การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผลิตภัณฑ์การเงิน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด โปรดเช็คประกาศกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง

ความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดของฟรีแลนซ์ไทยคือ "โดนหัก 3% ไปแล้ว ถือว่าจ่ายภาษีแล้ว ไม่ต้องยื่น" — ผิดสองชั้น ชั้นแรก เงินที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายเป็นแค่การจ่ายล่วงหน้า ไม่ใช่ภาษีสุดท้าย คุณยังมีหน้าที่ยื่นแบบทุกกรณี ชั้นที่สอง ฟรีแลนซ์จำนวนมากที่รายได้ไม่สูง จริง ๆ แล้วมีสิทธิได้เงิน 3% นั้นคืนทั้งก้อน แต่ไม่เคยยื่นขอ เท่ากับบริจาคเงินให้รัฐโดยไม่รู้ตัวปีละหลายพันถึงหลายหมื่นบาท บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่การแยกประเภทเงินได้ ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่ชี้ชะตาทุกอย่าง ไปจนถึงการยื่นแบบและตาข่ายรองรับที่ฟรีแลนซ์ควรมี

40(2) กับ 40(8) — เส้นแบ่งที่ตัดสินว่าคุณหักค่าใช้จ่ายได้แค่ไหน

กฎหมายภาษีไทยแบ่งเงินได้เป็น 8 ประเภทตามมาตรา 40 สำหรับฟรีแลนซ์ สองประเภทที่เจอบ่อยที่สุดคือ

เงินได้ 40(2) — ค่าจ้างทำงานให้ ค่านายหน้า ค่ารับจ้างทั่วไป ลักษณะสำคัญคือรับจ้างด้วยแรงหรือความรู้ของตัวเองเป็นหลัก แทบไม่มีต้นทุนวัตถุดิบหรือเครื่องมือก้อนใหญ่ เช่น งานเขียนบทความ ที่ปรึกษา งานแปล พิธีกร นายแบบนางแบบ ประเภทนี้หักค่าใช้จ่ายได้แบบเหมา 50% แต่เพดานแค่ 100,000 บาท และเพดานนี้ใช้ร่วมกับเงินเดือน 40(1) — มนุษย์เงินเดือนที่รับงานเสริมจึงมักใช้เพดานนี้หมดไปกับเงินเดือนแล้ว

เงินได้ 40(8) — เงินได้จากการธุรกิจ พาณิชย์ หรืออาชีพอิสระอื่นที่ไม่เข้าประเภท 1–7 เช่น ขายของออนไลน์ ร้านอาหาร รับผลิตคอนเทนต์แบบมีทีมมีอุปกรณ์ ช่างภาพที่ลงทุนกล้องไฟสตูดิโอ นักแสดงสาธารณะ งานกลุ่มนี้หักค่าใช้จ่ายได้สองทาง คือเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับกิจการแต่ละประเภท (หลายกิจการอยู่ที่ 60%) หรือหักตามจริงพร้อมหลักฐาน

เส้นแบ่งในทางปฏิบัติ: ถ้างานคุณคือ "ขายแรงกับสมอง" ล้วน ๆ มักเป็น 40(2) ถ้ามีต้นทุน มีของ มีทีม มีเครื่องมือเป็นสัดส่วนใหญ่ของงาน มักเป็น 40(8) งานเดียวกันบางทีตีความได้ต่างกันตามรูปแบบการรับงาน ถ้ารายได้เริ่มโตหลักล้าน คุยกับนักบัญชีสักครั้งคุ้มกว่าเดาเอง เพราะประเภทที่ต่างกันทำให้ภาษีต่างกันเป็นหมื่นเป็นแสน

ทำไมประเภทถึงสำคัญขนาดนั้น ฟรีแลนซ์รายได้ 800,000 บาทต่อปี ถ้าเป็น 40(2) หักค่าใช้จ่ายได้แค่ 100,000 เหลือเงินได้สุทธิก่อนลดหย่อน 700,000 แต่ถ้าลักษณะงานเข้า 40(8) แบบเหมา 60% หักได้ 480,000 เหลือแค่ 320,000 — ฐานภาษีคนละโลก ทั้งที่เงินเข้าบัญชีเท่ากัน

เงินหัก ณ ที่จ่าย 3% — เงินของคุณที่หลายคนทิ้งไว้กับสรรพากร

เมื่อบริษัทจ่ายค่าจ้างให้ฟรีแลนซ์ กฎหมายบังคับให้ผู้จ่ายหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 3% ของค่าบริการ แล้วออกหนังสือรับรองการหักภาษี (ใบ 50 ทวิ) ให้คุณ เงินก้อนนี้ถูกนำส่งสรรพากรในชื่อคุณ และจะถูกนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายจริงตอนยื่นแบบปลายปี

จุดที่ทำเงินหายคือฟรีแลนซ์รายได้ทั้งปีไม่สูง เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว ภาษีที่ต้องจ่ายจริงอาจเป็นศูนย์หรือน้อยกว่ายอดที่ถูกหักไประหว่างปีมาก ส่วนต่างนั้นขอคืนได้เต็มจำนวน — แต่ต้องยื่นแบบเท่านั้นถึงจะได้คืน ลองคิดดู รายได้ 400,000 บาท ถูกหักไว้ 12,000 บาท ถ้าคำนวณแล้วภาษีจริงอยู่ที่ 3,000 บาท แปลว่ามีเงิน 9,000 บาทรอคุณอยู่ ยื่นออนไลน์แล้วผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน เงินคืนมักเข้าเร็วกว่าขอคืนเป็นเช็คมาก

  • เก็บใบ 50 ทวิทุกใบจากทุกผู้ว่าจ้าง — นี่คือหลักฐานเงินจ่ายล่วงหน้าของคุณ ใบหายเงินหาย
  • เทียบยอดกับระบบ My Tax Account ก่อนยื่น เพราะบางบริษัทหักเงินแต่ส่งข้อมูลช้าหรือส่งผิด
  • ผู้ว่าจ้างที่ไม่ยอมออก 50 ทวิ คือสัญญาณเตือนระดับแดง — เงินถูกหักจากคุณไปแล้ว แต่คุณอาจไม่มีหลักฐานมาเคลม

หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา vs ตามจริง — เลือกยังไงให้ไม่เสียเปรียบ

สำหรับเงินได้ 40(8) คุณมีทางเลือกสองทาง และเลือกได้ปีต่อปี

ประเด็นหักแบบเหมาหักตามจริง
อัตราตามที่กฎหมายกำหนดรายประเภทกิจการ (หลายประเภท 60%)เท่าที่จ่ายจริงและเกี่ยวข้องกับกิจการ ไม่มีเพดาน
หลักฐานไม่ต้องแสดงต้องมีครบ — ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี บัญชีรายรับรายจ่าย
เหมาะกับงานต้นทุนต่ำกว่าอัตราเหมา เช่น งานบริการที่ต้นทุนจริง 20–30%กิจการต้นทุนสูง เช่น ขายสินค้ามาร์จิ้นบาง ต้นทุนจริง 70–80%
ความเสี่ยงถูกตรวจต่ำ — ตัวเลขตายตัวสูงกว่า — สรรพากรขอดูหลักฐานย้อนหลังได้
งานเอกสารแทบไม่มีต้องทำบัญชีสม่ำเสมอทั้งปี เริ่มย้อนหลังตอนมีนาคมไม่ทัน

หลักตัดสินใจสั้น ๆ: ถ้าต้นทุนจริงต่ำกว่าอัตราเหมา ให้เหมาเสมอ — ได้หักมากกว่าที่จ่ายจริงแบบถูกกฎหมาย ไม่ต้องเก็บบิลสักใบ แต่ถ้าคุณขายสินค้าที่ซื้อมาขายไปมาร์จิ้นบาง ต้นทุนจริง 75% การยอมเหมา 60% คือการจ่ายภาษีบนกำไรที่ไม่มีอยู่จริง กรณีนี้ต้องทำบัญชีและหักตามจริงเท่านั้น และย้ำว่าการตัดสินใจนี้ต้องทำตั้งแต่ต้นปี เพราะหลักฐานย้อนหลังสร้างไม่ได้

อย่าลืมด่านภาษีมูลค่าเพิ่ม รายได้ค่าบริการหรือยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีเมื่อไหร่ คุณมีหน้าที่จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน — คนละระบบกับภาษีเงินได้และโทษของการไม่จดแรงมาก ฟรีแลนซ์ที่งานกำลังโตควรเฝ้ายอดนี้ทุกไตรมาส

ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.94 — ฟรีแลนซ์บางคนต้องยื่นปีละสองรอบ

นี่คือจุดที่ฟรีแลนซ์โดนเบี้ยปรับกันมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องยื่นสองรอบ

  • ภ.ง.ด.90 — แบบยื่นประจำปีสำหรับคนมีเงินได้หลายประเภทหรือเงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนล้วน ยื่นช่วงมกราคม–มีนาคมของปีถัดไป (ยื่นออนไลน์มักขยายถึงต้นเมษายน)
  • ภ.ง.ด.94 — แบบยื่นครึ่งปี สำหรับคนที่มีเงินได้ประเภท 40(5)–(8) เช่น ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ รับเหมา ธุรกิจและขายของ โดยนำรายได้ครึ่งปีแรก (มกราคม–มิถุนายน) มายื่นภายในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ภาษีที่จ่ายรอบนี้นำไปเครดิตออกจากยอดตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ได้

สังเกตว่าเงินได้ 40(2) ล้วน ๆ ไม่ต้องยื่นครึ่งปี แต่ถ้าคุณมีรายได้ 40(8) ปนอยู่ เช่น รับจ้างเขียนบทความด้วยและขายของออนไลน์ด้วย ฝั่งขายของต้องเข้า ภ.ง.ด.94 การยื่นช้ามีค่าปรับอาญาและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง วิธีป้องกันง่ายที่สุดคือตั้งเตือนสองจุดในปฏิทิน — ต้นกันยายน กับต้นมีนาคม

อยากรู้ว่าปีนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่ หรือได้เงินคืนกี่บาท?

กรอกรายได้ ประเภทเงินได้ และลดหย่อนที่มี เครื่องคำนวณจะประเมินภาษีทั้งปีและเทียบกับยอดหัก ณ ที่จ่ายให้เห็นทันทีว่าคุณมีสิทธิขอคืนหรือไม่

คำนวณภาษีฟรีแลนซ์

ตาข่ายที่มนุษย์เงินเดือนมีแต่คุณต้องสร้างเอง — ม.40 และ กอช.

ออกจากงานประจำ สิ่งที่หายไปเงียบ ๆ คือประกันสังคม ม.33 กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สองระบบนี้ฟรีแลนซ์ต้องสร้างทดแทนเอง และรัฐมีเครื่องมือราคาถูกให้ทั้งคู่

ประกันสังคมมาตรา 40 — สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ สมัครง่าย จ่ายรายเดือนหลักสิบถึงหลักร้อยบาท มีสามทางเลือกซึ่งให้ความคุ้มครองต่างกัน ตั้งแต่เงินทดแทนการขาดรายได้ยามเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ไปจนถึงทางเลือกที่มีเงินบำเหน็จชราภาพและสงเคราะห์บุตร เงินสมทบที่จ่ายนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง อย่ามองข้ามเพราะเบี้ยถูก — เงินทดแทนขาดรายได้วันละไม่กี่ร้อยบาทฟังดูน้อย จนวันที่คุณนอนโรงพยาบาลสองสัปดาห์แล้วไม่มีรายได้เข้าเลยสักบาท ส่วนใครที่เพิ่งลาออกจากงานประจำ อย่าลืมว่ามีสิทธิสมัคร ม.39 ต่อได้ภายใน 6 เดือน ซึ่งคุ้มครองกว้างกว่า ม.40 เทียบข้อดีข้อเสียก่อนเลือก

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) — บำนาญภาคสมัครใจสำหรับคนที่ไม่อยู่ในระบบบำนาญอื่น จุดที่ทำให้มันเด่นกว่าการออมเองคือรัฐสมทบเงินเพิ่มให้ตามช่วงอายุ สูงสุดถึงหลักพันบาทต่อปี นี่คือผลตอบแทนทันทีที่ไม่มีธนาคารไหนให้ เงินที่ส่งเข้า กอช. ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และนับรวมในเพดานกลุ่มเกษียณ 500,000 บาทเดียวกับ RMF สำหรับฟรีแลนซ์รายได้ยังไม่สูง ลำดับที่ถูกคือ กอช. ก่อน RMF เสมอ — เงินสมทบจากรัฐคือกำไรที่ล็อกไว้แล้ว ขณะที่ส่วนลดภาษีของ RMF แทบไม่มีค่าเมื่อฐานภาษียังต่ำ

ลำดับความสำคัญของเงินฟรีแลนซ์ เงินสำรองฉุกเฉิน 6 เดือนมาก่อนทุกอย่าง เพราะรายได้ฟรีแลนซ์ไม่สม่ำเสมอ ถัดมาคือ ม.40 หรือ ม.39 กับประกันสุขภาพ แล้วจึงเป็น กอช. และการลงทุนระยะยาว ใครข้ามขั้นไปซื้อกองทุนลดหย่อนก่อนมีเงินสำรอง วันที่งานหายสามเดือนติดจะเข้าใจว่าทำไมเราเรียงแบบนี้ — อ่านพื้นฐานเพิ่มได้ที่ คลังความรู้การเงิน

เช็กลิสต์ก่อนปิดปีภาษี

  • รวบรวมใบ 50 ทวิจากผู้ว่าจ้างทุกราย เทียบกับรายได้จริงในบัญชี
  • แยกให้ชัดว่ารายได้แต่ละก้อนเป็น 40(2) หรือ 40(8) — อย่าเหมารวม
  • มีรายได้ 40(5)–(8) ครึ่งปีแรก? เช็คว่ายื่น ภ.ง.ด.94 ภายในกันยายนแล้วหรือยัง
  • ถ้าหักตามจริง — บัญชีรายรับรายจ่ายและใบเสร็จครบทั้งปีหรือไม่
  • ยอดรายได้ทั้งปีใกล้ 1.8 ล้านหรือยัง — ถ้าใกล้ ให้เตรียมเรื่อง VAT
  • ใช้สิทธิลดหย่อนครบตาม เช็กลิสต์ลดหย่อนปี 2569 โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
  • ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน เพื่อรับเงินคืนภาษีเร็วที่สุด

ทั้งหมดนี้อิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรฉบับล่าสุดก่อนยื่นจริง เพราะมาตรการเปลี่ยนได้ทุกปี และถ้ารายได้คุณโตจนตัวเลขเริ่มซับซ้อน ค่านักบัญชีหลักพันต่อปีคือประกันที่ถูกที่สุดที่ฟรีแลนซ์ซื้อได้

ฐานภาษีเริ่มสูง อยากลดด้วยกองทุน?

ฟรีแลนซ์ซื้อ RMF และ ThaiESG ได้เหมือนพนักงานประจำทุกประการ เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์แล้วตั้งซื้ออัตโนมัติเดือนที่รายได้เข้า

เปิดบัญชีกองทุน