- 40(2) กับ 40(8) — เส้นแบ่งที่ตัดสินว่าคุณหักค่าใช้จ่ายได้แค่ไหน
- เงินหัก ณ ที่จ่าย 3% — เงินของคุณที่หลายคนทิ้งไว้กับสรรพากร
- หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา vs ตามจริง — เลือกยังไงให้ไม่เสียเปรียบ
- ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.94 — ฟรีแลนซ์บางคนต้องยื่นปีละสองรอบ
- ตาข่ายที่มนุษย์เงินเดือนมีแต่คุณต้องสร้างเอง — ม.40 และ กอช.
- เช็กลิสต์ก่อนปิดปีภาษี
ความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดของฟรีแลนซ์ไทยคือ "โดนหัก 3% ไปแล้ว ถือว่าจ่ายภาษีแล้ว ไม่ต้องยื่น" — ผิดสองชั้น ชั้นแรก เงินที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายเป็นแค่การจ่ายล่วงหน้า ไม่ใช่ภาษีสุดท้าย คุณยังมีหน้าที่ยื่นแบบทุกกรณี ชั้นที่สอง ฟรีแลนซ์จำนวนมากที่รายได้ไม่สูง จริง ๆ แล้วมีสิทธิได้เงิน 3% นั้นคืนทั้งก้อน แต่ไม่เคยยื่นขอ เท่ากับบริจาคเงินให้รัฐโดยไม่รู้ตัวปีละหลายพันถึงหลายหมื่นบาท บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่การแยกประเภทเงินได้ ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่ชี้ชะตาทุกอย่าง ไปจนถึงการยื่นแบบและตาข่ายรองรับที่ฟรีแลนซ์ควรมี
40(2) กับ 40(8) — เส้นแบ่งที่ตัดสินว่าคุณหักค่าใช้จ่ายได้แค่ไหน
กฎหมายภาษีไทยแบ่งเงินได้เป็น 8 ประเภทตามมาตรา 40 สำหรับฟรีแลนซ์ สองประเภทที่เจอบ่อยที่สุดคือ
เงินได้ 40(2) — ค่าจ้างทำงานให้ ค่านายหน้า ค่ารับจ้างทั่วไป ลักษณะสำคัญคือรับจ้างด้วยแรงหรือความรู้ของตัวเองเป็นหลัก แทบไม่มีต้นทุนวัตถุดิบหรือเครื่องมือก้อนใหญ่ เช่น งานเขียนบทความ ที่ปรึกษา งานแปล พิธีกร นายแบบนางแบบ ประเภทนี้หักค่าใช้จ่ายได้แบบเหมา 50% แต่เพดานแค่ 100,000 บาท และเพดานนี้ใช้ร่วมกับเงินเดือน 40(1) — มนุษย์เงินเดือนที่รับงานเสริมจึงมักใช้เพดานนี้หมดไปกับเงินเดือนแล้ว
เงินได้ 40(8) — เงินได้จากการธุรกิจ พาณิชย์ หรืออาชีพอิสระอื่นที่ไม่เข้าประเภท 1–7 เช่น ขายของออนไลน์ ร้านอาหาร รับผลิตคอนเทนต์แบบมีทีมมีอุปกรณ์ ช่างภาพที่ลงทุนกล้องไฟสตูดิโอ นักแสดงสาธารณะ งานกลุ่มนี้หักค่าใช้จ่ายได้สองทาง คือเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับกิจการแต่ละประเภท (หลายกิจการอยู่ที่ 60%) หรือหักตามจริงพร้อมหลักฐาน
เส้นแบ่งในทางปฏิบัติ: ถ้างานคุณคือ "ขายแรงกับสมอง" ล้วน ๆ มักเป็น 40(2) ถ้ามีต้นทุน มีของ มีทีม มีเครื่องมือเป็นสัดส่วนใหญ่ของงาน มักเป็น 40(8) งานเดียวกันบางทีตีความได้ต่างกันตามรูปแบบการรับงาน ถ้ารายได้เริ่มโตหลักล้าน คุยกับนักบัญชีสักครั้งคุ้มกว่าเดาเอง เพราะประเภทที่ต่างกันทำให้ภาษีต่างกันเป็นหมื่นเป็นแสน
เงินหัก ณ ที่จ่าย 3% — เงินของคุณที่หลายคนทิ้งไว้กับสรรพากร
เมื่อบริษัทจ่ายค่าจ้างให้ฟรีแลนซ์ กฎหมายบังคับให้ผู้จ่ายหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 3% ของค่าบริการ แล้วออกหนังสือรับรองการหักภาษี (ใบ 50 ทวิ) ให้คุณ เงินก้อนนี้ถูกนำส่งสรรพากรในชื่อคุณ และจะถูกนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายจริงตอนยื่นแบบปลายปี
จุดที่ทำเงินหายคือฟรีแลนซ์รายได้ทั้งปีไม่สูง เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว ภาษีที่ต้องจ่ายจริงอาจเป็นศูนย์หรือน้อยกว่ายอดที่ถูกหักไประหว่างปีมาก ส่วนต่างนั้นขอคืนได้เต็มจำนวน — แต่ต้องยื่นแบบเท่านั้นถึงจะได้คืน ลองคิดดู รายได้ 400,000 บาท ถูกหักไว้ 12,000 บาท ถ้าคำนวณแล้วภาษีจริงอยู่ที่ 3,000 บาท แปลว่ามีเงิน 9,000 บาทรอคุณอยู่ ยื่นออนไลน์แล้วผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน เงินคืนมักเข้าเร็วกว่าขอคืนเป็นเช็คมาก
- เก็บใบ 50 ทวิทุกใบจากทุกผู้ว่าจ้าง — นี่คือหลักฐานเงินจ่ายล่วงหน้าของคุณ ใบหายเงินหาย
- เทียบยอดกับระบบ My Tax Account ก่อนยื่น เพราะบางบริษัทหักเงินแต่ส่งข้อมูลช้าหรือส่งผิด
- ผู้ว่าจ้างที่ไม่ยอมออก 50 ทวิ คือสัญญาณเตือนระดับแดง — เงินถูกหักจากคุณไปแล้ว แต่คุณอาจไม่มีหลักฐานมาเคลม
หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา vs ตามจริง — เลือกยังไงให้ไม่เสียเปรียบ
สำหรับเงินได้ 40(8) คุณมีทางเลือกสองทาง และเลือกได้ปีต่อปี
| ประเด็น | หักแบบเหมา | หักตามจริง |
|---|---|---|
| อัตรา | ตามที่กฎหมายกำหนดรายประเภทกิจการ (หลายประเภท 60%) | เท่าที่จ่ายจริงและเกี่ยวข้องกับกิจการ ไม่มีเพดาน |
| หลักฐาน | ไม่ต้องแสดง | ต้องมีครบ — ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี บัญชีรายรับรายจ่าย |
| เหมาะกับ | งานต้นทุนต่ำกว่าอัตราเหมา เช่น งานบริการที่ต้นทุนจริง 20–30% | กิจการต้นทุนสูง เช่น ขายสินค้ามาร์จิ้นบาง ต้นทุนจริง 70–80% |
| ความเสี่ยงถูกตรวจ | ต่ำ — ตัวเลขตายตัว | สูงกว่า — สรรพากรขอดูหลักฐานย้อนหลังได้ |
| งานเอกสาร | แทบไม่มี | ต้องทำบัญชีสม่ำเสมอทั้งปี เริ่มย้อนหลังตอนมีนาคมไม่ทัน |
หลักตัดสินใจสั้น ๆ: ถ้าต้นทุนจริงต่ำกว่าอัตราเหมา ให้เหมาเสมอ — ได้หักมากกว่าที่จ่ายจริงแบบถูกกฎหมาย ไม่ต้องเก็บบิลสักใบ แต่ถ้าคุณขายสินค้าที่ซื้อมาขายไปมาร์จิ้นบาง ต้นทุนจริง 75% การยอมเหมา 60% คือการจ่ายภาษีบนกำไรที่ไม่มีอยู่จริง กรณีนี้ต้องทำบัญชีและหักตามจริงเท่านั้น และย้ำว่าการตัดสินใจนี้ต้องทำตั้งแต่ต้นปี เพราะหลักฐานย้อนหลังสร้างไม่ได้
ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.94 — ฟรีแลนซ์บางคนต้องยื่นปีละสองรอบ
นี่คือจุดที่ฟรีแลนซ์โดนเบี้ยปรับกันมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องยื่นสองรอบ
- ภ.ง.ด.90 — แบบยื่นประจำปีสำหรับคนมีเงินได้หลายประเภทหรือเงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนล้วน ยื่นช่วงมกราคม–มีนาคมของปีถัดไป (ยื่นออนไลน์มักขยายถึงต้นเมษายน)
- ภ.ง.ด.94 — แบบยื่นครึ่งปี สำหรับคนที่มีเงินได้ประเภท 40(5)–(8) เช่น ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ รับเหมา ธุรกิจและขายของ โดยนำรายได้ครึ่งปีแรก (มกราคม–มิถุนายน) มายื่นภายในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ภาษีที่จ่ายรอบนี้นำไปเครดิตออกจากยอดตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ได้
สังเกตว่าเงินได้ 40(2) ล้วน ๆ ไม่ต้องยื่นครึ่งปี แต่ถ้าคุณมีรายได้ 40(8) ปนอยู่ เช่น รับจ้างเขียนบทความด้วยและขายของออนไลน์ด้วย ฝั่งขายของต้องเข้า ภ.ง.ด.94 การยื่นช้ามีค่าปรับอาญาและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง วิธีป้องกันง่ายที่สุดคือตั้งเตือนสองจุดในปฏิทิน — ต้นกันยายน กับต้นมีนาคม
กรอกรายได้ ประเภทเงินได้ และลดหย่อนที่มี เครื่องคำนวณจะประเมินภาษีทั้งปีและเทียบกับยอดหัก ณ ที่จ่ายให้เห็นทันทีว่าคุณมีสิทธิขอคืนหรือไม่
ตาข่ายที่มนุษย์เงินเดือนมีแต่คุณต้องสร้างเอง — ม.40 และ กอช.
ออกจากงานประจำ สิ่งที่หายไปเงียบ ๆ คือประกันสังคม ม.33 กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สองระบบนี้ฟรีแลนซ์ต้องสร้างทดแทนเอง และรัฐมีเครื่องมือราคาถูกให้ทั้งคู่
ประกันสังคมมาตรา 40 — สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ สมัครง่าย จ่ายรายเดือนหลักสิบถึงหลักร้อยบาท มีสามทางเลือกซึ่งให้ความคุ้มครองต่างกัน ตั้งแต่เงินทดแทนการขาดรายได้ยามเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ไปจนถึงทางเลือกที่มีเงินบำเหน็จชราภาพและสงเคราะห์บุตร เงินสมทบที่จ่ายนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง อย่ามองข้ามเพราะเบี้ยถูก — เงินทดแทนขาดรายได้วันละไม่กี่ร้อยบาทฟังดูน้อย จนวันที่คุณนอนโรงพยาบาลสองสัปดาห์แล้วไม่มีรายได้เข้าเลยสักบาท ส่วนใครที่เพิ่งลาออกจากงานประจำ อย่าลืมว่ามีสิทธิสมัคร ม.39 ต่อได้ภายใน 6 เดือน ซึ่งคุ้มครองกว้างกว่า ม.40 เทียบข้อดีข้อเสียก่อนเลือก
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) — บำนาญภาคสมัครใจสำหรับคนที่ไม่อยู่ในระบบบำนาญอื่น จุดที่ทำให้มันเด่นกว่าการออมเองคือรัฐสมทบเงินเพิ่มให้ตามช่วงอายุ สูงสุดถึงหลักพันบาทต่อปี นี่คือผลตอบแทนทันทีที่ไม่มีธนาคารไหนให้ เงินที่ส่งเข้า กอช. ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และนับรวมในเพดานกลุ่มเกษียณ 500,000 บาทเดียวกับ RMF สำหรับฟรีแลนซ์รายได้ยังไม่สูง ลำดับที่ถูกคือ กอช. ก่อน RMF เสมอ — เงินสมทบจากรัฐคือกำไรที่ล็อกไว้แล้ว ขณะที่ส่วนลดภาษีของ RMF แทบไม่มีค่าเมื่อฐานภาษียังต่ำ
เช็กลิสต์ก่อนปิดปีภาษี
- รวบรวมใบ 50 ทวิจากผู้ว่าจ้างทุกราย เทียบกับรายได้จริงในบัญชี
- แยกให้ชัดว่ารายได้แต่ละก้อนเป็น 40(2) หรือ 40(8) — อย่าเหมารวม
- มีรายได้ 40(5)–(8) ครึ่งปีแรก? เช็คว่ายื่น ภ.ง.ด.94 ภายในกันยายนแล้วหรือยัง
- ถ้าหักตามจริง — บัญชีรายรับรายจ่ายและใบเสร็จครบทั้งปีหรือไม่
- ยอดรายได้ทั้งปีใกล้ 1.8 ล้านหรือยัง — ถ้าใกล้ ให้เตรียมเรื่อง VAT
- ใช้สิทธิลดหย่อนครบตาม เช็กลิสต์ลดหย่อนปี 2569 โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
- ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน เพื่อรับเงินคืนภาษีเร็วที่สุด
ทั้งหมดนี้อิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรฉบับล่าสุดก่อนยื่นจริง เพราะมาตรการเปลี่ยนได้ทุกปี และถ้ารายได้คุณโตจนตัวเลขเริ่มซับซ้อน ค่านักบัญชีหลักพันต่อปีคือประกันที่ถูกที่สุดที่ฟรีแลนซ์ซื้อได้
ฟรีแลนซ์ซื้อ RMF และ ThaiESG ได้เหมือนพนักงานประจำทุกประการ เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์แล้วตั้งซื้ออัตโนมัติเดือนที่รายได้เข้า