การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังสถาบันการเงินหรือบริษัทประกัน หากคุณสมัครผลิตภัณฑ์ผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นในบทความเป็นของกองบรรณาธิการ ไม่ได้ถูกกำหนดโดยพันธมิตร

เงิน 750 บาทที่หายไปจากสลิปเงินเดือนทุกเดือน คือเบี้ยประกันที่คนส่วนใหญ่จ่ายนานที่สุดในชีวิต — นานกว่าประกันชีวิต นานกว่าประกันรถ — แต่กลับเป็นกรมธรรม์ฉบับเดียวที่แทบไม่มีใครเคยอ่านเงื่อนไข พอถึงวันลาออกจากงาน หลายคนเพิ่งมารู้ว่าการตัดสินใจภายใน 6 เดือนหลังออกจากงานหนึ่งครั้ง อาจทำให้บำนาญตอนแก่หายไปเดือนละหลายพันบาทตลอดชีวิต

บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่ความต่างของสามมาตรา สิทธิที่คุณมีอยู่แล้วแต่ไม่เคยเบิก สูตรบำนาญที่คำนวณเองได้ในห้านาที ไปจนถึงจุดพลาดเรื่อง ม.39 ที่เราเห็นคนเจ็บมาแล้วมากพอจนต้องเขียนเตือนแบบตรง ๆ ตัวเลขทั้งหมดเป็นอัตรา ณ กรกฎาคม 2569 ซึ่งกฎเกณฑ์ประกันสังคมมีการปรับอยู่เรื่อย โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

สามมาตราต่างกันตรงไหน — ดูจากสถานะการทำงาน

ชื่อ "มาตรา 33 / 39 / 40" ฟังดูเป็นภาษากฎหมาย แต่หลักการจริงเรียบง่ายกว่านั้นมาก: กฎหมายแบ่งคนตามสถานะการทำงาน แล้วให้แต่ละกลุ่มจ่ายไม่เท่ากันและได้ไม่เท่ากัน

 ม.33 — พนักงานประจำม.39 — คนที่เคยเป็น ม.33ม.40 — อาชีพอิสระ
ใครเข้าได้ลูกจ้างในระบบ อายุ 15–60 ปี บังคับโดยกฎหมายเคยส่ง ม.33 มาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน และสมัครภายใน 6 เดือนหลังออกจากงานฟรีแลนซ์ ค้าขาย เกษตรกร ไรเดอร์ — สมัครใจ
จ่ายเดือนละ5% ของค่าจ้าง เพดานฐาน 15,000 → สูงสุดราว 750 บาท (นายจ้างสมทบอีกเท่าตัว รัฐช่วยอีกส่วน)ราว 432 บาท คิดจากฐานตายตัว 4,800 บาท70 / 100 / 300 บาท แล้วแต่ทางเลือก
คุ้มครองกี่กรณี7 กรณีเต็ม รวมว่างงาน6 กรณี — หายไปหนึ่งคือ "ว่างงาน"3–5 กรณี ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาล
บำนาญชราภาพมี — ฐานคำนวณตามค่าจ้างจริง (เพดาน 15,000)มี — แต่ฐานคำนวณเหลือ 4,800ไม่มีบำนาญ มีเฉพาะบำเหน็จ (ทางเลือก 2 และ 3)

สังเกตสองช่องที่ตัวหนังสือดูธรรมดาแต่มูลค่ามหาศาล: ฐานเงินสมทบ ม.39 ที่ลดฮวบเหลือ 4,800 บาท และคำว่า "ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาล" ของ ม.40 — สองบรรทัดนี้คือหัวใจของครึ่งหลังของบทความ

สิทธิที่จ่ายอยู่ทุกเดือน: รักษา ทดแทนรายได้ ว่างงาน ชราภาพ

สิทธิของ ม.33 มี 7 กรณี แต่ถ้าจัดกลุ่มตามการใช้งานจริงจะเหลือ 4 เรื่องใหญ่ที่ควรรู้เงื่อนไขขึ้นใจ

หนึ่ง — รักษาพยาบาล ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 เลือกโรงพยาบาลตามสิทธิได้ปีละครั้ง รักษาฟรีตามเงื่อนไขที่โรงพยาบาลนั้นโดยไม่ต้องสำรองจ่าย รวมถึงทำฟันปีละราว 900 บาท ซึ่งเป็นสิทธิที่คนลืมใช้กันมากที่สุด — ลองคูณดู ทำงานมาสิบปีคือค่าขูดหินปูนฟรีที่ทิ้งไปเกือบหมื่นบาท จุดอ่อนจริงของสิทธินี้คือคุณเลือกหมอไม่ได้ เลือกเวลาไม่ได้ และโรงพยาบาลตามสิทธิที่คิวสั้นมักไม่ใช่โรงพยาบาลที่อยากนอน นี่คือเหตุผลที่คนจำนวนมากยังซื้อประกันสุขภาพเอกชนเสริม ไม่ใช่เพราะสิทธิไม่มี แต่เพราะสิทธิไม่สะดวก

สอง — เงินทดแทนการขาดรายได้ เจ็บป่วยจนหมอสั่งหยุดงานเกิน 30 วัน (ส่วนที่เกินสิทธิลาป่วยจากนายจ้าง) เบิกได้ราว 50% ของค่าจ้าง คลอดบุตรมีเงินเหมาจ่ายต่อครรภ์บวกเงินสงเคราะห์การหยุดงาน 50% อีก 90 วัน ทุพพลภาพและเสียชีวิตก็มีเงินก้อนตามเงื่อนไข — กลุ่มนี้เบิกไม่บ่อย แต่วันที่ต้องเบิกคือวันที่เงินก้อนนี้ช่วยชีวิต

สาม — ว่างงาน สิทธิเฉพาะ ม.33 เท่านั้น ถูกเลิกจ้างได้ราว 50% ของค่าจ้าง (ฐานไม่เกิน 15,000) นานสุด 180 วัน ลาออกเองได้ราว 30% นานสุด 90 วัน เงื่อนไขที่คนพลาดคือต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วันหลังออกจากงาน ช้ากว่านั้นสิทธิหดตามวันที่หายไป — เงินก้อนนี้คือเหตุผลที่เงินสำรองฉุกเฉินของพนักงานประจำบางลงได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับฟรีแลนซ์

สี่ — ชราภาพ เรื่องใหญ่ที่สุดในเชิงมูลค่า และซับซ้อนพอที่จะแยกเป็นหัวข้อของตัวเอง

เช็กยอดสะสมของตัวเองได้ใน 3 นาที แอปทางการของสำนักงานประกันสังคมแสดงจำนวนเดือนที่ส่งสมทบมาแล้วและเงินสะสมกรณีชราภาพของคุณ ตัวเลข "จำนวนเดือน" นี่แหละคือตัวแปรสำคัญที่สุดในสูตรบำนาญ — รู้ตัวเลขนี้ก่อน แล้วหัวข้อถัดไปจะคำนวณตามได้ทันที

บำนาญชราภาพคำนวณยังไง — สูตรเดียวที่ควรจำให้ได้

เงื่อนไขตั้งต้น: ส่งสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี ไม่ต้องติดกัน) และอายุครบ 55 ปี จะได้ "บำนาญ" รายเดือนตลอดชีวิต ถ้าส่งไม่ถึง 180 เดือนจะได้ "บำเหน็จ" เป็นเงินก้อนครั้งเดียวแล้วจบกัน สูตรบำนาญคือ

สูตรบำนาญชราภาพ บำนาญต่อเดือน = 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย บวกเพิ่มอีก 1.5% ต่อทุกปีที่ส่งสมทบเกิน 15 ปี — โดยค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีเพดาน 15,000 บาท ต่อให้เงินเดือนจริงเป็นแสนก็นับแค่นี้

ลองแทนค่าจริง สมมติเงินเดือนแตะเพดาน 15,000 ต่อเนื่องช่วง 60 เดือนสุดท้าย:

ส่งสมทบรวมอัตราบำนาญบำนาญต่อเดือน (ฐาน 15,000)รวมต่อปี
15 ปี (ขั้นต่ำ)20%3,000 บาท36,000 บาท
20 ปี20% + (1.5% × 5) = 27.5%4,125 บาท49,500 บาท
25 ปี20% + (1.5% × 10) = 35%5,250 บาท63,000 บาท
30 ปี20% + (1.5% × 15) = 42.5%6,375 บาท76,500 บาท
35 ปี20% + (1.5% × 20) = 50%7,500 บาท90,000 บาท

อ่านตารางแล้วขอฟันธงสองเรื่อง เรื่องแรก — บำนาญประกันสังคมไม่พอเกษียณ เดือนละสามถึงเจ็ดพันในอีกยี่สิบสามสิบปีข้างหน้า เจอเงินเฟ้อเข้าไปเหลือมูลค่าจริงนิดเดียว มันคือ "พื้น" ไม่ใช่ "แผน" คุณยังต้องมีเงินออมเกษียณของตัวเอง ซึ่งคำนวณเป้าได้จากวิธีหาเลขเกษียณของตัวเอง เรื่องที่สอง — ถึงไม่พอ มันก็คือเงินไหลเข้าตลอดชีวิตที่การันตีโดยระบบ ปีละหลายหมื่นบาทโดยไม่ต้องบริหารอะไรเลย คนที่บอกว่า "เงินประกันสังคมทิ้งไปเถอะ" จึงพูดเกินจริงพอ ๆ กับคนที่หวังพึ่งมันอย่างเดียว

จุดที่ต้องขีดเส้นใต้สามรอบคือคำว่า "60 เดือนสุดท้าย" — สูตรไม่สนว่าตลอดชีวิตคุณเคยส่งฐานเท่าไหร่ สนแค่ 5 ปีท้ายก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน และนี่คือประตูไปสู่กับดักข้อถัดไป

ลาออกจากงานแล้วต่อ ม.39 คุ้มไหม — กับดักที่แพงที่สุด

ออกจากงานประจำ คุณมีเวลา 6 เดือนตัดสินใจว่าจะสมัคร ม.39 เพื่อรักษาสถานะผู้ประกันตนต่อหรือไม่ จ่ายเองเดือนละราว 432 บาท ได้สิทธิรักษาพยาบาลต่อเนื่อง — ฟังดูเป็นดีลที่ดี และสำหรับหลายคนมันดีจริง แต่มีเงื่อนไขซ่อนอยู่ที่โบรชัวร์ไม่เคยพูดดัง ๆ

ฐานเงินสมทบของ ม.39 คือ 4,800 บาท ไม่ใช่ 15,000 และสูตรบำนาญใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ดังนั้นถ้าคุณส่ง ม.39 ต่อเนื่องเกิน 5 ปีก่อนอายุ 55 ค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของคุณจะกลายเป็น 4,800 ทั้งแถบ ต่อให้ก่อนหน้านั้นส่งฐานเต็ม 15,000 มายี่สิบปีก็ตาม

แทนตัวเลขให้เห็นความเจ็บ: ทำงานประจำ 20 ปีฐาน 15,000 แล้วออกมาส่ง ม.39 ต่ออีก 5 ปี รวมสมทบ 25 ปี อัตราบำนาญ 35% เท่าเดิม แต่ฐานคำนวณเหลือ 4,800 → บำนาญ = 1,680 บาทต่อเดือน เทียบกับ 5,250 บาทถ้า 60 เดือนสุดท้ายยังเป็นฐาน 15,000 — ส่วนต่าง 3,570 บาททุกเดือนตลอดชีวิต สมมติรับบำนาญ 25 ปี มูลค่าที่หายไปเกินหนึ่งล้านบาท จากการตัดสินใจที่ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง

ก่อนสมัคร ม.39 ให้ถามตัวเองหนึ่งข้อ "ฉันจะกลับเข้าระบบ ม.33 อีกไหม" — ถ้าออกมาพักสั้น ๆ แล้วจะกลับไปทำงานประจำ ช่วง ม.39 สั้น ๆ แทบไม่กระทบเพราะ 60 เดือนสุดท้ายจะกลับไปเป็นฐานสูงเมื่อทำงานต่อ แต่ถ้านี่คือการออกจากระบบถาวร (เกษียณเร็ว ไปทำฟรีแลนซ์ยาว) และคุณส่งมาครบ 180 เดือนแล้ว การส่ง ม.39 ต่อยาว ๆ อาจ "ถัวฐานบำนาญให้ต่ำลง" ทั้งที่ตั้งใจจ่ายเพิ่มเพื่อความมั่นคง หลายคนเลือกไม่ต่อ ม.39 แล้วใช้บัตรทองเป็นสิทธิรักษาแทน ควรนั่งคำนวณเลขของตัวเองหรือปรึกษาสำนักงานประกันสังคมก่อนตัดสินใจเสมอ

อีกจุดที่คนมองข้าม: ม.39 ไม่มีสิทธิกรณีว่างงาน และถ้าขาดส่ง 3 เดือนติดกันสถานะจะสิ้นสุดทันที กลับเข้ามาใหม่ไม่ได้จนกว่าจะกลับไปเป็น ม.33 — เดือนที่เงินตึงแล้วเผลอข้ามงวด ราคาของมันคือสถานะทั้งหมดที่สะสมมา

สิทธิรักษาของรัฐคือพื้น แต่วันป่วยจริงคุณจะอยากได้เพดาน

เทียบแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่อุดช่องว่างเรื่องคิว เวลา และโรงพยาบาลที่เลือกได้ — เบี้ยเริ่มต้นหลักหมื่นต่อปีสำหรับวัยทำงาน ลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข

เทียบแผนประกันสุขภาพ

ม.40 สำหรับฟรีแลนซ์ — สามทางเลือกที่ต้องอ่านตัวเล็ก

ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า ไรเดอร์ และทุกอาชีพอิสระที่ไม่เคยอยู่ในระบบ สมัคร ม.40 ได้โดยสมัครใจ มีสามทางเลือก จ่ายมากได้มาก ตัวเลขโดยประมาณ ณ กรกฎาคม 2569 (รัฐมีช่วงลดเงินสมทบเป็นระยะ โปรดตรวจสอบอัตราปัจจุบันอีกครั้ง):

 ทางเลือก 1 — 70 บาท/เดือนทางเลือก 2 — 100 บาท/เดือนทางเลือก 3 — 300 บาท/เดือน
ขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วยมี — เงินชดเชยรายวันเมื่อนอนโรงพยาบาลหรือหมอสั่งหยุด ตามเงื่อนไขมี — อัตราเดียวกับทางเลือก 1มี — วงเงินสูงกว่าและเงื่อนไขวันชดเชยยาวกว่า
ทุพพลภาพ / เสียชีวิตมี — ค่าทำศพราว 25,000มี — ค่าทำศพราว 25,000มี — ค่าทำศพราว 50,000
ชราภาพไม่มีบำเหน็จ — สะสมให้ราวเดือนละ 50 บวกผลประโยชน์บำเหน็จ — สะสมให้ราวเดือนละ 150 บวกผลประโยชน์
สงเคราะห์บุตรไม่มีไม่มีมี — รายเดือนต่อบุตรตามเกณฑ์

ความเห็นตรง ๆ ของเรา: ทางเลือก 1 ราคา 70 บาทคือกันชนขั้นต่ำที่ฟรีแลนซ์ทุกคนควรมีติดไว้ เพราะสิ่งที่ฟรีแลนซ์กลัวที่สุดไม่ใช่แก่ แต่คือ "ป่วยจนรับงานไม่ได้" ซึ่งทางเลือกนี้ตอบตรงจุดในราคากาแฟแก้วเดียว ส่วนทางเลือก 2 และ 3 ที่พ่วงบำเหน็จชราภาพ อย่าเผลอคิดว่ามันคือแผนเกษียณ — เงินสะสมเดือนละ 50–150 บาท ทบสามสิบปีได้หลักหมื่นถึงแสนต้น ๆ เท่านั้น ถ้ามีกำลังออมเพื่อวัยเกษียณจริง เงินส่วนต่างนั้นเอาไป DCA กองทุนรวมเองให้ผลกว่ามาก (เทียบตัวเลขได้ในเครื่องวางแผน DCA)

ม.40 ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาล — และนั่นไม่ใช่ปัญหา หลายคนลังเลไม่สมัคร ม.40 เพราะ "ไม่ได้สิทธิรักษา" ความจริงคือคนไทยที่ไม่มีสิทธิอื่นมีบัตรทอง (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) รองรับอยู่แล้ว ม.40 จึงถูกออกแบบมาเติมส่วนที่บัตรทองไม่มี คือเงินชดเชยรายได้วันที่ทำงานไม่ได้ — มองแบบนี้แล้วสองระบบเป็นทีมเดียวกัน ไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ฟรีแลนซ์ที่รายได้เริ่มนิ่งแล้ว อย่าลืมว่าเงินสมทบ ม.40 ใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย รายละเอียดฝั่งภาษีของอาชีพอิสระทั้งหมดอยู่ในคู่มือภาษีฟรีแลนซ์

สรุป: ใครควรทำอะไร ตอนไหน

พนักงานประจำ (ม.33) — เปิดแอปประกันสังคมเช็กจำนวนเดือนสะสมปีละครั้ง ใช้สิทธิทำฟันทุกปี และวางแผนให้ 60 เดือนสุดท้ายก่อนอายุ 55 อยู่ในฐานค่าจ้างสูงที่สุดเท่าที่ทำได้

คนกำลังจะลาออก — ขึ้นทะเบียนว่างงานภายใน 30 วันเพื่อรับเงินชดเชย แล้วใช้เวลาใน 6 เดือนคิดเรื่อง ม.39 ด้วยคำถามเดียว: จะกลับเข้าระบบอีกไหม ถ้าไม่แน่ใจและส่งครบ 180 เดือนแล้ว ให้คำนวณผลกระทบต่อฐานบำนาญก่อนเซ็นสมัคร

ฟรีแลนซ์ — สมัคร ม.40 อย่างน้อยทางเลือก 1 ไว้เป็นกันชนรายได้ แล้วสร้างแผนเกษียณของตัวเองแยกต่างหาก เริ่มจากแผนเก็บเงินล้านแรกซึ่งใช้ได้กับรายได้ไม่ประจำเช่นกัน

ประกันสังคมไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์แบบ เพดานฐาน 15,000 ไม่ถูกปรับมานานจนบำนาญสูงสุดตามไม่ทันค่าครองชีพ และขั้นตอนเบิกบางอย่างยังชวนถอดใจ แต่มันคือสิทธิที่คุณจ่ายเงินซื้อไปแล้วทุกเดือน — สิ่งเดียวที่แพงกว่าระบบที่ไม่สมบูรณ์แบบ คือการไม่ใช้สิทธิที่จ่ายเงินซื้อมา