การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังแพลตฟอร์มซื้อกองทุนหรือประกัน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด โปรดเช็คประกาศกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง

ทุกเดือนธันวาคม จะมีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งซื้อกองทุนกับประกันในสามวันสุดท้ายของปี — และเกือบทุกครั้ง สิ่งที่ซื้อไปคือของที่พนักงานขายอยากขาย ไม่ใช่ของที่ตัวเองต้องการ บทความนี้จึงตั้งใจเรียงเช็กลิสต์แบบกลับหัวจากที่โบรชัวร์ชอบทำ คือเริ่มจากสิทธิที่คุณได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแม้แต่บาทเดียว แล้วค่อยไล่ไปหากลุ่มที่ต้องควักเงินซื้อ เพราะหลักคิดง่าย ๆ ของการลดหย่อนคือ อย่าเสียเงินเพื่อประหยัดภาษี ถ้ายังเก็บสิทธิฟรีไม่ครบ

ตัวเลขเพดานทั้งหมดในบทความอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุดที่ใช้กันอยู่ มาตรการลดหย่อนบางรายการเป็นมาตรการชั่วคราวที่ต่ออายุปีต่อปี โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรฉบับล่าสุดก่อนยื่นจริง เพราะมาตรการเปลี่ยนได้ทุกปี

กลุ่มที่ได้สิทธิโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม — เก็บให้ครบก่อน

กลุ่มนี้คือเงินฟรีในความหมายที่แท้จริง เพราะเป็นสิทธิที่ติดตัวมากับสถานะของคุณ ไม่ต้องซื้ออะไรทั้งนั้น แค่กรอกให้ครบตอนยื่น

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท — ได้ทุกคนอัตโนมัติ
  • คู่สมรสไม่มีเงินได้ 60,000 บาท — ต้องจดทะเบียนสมรส และคู่สมรสไม่มีรายได้ในปีนั้น
  • บุตร คนละ 30,000 บาท — บุตรคนที่สองเป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้เพิ่มเป็นคนละ 60,000 บาท
  • ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร ตามจ่ายจริงไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์
  • เลี้ยงดูบิดามารดา คนละ 30,000 บาท — พ่อแม่ต้องอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท รวมพ่อแม่ของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ สูงสุด 4 คน และพี่น้องใช้สิทธิพ่อแม่คนเดียวกันซ้ำไม่ได้ ต้องตกลงกันก่อน
  • อุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท
  • เงินสมทบประกันสังคม ตามจ่ายจริงสูงสุด 9,000 บาท — มนุษย์เงินเดือน ม.33 ที่ถูกหักเดือนละ 750 บาทเต็มเพดาน ได้ครบพอดี
จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดในกลุ่มนี้ สิทธิเลี้ยงดูพ่อแม่ — หลายบ้านมีลูกหลายคนต่างคนต่างกรอก พอระบบตรวจเจอชื่อพ่อแม่ซ้ำ สิทธิโดนตัดทั้งคู่แล้วต้องมานั่งชี้แจงทีหลัง คุยกันในบ้านให้จบก่อนยื่นว่าใครใช้สิทธิใคร และให้พ่อแม่เซ็นหนังสือรับรอง ลย.03 เก็บไว้

กลุ่มประกัน — ชีวิต สุขภาพ และประกันพ่อแม่

กลุ่มนี้เริ่มต้องจ่ายเงินแล้ว แต่ต่างจากกองทุนตรงที่หลายคนมีเหตุผลต้องซื้ออยู่แล้วโดยไม่เกี่ยวกับภาษี ถ้าคุณมีคนข้างหลังที่พึ่งพารายได้คุณ หรือกังวลค่ารักษาพยาบาล การลดหย่อนเป็นเพียงของแถม

  • เบี้ยประกันชีวิต ตามจ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท — กรมธรรม์ต้องคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปและทำกับบริษัทในไทย ถ้าเวนคืนก่อนครบ 10 ปี ต้องคืนภาษีที่เคยได้พร้อมเงินเพิ่ม
  • เบี้ยประกันสุขภาพตัวเอง ตามจ่ายจริงไม่เกิน 25,000 บาท — และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ตามจ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท — พ่อแม่ต้องมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท ข้อนี้ไม่มีเงื่อนไขอายุ 60 ปี
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท — รายการนี้ถูกนับรวมในเพดานกลุ่มเกษียณ 500,000 บาทด้วย จะพูดถึงในหัวข้อถัดไป

ข้อควรระวังของกลุ่มนี้คืออย่าซื้อประกันสะสมทรัพย์เพียงเพราะอยากลดหย่อน ผลตอบแทนที่แท้จริงของสะสมทรัพย์ส่วนใหญ่ต่ำกว่ากองทุนตราสารหนี้ แลกกับการล็อกเงินสิบปี ถ้าเป้าหมายคือความคุ้มครอง ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาให้ทุนสูงกว่าหลายเท่าในเบี้ยเท่ากัน — เราเทียบตัวเลขไว้ใน ประกันชีวิตแบบเทอมกับตลอดชีพ เลือกแบบไหน

กลุ่มเกษียณ — RMF, PVD, ประกันบำนาญ ภายใต้เพดานรวม 500,000

นี่คือกลุ่มที่เม็ดเงินใหญ่ที่สุด และเป็นกลุ่มที่ต้องคิดเยอะที่สุด เพราะทุกรายการมีเพดานรวมกันไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ประกอบด้วย

  • RMF — ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท ถือถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครู — ส่วนของเราไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ — ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
  • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) — ตามจ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท
  • SSF — สิทธิซื้อใหม่อยู่ในช่วงปี 2563–2567 ซึ่งสิ้นสุดแล้ว ยอดที่เคยซื้อไว้ยังต้องถือครบ 10 ปีนับจากวันซื้อ หากมีการต่ออายุมาตรการต้องรอประกาศเป็นทางการ

คำถามที่เจอบ่อยคือ "ถ้ามี PVD หักจากเงินเดือนอยู่แล้ว ซื้อ RMF ได้อีกเท่าไหร่" — คำตอบคือเอา 500,000 ตั้ง หักด้วยยอด PVD ทั้งปี หักด้วยเบี้ยบำนาญและ กอช. ที่จ่ายไป เหลือเท่าไหร่คือช่องว่างของ RMF ใครใส่เกิน ส่วนเกินไม่ได้ลดหย่อนแถมกำไรจากส่วนเกินตอนขายยังต้องเสียภาษีอีกด้วย

อย่าซื้อเพราะกลัวเสียภาษีอย่างเดียว อย่าซื้อกองทุนลดหย่อนถ้าฐานภาษียังไม่ถึง 10% — เงินถูกล็อกไว้นานเกินกว่าผลประโยชน์ที่ได้ คนฐาน 5% ประหยัดได้แค่ 500 บาทต่อเงินลงทุน 10,000 บาท แลกกับการล็อกเงินถึงอายุ 55 ปี ถ้าเงินก้อนเดียวกันเอาไปตั้ง DCA กองทุนดัชนีธรรมดา คุณได้สภาพคล่องเต็ม ๆ โดยเสียส่วนลดภาษีเพียงเล็กน้อย

ThaiESG — เพดานแยกต่างหากที่คนมีรายได้สูงไม่ควรมองข้าม

กองทุน ThaiESG ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ สูงสุด 300,000 บาท และจุดสำคัญคือเพดานนี้แยกจากกลุ่มเกษียณ 500,000 บาท คนรายได้สูงที่ใช้สิทธิกลุ่มเกษียณเต็มแล้ว จึงยังเปิดสิทธิเพิ่มได้อีกก้อน รวมเป็นวงเงินลงทุนลดหย่อนสูงสุด 800,000 บาทต่อปี เงื่อนไขการถือคือ 5 ปีเต็มนับจากวันซื้อ ซึ่งสั้นกว่า RMF มากสำหรับคนอายุน้อย

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนซื้อคือจักรวาลการลงทุนของ ThaiESG จำกัดอยู่ที่หุ้นและตราสารหนี้ไทยที่ผ่านเกณฑ์ความยั่งยืน — คุณกำลังเทน้ำหนักพอร์ตเข้าตลาดหุ้นไทยแบบเข้มข้น ถ้าพอร์ตหลักของคุณเป็นหุ้นไทยอยู่แล้ว คิดเรื่องการกระจายความเสี่ยงให้ดีก่อน เราลงรายละเอียดเรื่องนี้พร้อมลำดับการซื้อไว้ใน SSF vs RMF vs ThaiESG ซื้ออะไรก่อน

บ้าน เงินบริจาค และมาตรการรัฐรายปี

ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัย ลดหย่อนตามจ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท — เฉพาะดอกเบี้ย ไม่รวมเงินต้น ใครกู้ร่วมให้หารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ ปีแรก ๆ ของการผ่อนคืองวดที่ดอกเบี้ยหนักที่สุด สิทธินี้จึงมีค่ามากช่วงต้นสัญญา ลองกดตัวเลขดอกเบี้ยของคุณได้ที่ เครื่องคำนวณผ่อนบ้าน

เงินบริจาค แบ่งเป็นสามชั้น — บริจาคพรรคการเมืองไม่เกิน 10,000 บาท, บริจาคทั่วไปหักได้ตามจริงไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อยอื่น, และบริจาคการศึกษา โรงพยาบาลรัฐ หรือหน่วยงานที่กำหนดผ่านระบบ e-Donation หักได้ 2 เท่าของยอดจริง ภายใต้เพดาน 10% เดียวกัน ถ้าตั้งใจจะบริจาคอยู่แล้ว เลือกช่องทาง e-Donation เสมอ เงินเท่ากันแต่สิทธิภาษีคูณสอง

มาตรการกระตุ้นรายปี เช่น Easy E-Receipt ที่ให้นำค่าซื้อสินค้าและบริการช่วงต้นปีมาหักได้ราว 50,000 บาท เป็นมาตรการที่ประกาศปีต่อปี ทั้งวงเงิน ช่วงเวลา และเงื่อนไขใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนได้ตลอด อย่าวางแผนล่วงหน้าโดยยึดตัวเลขปีก่อน ให้รอประกาศจริงแล้วค่อยใช้

ตารางสรุปเพดานทุกรายการ

รายการเพดาน (บาท)เงื่อนไขสำคัญ
กลุ่มไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
ส่วนตัว60,000ได้ทุกคน
คู่สมรสไม่มีเงินได้60,000จดทะเบียนสมรส
บุตร30,000/คนคนที่ 2 ขึ้นไปเกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้ 60,000
ฝากครรภ์และคลอดบุตร60,000ต่อการตั้งครรภ์ ตามจ่ายจริง
เลี้ยงดูบิดามารดา30,000/คนอายุ 60+ รายได้ไม่เกิน 30,000 สูงสุด 4 คน
อุปการะผู้พิการ60,000/คนมีบัตรประจำตัวคนพิการ
ประกันสังคม9,000ตามจ่ายจริง
กลุ่มประกัน
ประกันชีวิต100,000คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
ประกันสุขภาพตัวเอง25,000รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000
ประกันสุขภาพบิดามารดา15,000พ่อแม่รายได้ไม่เกิน 30,000/ปี
กลุ่มเกษียณ — รวมกันไม่เกิน 500,000
RMF500,000ไม่เกิน 30% ของเงินได้ ถือถึงอายุ 55 + ลงทุน 5 ปี
PVD / กบข.500,000ส่วนของเราไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง
ประกันบำนาญ200,000ไม่เกิน 15% ของเงินได้
กอช.30,000ตามจ่ายจริง
SSF (ยอดเดิม)200,000สิทธิซื้อใหม่สิ้นสุดปี 2567 — ถือครบ 10 ปี
เพดานแยกและอื่น ๆ
ThaiESG300,000ไม่เกิน 30% ของเงินได้ ถือ 5 ปีเต็ม — ไม่รวมในเพดาน 500,000
ดอกเบี้ยบ้าน100,000เฉพาะดอกเบี้ย กู้ร่วมหารเฉลี่ย
บริจาค e-Donation (การศึกษา/รพ.รัฐ)2 เท่าของยอดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักลดหย่อน
บริจาคทั่วไปตามจริงไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักลดหย่อน
บริจาคพรรคการเมือง10,000ตามจ่ายจริง
มาตรการรัฐ (เช่น Easy E-Receipt)ตามประกาศเปลี่ยนทุกปี — รอประกาศจริง

ตารางอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด โปรดเช็คประกาศกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง

ลำดับการใช้สิทธิที่ควรคิดก่อนควักเงิน

ถ้าให้สรุปทั้งบทความเป็นลำดับการตัดสินใจเดียว เราเรียงแบบนี้ หนึ่ง เก็บสิทธิฟรีให้ครบทุกบาท สอง เช็คว่า PVD ที่ถูกหักอยู่กินเพดานกลุ่มเกษียณไปเท่าไหร่แล้ว สาม ถ้าฐานภาษีถึง 20% ขึ้นไป ค่อยเติม RMF หรือ ThaiESG ตามช่องว่างที่เหลือ สี่ ประกันซื้อตามความจำเป็นด้านความคุ้มครอง ไม่ใช่ตามโควตาภาษี และห้า มาตรการรัฐคือของแถม อย่าซื้อของที่ไม่ได้จะซื้ออยู่แล้วเพียงเพื่อใช้สิทธิ

ก่อนตัดสินใจตัวเลขก้อนไหน สิ่งแรกที่ต้องรู้คือฐานภาษีสูงสุดของตัวเอง เพราะเงินลดหย่อน 10,000 บาทเท่ากัน คนฐาน 5% ประหยัด 500 บาท แต่คนฐาน 25% ประหยัด 2,500 บาท — ต่างกันห้าเท่า การตัดสินใจจึงคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

ยังไม่รู้ฐานภาษีตัวเอง? เช็คก่อนซื้ออะไรทั้งนั้น

กรอกเงินได้กับลดหย่อนที่มีอยู่ เครื่องคำนวณจะบอกฐานภาษีสูงสุดและเงินที่ประหยัดได้จริงต่อทุกหมื่นบาทที่ลดหย่อนเพิ่ม

คำนวณภาษีของคุณ
ฐานภาษีถึงแล้ว พร้อมซื้อกองทุนลดหย่อน?

เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ เลือกซื้อ RMF และ ThaiESG ได้จากหลาย บลจ. ในที่เดียว พร้อมระบบเก็บหลักฐานการซื้อสำหรับยื่นภาษี

เปิดบัญชีกองทุน
ก่อนยื่นจริง รายการลดหย่อนส่วนใหญ่ส่งข้อมูลเข้าระบบ My Tax Account ของกรมสรรพากรอัตโนมัติแล้ว แต่อย่าไว้ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ — เทียบกับหลักฐานของตัวเองทุกครั้ง โดยเฉพาะเบี้ยประกันที่เพิ่งทำปลายปีและยอดซื้อกองทุนช่วงวันทำการสุดท้าย ซึ่งบางทีเข้าระบบไม่ทันรอบ