุขภาพได้ไหม และที่ไหนรับ

ทำได้ แต่ต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน คือ "อายุที่รับสมัครใหม่" กับ "อายุที่ต่ออายุได้" บริษัทส่วนใหญ่รับสมัครประกันสุขภาพรายใหม่ถึงอายุประมาณ 70 ปี และบางบริษัทที่ทำตลาดผู้สูงอายุโดยเฉพาะรับสมัครใหม่ได้ถึงราว 75–80 ปี ส่วนการต่ออายุกรมธรรม์ที่มีอยู่แล้ว หลายแบบให้ต่อได้ถึงอายุ 80–85 ปีหรือตลอดชีพขึ้นกับเงื่อนไข

จุดที่ต้องเข้าใจคือ ยิ่งสมัครตอนอายุมาก ตัวเลือกยิ่งน้อยและเงื่อนไขยิ่งเข้ม แผนเหมาจ่ายวงเงินสูงแบบที่คนอายุ 40 เลือกได้สบาย ๆ พออายุ 68 อาจเหลือให้เลือกไม่กี่แบบ และบางแผนจำกัดวงเงินหรือเพิ่มเงื่อนไขร่วมจ่าย หลักการเลือกแผนยังเหมือนเดิม คือดูค่าห้องและวงเงินเหมาจ่ายเป็นตัวตั้ง ซึ่งเราลงรายละเอียดวิธีอ่านแผนไว้ในบทความประกันสุขภาพเหมาจ่าย

เบี้ยแพงแค่ไหน — ตารางช่วงอายุกับเบี้ย

ความจริงที่ต้องยอมรับคือเบี้ยประกันสุขภาพขึ้นตามอายุแบบเร่ง ไม่ใช่เพิ่มทีละนิด ทุกครั้งที่ขยับช่วงอายุ เบี้ยกระโดดขึ้นชัดเจนเพราะความเสี่ยงเจ็บป่วยสูงขึ้นจริง ตารางด้านล่างเป็นช่วงเบี้ยต่อปีโดยประมาณของแผนสุขภาพเหมาจ่ายวงเงินปานกลาง สำหรับผู้สมัครสุขภาพมาตรฐาน จากการสำรวจตลาด ณ กรกฎาคม 2569 — ตัวเลขจริงต่างกันมากตามแผน วงเงิน เพศ และประวัติสุขภาพ

ช่วงอายุผู้เอาประกันเบี้ยต่อปีโดยประมาณสถานะการรับสมัคร
55–59 ปี 25,000–45,000 รับสมัครได้ทั่วไป
60–65 ปี 40,000–70,000 ยังมีตัวเลือกหลายบริษัท
66–70 ปี 60,000–100,000 ตัวเลือกเริ่มจำกัด
71–75 ปี 90,000–150,000+ เฉพาะบางบริษัท เงื่อนไขเข้ม

ภาพเทียบเบี้ยต่อปีโดยประมาณตามช่วงอายุผู้เอาประกัน (จุดกึ่งกลางของช่วงในตาราง หน่วยบาท)

อ่านตารางแล้วจะเห็นว่าเบี้ยระหว่างวัย 58 กับวัย 72 อาจต่างกันสามถึงสี่เท่าสำหรับความคุ้มครองใกล้เคียงกัน และเบี้ยนี้จ่ายทุกปีไปเรื่อย ๆ พร้อมปรับขึ้นตามอายุที่มากขึ้น สำหรับหลายครอบครัวเบี้ยหลักแสนต่อปีคือภาระที่ต้องวางแผนล่วงหน้า ลองคิดว่าถ้าเอาเบี้ยก้อนนี้ไปเตรียมเป็นเงินก้อนสำรองค่ารักษาแทน จะพอไหม โดยกดดูในเครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้นเพื่อเทียบสองทาง

แถลงสุขภาพ กับโรคที่เป็นก่อนที่มักถูกยกเว้น

ยิ่งอายุมาก การพิจารณารับประกัน (underwriting) ยิ่งเข้มข้น ผู้สมัครสูงวัยมักต้องกรอกใบแถลงสุขภาพละเอียด และบางกรณีต้องตรวจสุขภาพเพิ่มก่อนบริษัทตัดสินใจ ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มีสามแบบ

  • รับปกติ — สุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวสำคัญ ได้ความคุ้มครองเต็มตามแผน
  • รับแบบมีเงื่อนไข — บริษัทรับ แต่ยกเว้นความคุ้มครองสำหรับโรคที่เป็นอยู่ก่อน เช่น มีเบาหวานอยู่แล้วก็คุ้มครองอย่างอื่นได้ แต่ค่ารักษาที่เกี่ยวกับเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนจะถูกยกเว้น หรือบางกรณีบวกเบี้ยเพิ่ม
  • ปฏิเสธ — ถ้ามีประวัติโรคร้ายแรงหรือความเสี่ยงสูงเกินเกณฑ์ บริษัทอาจไม่รับเลย

โรคที่มักถูกยกเว้นหรือทำให้ถูกปฏิเสธคือกลุ่มโรคเรื้อรังที่พบบ่อยในผู้สูงอายุอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่คุมไม่ได้ โรคหัวใจ โรคไต และประวัติมะเร็ง จุดสำคัญที่ต้องย้ำคือ ห้ามปกปิดประวัติสุขภาพเด็ดขาด เพราะถ้าบริษัทตรวจพบภายหลังว่าแถลงไม่ตรง อาจใช้เป็นเหตุปฏิเสธการเคลมหรือบอกล้างสัญญาได้ เหตุผลการปฏิเสธเคลมยอดฮิตและวิธีป้องกันตั้งแต่วันแถลง เรารวบรวมไว้ในคู่มือเคลมประกันสุขภาพ

ระยะรอคอยและโรคที่เป็นก่อนคือสองด่านที่ทำเคลมแรกไม่ผ่านบ่อยสุด แม้บริษัทรับประกัน แผนสุขภาพมักมีระยะรอคอย 30 วันสำหรับการเจ็บป่วยทั่วไป และ 120 วันสำหรับบางโรคที่ระบุ ส่วนอาการที่เกี่ยวกับโรคซึ่งเป็นอยู่ก่อนวันทำประกันมักไม่คุ้มครองตั้งแต่ต้น ผู้สูงอายุที่เพิ่งทำประกันแล้วป่วยเข้าโรงพยาบาลในเดือนแรก ๆ จึงมักเจอปัญหาเคลมไม่ผ่านเพราะสองด่านนี้ ไม่ใช่เพราะบริษัทบิดพลิ้ว

ทางเลือกเมื่อเบี้ยแพงหรือถูกปฏิเสธ

ถ้าเบี้ยแผนเหมาจ่ายแพงเกินไป หรือสมัครแล้วถูกปฏิเสธเพราะประวัติสุขภาพ ยังมีทางเลือกที่ทำหน้าที่ต่างกันอยู่หลายทาง

  • ประกันเจอจ่ายจบสำหรับผู้สูงอายุ — แบบที่ไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือถามสุขภาพน้อย จ่ายเป็นเงินก้อนหรือชดเชยรายวันเมื่อเข้าโรงพยาบาลตามเงื่อนไข เบี้ยถูกกว่าเหมาจ่ายมาก แต่ความคุ้มครองก็จำกัดกว่า เหมาะเป็นตัวเสริมมากกว่าตัวหลัก แนวคิดเดียวกับประกันมะเร็งเจอจ่ายจบที่เราเคยเขียนถึง
  • บัตรทองหรือประกันสังคมเป็นฐาน แล้วเสริมเฉพาะส่วนที่ขาด — ผู้สูงอายุไทยทุกคนมีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) เป็นฐานอยู่แล้ว ครอบคลุมค่ารักษาพื้นฐานในโรงพยาบาลรัฐตามสิทธิ ทางเลือกที่ประหยัดคือใช้บัตรทองเป็นตาข่ายหลัก แล้วซื้อประกันเสริมเฉพาะส่วนที่ต้องการ เช่น ค่าห้องส่วนต่างหรือการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนบางกรณี
  • กันเงินก้อนสำรองค่ารักษาเอง — สำหรับคนที่เบี้ยแพงจนไม่คุ้ม การตั้งบัญชีสำรองค่ารักษาแยกไว้แล้วบริหารเองก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะถ้ามีเงินเก็บพอและใช้บัตรทองเป็นฐาน เงินก้อนนี้ยืดหยุ่นกว่าเบี้ยที่จ่ายทิ้งทุกปี
เทียบหลายบริษัทก่อนสรุปว่า "ทำไม่ได้" การพิจารณารับประกันของแต่ละบริษัทต่างกัน โรคเดียวกันบริษัทหนึ่งปฏิเสธ อีกบริษัทอาจรับแบบยกเว้นเฉพาะโรคนั้น การถูกปฏิเสธจากที่เดียวไม่ได้แปลว่าทุกที่จะปฏิเสธ ใช้โบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มเทียบประกันที่ยื่นหลายบริษัทพร้อมกันได้ จะเห็นภาพครบและประหยัดเวลากว่าเดินสมัครทีละเจ้า

ซื้อให้พ่อแม่ก่อนอายุมาก คุ้มกว่ารอ

ถ้ามีบทเรียนเดียวที่อยากให้จำจากบทความนี้ คือ เวลาคือศัตรูของประกันสุขภาพ ทุกปีที่รอ เบี้ยแพงขึ้น ตัวเลือกน้อยลง และโอกาสที่จะมีโรคประจำตัวโผล่มาให้ถูกยกเว้นก็สูงขึ้น คนที่ทำประกันสุขภาพให้พ่อแม่ตอนอายุ 55 ล็อกเงื่อนไขไว้ตอนสุขภาพยังดีและต่ออายุยาวได้ ต่างจากคนที่เริ่มคิดตอนพ่อแม่อายุ 70 ซึ่งเจอทั้งเบี้ยสูงและเงื่อนไขเข้ม

คณิตศาสตร์ตรงไปตรงมา: จ่ายเบี้ยที่ถูกกว่าตั้งแต่เนิ่น ๆ หลายปี รวมแล้วมักถูกกว่าและได้ความคุ้มครองครบกว่าการเริ่มตอนอายุมากที่เบี้ยแพงและมีข้อยกเว้นเต็มไปหมด ถ้าคุณกำลังลังเลว่าจะทำให้พ่อแม่ตอนนี้หรือรอไปก่อน คำแนะนำของเราชัดเจน — ทำตอนนี้ที่ยังมีทางเลือกให้เลือก ดีกว่ารอจนเหลือทางเลือกเดียวหรือไม่เหลือเลย

เทียบแผนสุขภาพผู้สูงอายุหลายบริษัทในที่เดียว

กรอกอายุและความต้องการของพ่อแม่ แล้วดูว่าบริษัทไหนรับ เบี้ยเท่าไหร่ และแผนไหนเงื่อนไขดีที่สุด ก่อนเดินเรื่องสมัครจริง — เทียบฟรี ไม่ผูกมัด

เทียบเบี้ยประกันสุขภาพ
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

อายุ 60+ ยังทำประกันสุขภาพได้ บริษัทส่วนใหญ่รับสมัครใหม่ถึงราว 70 ปี บางบริษัทถึง 75–80 …

2

เบี้ยขึ้นแบบก้าวกระโดด — วัย 58 กับวัย 72 อาจต่างกัน 3–4 เท่าสำหรับความคุ้มครองใกล้เคียง…

3

ต้องแถลงสุขภาพละเอียด โรคที่เป็นอยู่ก่อนมักถูกยกเว้น ห้ามปกปิดประวัติเด็ดขาดเพราะเสี่ยงถ…

ลดหย่อนภาษีเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่

ข่าวดีสำหรับลูกที่จ่ายเบี้ยให้พ่อแม่: เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยรวมกันไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี ช่วยให้ภาระเบี้ยเบาลงบางส่วนผ่านการประหยัดภาษี เงื่อนไขสำคัญคือพ่อแม่ต้องมีเงินได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และลูกที่ใช้สิทธิต้องเป็นผู้จ่ายเบี้ยจริง

สิทธินี้เป็นคนละก้อนกับค่าลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา จึงใช้ได้ทั้งสองอย่างถ้าเข้าเงื่อนไข รายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีใช้สิทธิลดหย่อนกลุ่มครอบครัวทั้งหมด เราสรุปไว้ในบทความค่าลดหย่อนครอบครัว อ่านก่อนยื่นภาษีเพื่อไม่พลาดสิทธิที่มี

สิทธิลดหย่อน (กลุ่มพ่อแม่)เพดานตามกฎหมายเงื่อนไข
เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา รวมกันสูงสุด 15,000 พ่อแม่มีเงินได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และลูกเป็นผู้จ่ายเบี้ยจริง
อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (คนละก้อน) 30,000/คน สูงสุด 4 คน อายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000/ปี

ที่มา: กรมสรรพากร — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 — เป็นเพดาน/เกณฑ์ตามกฎหมาย อัตราจริงของแต่ละผู้ให้บริการอาจต่างออกไป โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุด

เบี้ยประกันและเงื่อนไขการรับประกันในบทความนี้เป็นค่าประมาณจากการสำรวจตลาด ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งกับบริษัทประกันและกรมสรรพากรโดยตรง เพราะตัวเลข อายุที่รับ และหลักเกณฑ์ลดหย่อนอาจเปลี่ยนแปลงและต่างกันในแต่ละบริษัทและแต่ละบุคคล บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
ประกันสุขภาพอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง