สรุปใน 30 วินาที
  • PVD มีเงินสมทบจากนายจ้างที่เหมือนได้ผลตอบแทนทันทีแบบฟรี ๆ ใส่ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบก่อนเสมอ
  • RMF เปิดเองได้เสรี ไม่ผูกนายจ้าง เลือกกองได้ทุกนโยบาย เหมาะทั้งมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ และเจ้าของกิจการ
  • สิทธิลดหย่อนกลุ่มเกษียณ (PVD ส่วนสะสม + RMF + ประกันบำนาญ) รวมกันไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ต้องวางแผนภาพรวมไม่ให้ทะลุ
  • ออกจากงานอย่ารีบถอน PVD เป็นเงินสด — เลือกคงเงิน โอนกองใหม่ หรือโอน RMF for PVD เพื่อไม่เสียสิทธิภาษี
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) · สำนักงาน ก.ล.ต. — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุนเพื่อเกษียณ หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นทั้งหมดเป็นของกองบรรณาธิการ การลงทุนมีความเสี่ยง เงื่อนไขภาษีอาจเปลี่ยนแปลง ผู้ลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจ

หัวใจของเรื่องนี้ — เงินฟรีจากนายจ้าง vs อิสระในการเลือก

คำถามนี้จริง ๆ แล้วไม่ควรเป็นการเลือกข้าง เพราะ PVD กับ RMF ออกแบบมาให้ทำงานคู่กัน แต่ถ้าต้องจัดลำดับว่าเงินก้อนถัดไปควรไปทางไหนก่อน หัวใจอยู่ที่สองเรื่อง: PVD มีเงินสมทบจากนายจ้างที่เหมือนได้ผลตอบแทนทันทีแบบฟรี ๆ ขณะที่ RMF ให้คุณอิสระเต็มที่ในการเลือกกองและบริหารเอง โดยไม่ผูกกับที่ทำงาน

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD (Provident Fund) เป็นสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้ คุณสะสมส่วนหนึ่งจากเงินเดือน และนายจ้างสมทบเพิ่มให้อีกส่วนตามอัตราที่บริษัทกำหนด เงินสมทบก้อนนี้แหละคือดาวเด่น เพราะมันคือเงินที่คุณจะไม่มีวันได้ถ้าไม่เข้าร่วม เท่ากับผลตอบแทนทันทีก่อนเงินจะเริ่มลงทุนด้วยซ้ำ แต่ข้อจำกัดคือ PVD ผูกกับนายจ้าง ถ้าบริษัทไม่มีให้ก็ไม่มีสิทธิ และเมื่อออกงานต้องจัดการเงินก้อนนี้ให้ถูกวิธี

RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund) เป็นกองทุนที่คุณเปิดเองได้ ไม่ต้องพึ่งนายจ้าง เลือกกองได้เสรีตามความเสี่ยงที่รับได้ นำไปลดหย่อนภาษีได้ตามเพดาน แลกกับเงื่อนไขว่าต้องลงทุนต่อเนื่องและถือจนอายุครบ 55 ปี RMF จึงเป็นเครื่องมือเสริมที่คนทุกอาชีพเข้าถึงได้ ทั้งมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ และเจ้าของกิจการ

ตารางเทียบ PVD กับ RMF

ตัวเลขและเงื่อนไขด้านล่างอิงกฎเกณฑ์ภาษีและกองทุนไทย ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากรและ บลจ. อีกครั้งก่อนตัดสินใจ เพราะเพดานลดหย่อนอาจปรับได้ในแต่ละปี

มิติPVD (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ)RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ)
ใครจัดให้ นายจ้าง (สมัครใจของบริษัท) เปิดเองกับ บลจ./แอปกองทุน
เงินสมทบจากนายจ้าง มี — สมทบให้เพิ่มฟรี ไม่มี — เงินคุณล้วน
อิสระในการเลือกกอง จำกัดตามแผนที่ บลจ. กองทุนเสนอ สูง — เลือกได้ทุกนโยบายทั่วตลาด
เพดานลดหย่อนภาษี ส่วนสะสมของลูกจ้าง สูงสุด 15% ของเงินเดือน สูงสุด 30% ของเงินได้ (รวมเพดานเกษียณ)
เงื่อนไขได้สิทธิภาษี เป็นสมาชิกต่อเนื่อง รับยกเว้นเมื่อออกตามเงื่อนไขอายุ/อายุงาน ลงทุนต่อเนื่อง ถือจนอายุ 55 และเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปี
ผูกกับที่ทำงานไหม ผูก — ออกงานต้องจัดการเงินก้อน ไม่ผูก — ติดตัวไปได้ตลอด
เหมาะกับใคร มนุษย์เงินเดือนที่บริษัทมี PVD ทุกคนที่ต้องเสียภาษี โดยเฉพาะฟรีแลนซ์/เจ้าของกิจการ

ประเด็นสำคัญเรื่องเพดานลดหย่อนที่ต้องรู้: สิทธิลดหย่อนกลุ่มเกษียณ (PVD ส่วนสะสม + RMF + ประกันบำนาญ + กองทุนกลุ่มเกษียณอื่น) เมื่อรวมกันแล้วมีเพดานรวมสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ดังนั้นการวางแผนว่าจะใส่ PVD หรือ RMF เท่าไหร่ต้องคิดในภาพรวมไม่ให้ทะลุเพดานนี้ (SSF ที่เคยนับรวมในเพดานนี้ สิ้นสุดสิทธิซื้อเพื่อลดหย่อนตั้งแต่ปีภาษี 2567 แล้ว — ยอดเดิมยังต้องถือครบ 10 ปีตามเงื่อนไข ส่วน Thai ESG แยกวงเงินต่างหากไม่เกิน 300,000 บาท ไม่นับรวมกรอบนี้) ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

PVD — นายจ้างสมทบให้ เหมือนได้เงินเพิ่มฟรี

ถ้าบริษัทคุณมี PVD และคุณยังไม่ได้เข้าร่วมหรือใส่ไม่เต็มอัตราที่นายจ้างสมทบให้ หยุดอ่านตรงนี้แล้วไปเช็กเลย นี่คือเงินฟรีที่คุณกำลังปล่อยทิ้ง สมมติบริษัทสมทบให้เท่ากับที่คุณสะสม ถ้าคุณใส่ 5% ของเงินเดือน นายจ้างใส่เพิ่มอีก 5% ทันที นั่นคือผลตอบแทน 100% ตั้งแต่วินาทีแรกก่อนเงินจะเริ่มลงทุน ไม่มีสินทรัพย์ไหนในโลกให้แต้มต่อระดับนี้ได้

เราถึงกับบอกว่าเงินสมทบนายจ้างชนะแม้กระทั่งการโปะหนี้ดอกสูง ถ้าคุณลังเลว่าจะเอาเงินไปโปะหนี้บัตรหรือใส่ PVD คำตอบคือใส่ PVD ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบก่อนเสมอ เพราะผลตอบแทนทันที 100% ชนะดอกบัตร 20% ขาดลอย ประเด็นนี้เราอธิบายละเอียดไว้ในจ่ายหนี้ก่อน vs ลงทุนก่อน

เช็กอัตราสมทบและเลือกแผนการลงทุนใน PVD ให้เหมาะวัย PVD สมัยใหม่หลายกองมี "แผนการลงทุนแบบเลือกเอง" (Employee's Choice) ให้คุณปรับสัดส่วนหุ้น-ตราสารหนี้ได้ ถ้าคุณยังหนุ่มสาว อายุงานอีกยาว การเลือกแผนที่มีหุ้นสัดส่วนสูงขึ้นมักให้ผลตอบแทนระยะยาวดีกว่าแผนตราสารหนี้ล้วนแบบดั้งเดิม อย่าปล่อยเงินเกษียณไว้ในแผนอนุรักษ์นิยมเกินไปทั้งที่ยังมีเวลาอีกหลายสิบปี

ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจคือ PVD ผูกกับนายจ้าง ทางเลือกกองมีจำกัดตามที่บริษัทและ บลจ. กองทุนเสนอ และเมื่อออกจากงานคุณต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเงินก้อนนี้ ซึ่งถ้าจัดการผิดอาจเสียสิทธิยกเว้นภาษีหรือถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เรื่องนี้สำคัญมากจนต้องแยกหัวข้ออธิบายด้านล่าง

RMF — เลือกเองเสรี ลดหย่อนได้ ถือถึง 55

RMF คือเครื่องมือออมเกษียณที่เป็นประชาธิปไตยที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการ ก็เปิดได้เท่าเทียมกัน จุดแข็งคืออิสระในการเลือก คุณเลือกได้ทั้งกองหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ ทองคำ หรือกองผสม ตามความเสี่ยงที่รับได้และเป้าหมายของตัวเอง และเงินก้อนนี้ติดตัวคุณไปตลอด ไม่หายไปไหนแม้เปลี่ยนงานหรือเลิกทำงานประจำ

เงื่อนไขหลักของ RMF ที่ต้องจำให้แม่นคือ ต้องลงทุนต่อเนื่อง (ไม่จำเป็นทุกปีแต่ห้ามเว้นเกินเงื่อนไข) ถือจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็มและขายได้โดยไม่ต้องคืนภาษี ถ้าผิดเงื่อนไขต้องคืนภาษีที่เคยลดหย่อนไปพร้อมเบี้ยปรับ ดังนั้น RMF เหมาะกับเงินที่คุณตั้งใจล็อกไว้เพื่อเกษียณจริง ๆ ไม่ใช่เงินที่อาจต้องใช้ระยะสั้น

ในแง่ภาษี RMF ให้แต้มต่อคือลดหย่อนได้ทันทีในปีที่ลงทุน ถ้าคุณอยู่ฐานภาษี 20% การลงทุน RMF 100,000 บาทช่วยประหยัดภาษีราว 20,000 บาท เท่ากับผลตอบแทนทันที 20% ก่อนเงินจะทำงานในตลาด ลองคำนวณว่าควรลงทุนกองเกษียณเท่าไหร่ถึงประหยัดภาษีสูงสุดด้วยเครื่องคำนวณภาษี และถ้ายังถือ SSF เดิมอยู่หรืออยากรู้ว่าปีนี้ซื้ออะไรลดหย่อนแทน อ่านSSF vs RMFประกอบ

อย่าลืมเพดานรวมกลุ่มเกษียณ 500,000 บาท RMF ส่วนตัวมีเพดานสูงสุด 30% ของเงินได้ แต่เมื่อรวมกับ PVD ส่วนสะสม, ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนเกษียณอื่น ๆ ยอดรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ถ้าคุณใส่ PVD เต็ม 15% อยู่แล้ว พื้นที่เหลือสำหรับ RMF จะน้อยลง ต้องวางแผนภาพรวมไม่ให้ใส่เกินจนส่วนที่เกินไม่ได้สิทธิลดหย่อน ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบเพดานล่าสุดอีกครั้ง

ออกจากงานแล้วเงิน PVD ไปไหน — คงเงินหรือโอน RMF for PVD

นี่คือจุดที่คนพลาดกันมากที่สุด เมื่อคุณลาออกหรือเปลี่ยนงาน เงิน PVD ก้อนที่สะสมมาต้องถูกจัดการ และถ้าเลือกผิดอาจโดนหักภาษีก้อนโตหรือเสียโอกาสให้เงินโตต่อ ทางเลือกหลักมีดังนี้

หนึ่ง คงเงินไว้ในกองเดิม — หลายกองอนุญาตให้คงเงินไว้ต่อได้ระยะหนึ่งแม้ออกจากงานแล้ว เหมาะถ้าคุณยังหางานใหม่ที่มี PVD หรือยังไม่ตัดสินใจ เงินยังลงทุนต่อไม่สะดุด แต่มักมีค่าธรรมเนียมคงเงินและระยะเวลาจำกัด

สอง โอนไปกองใหม่ของนายจ้างใหม่ — ถ้างานใหม่มี PVD ก็โอนเงินก้อนเดิมเข้าไปรวมได้ นับอายุสมาชิกต่อเนื่อง ไม่เสียสิทธิภาษี เป็นทางที่ราบรื่นที่สุดสำหรับคนที่ยังทำงานประจำต่อ

สาม โอนเข้า RMF for PVD — ถ้าคุณออกไปเป็นฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรือที่ใหม่ไม่มี PVD คุณโอนเงินก้อนนี้เข้ากองทุน RMF ประเภทพิเศษที่เรียกว่า RMF for PVD ได้ ทำให้เงินยังลงทุนต่อโดยไม่ถูกหักภาษี ณ วันออกจากงาน และคงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สะสมมา นี่คือสะพานเชื่อมสำคัญที่ทำให้ PVD กับ RMF ทำงานต่อเนื่องกันได้

อย่ารีบถอนเงิน PVD ออกมาเป็นเงินสด ทางที่แย่ที่สุดคือถอนเงิน PVD ออกมาทั้งก้อนเป็นเงินสดเมื่อออกงาน โดยเฉพาะถ้าคุณอายุยังไม่ถึงเกณฑ์และอายุงานไม่ครบ เพราะเงินส่วนสมทบนายจ้างและผลประโยชน์จะถูกนำไปคำนวณเป็นเงินได้เสียภาษี ทำให้หายไปก้อนใหญ่ และคุณเสียโอกาสให้เงินเกษียณเติบโตต่อ ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้เงินด่วนจริง ๆ ให้เลือกคงเงิน โอนกองใหม่ หรือโอน RMF for PVD เสมอ
ทางเลือกเมื่อออกงานเหมาะเมื่อผลด้านภาษีและข้อควรระวัง
คงเงินไว้ในกองเดิม ยังหางานใหม่ หรือยังไม่ตัดสินใจ เงินลงทุนต่อไม่สะดุด แต่มักมีค่าธรรมเนียมคงเงินและระยะเวลาจำกัด
โอนไปกอง PVD ของนายจ้างใหม่ งานใหม่มี PVD นับอายุสมาชิกต่อเนื่อง ไม่เสียสิทธิภาษี — ทางที่ราบรื่นที่สุด
โอนเข้า RMF for PVD ออกไปเป็นฟรีแลนซ์/เจ้าของกิจการ หรือที่ใหม่ไม่มี PVD ไม่ถูกหักภาษี ณ วันออกจากงาน คงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สะสมมา
ถอนเป็นเงินสดทั้งก้อน จำเป็นต้องใช้เงินด่วนจริง ๆ เท่านั้น ถ้าอายุ/อายุงานไม่ถึงเกณฑ์ ส่วนสมทบนายจ้างและผลประโยชน์ถูกนำไปคำนวณเป็นเงินได้เสียภาษี — ทางที่แย่ที่สุด

สรุปทางเลือกจัดการเงิน PVD เมื่อออกจากงาน — เรียงจากทางที่รักษาสิทธิภาษีไปจนถึงทางที่ควรเลี่ยง

วางแผนเกษียณให้ครบ — ใช้ PVD และ RMF คู่กันอย่างคุ้มสิทธิ

เริ่มจากใส่ PVD ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบเพื่อคว้าเงินฟรี แล้วเติม RMF ให้เต็มเพดานลดหย่อนที่เหลือ ให้ทั้งเงินสมทบ ผลตอบแทนตลาด และเครดิตภาษีทำงานพร้อมกัน

เปิดบัญชี RMF วางแผนเกษียณ
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

PVD มีเงินสมทบจากนายจ้างที่เหมือนได้ผลตอบแทนทันทีแบบฟรี ๆ ใส่ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบก่…

2

RMF เปิดเองได้เสรี ไม่ผูกนายจ้าง เลือกกองได้ทุกนโยบาย เหมาะทั้งมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ …

3

สิทธิลดหย่อนกลุ่มเกษียณ (PVD ส่วนสะสม + RMF + ประกันบำนาญ) รวมกันไม่เกิน 500,000 บ…

สรุป — เลือกอะไรดี

เราไม่คิดว่านี่เป็นคำถามที่ต้องเลือกข้าง เพราะคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่คือใช้ทั้งสองอย่างตามลำดับความคุ้ม

ให้ความสำคัญกับ PVD ก่อน ถ้า

  • บริษัทคุณมี PVD และสมทบให้ — ใส่ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบก่อนเสมอ เพราะเป็นเงินฟรีที่ให้ผลตอบแทนทันที ชนะแม้กระทั่งการโปะหนี้ดอกสูง
  • คุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่อยากออมเกษียณแบบอัตโนมัติหักจากเงินเดือนโดยไม่ต้องจัดการเอง
  • คุณเข้าใจวิธีจัดการเงินก้อนเมื่อออกงาน (คงเงิน โอนกองใหม่ หรือโอน RMF for PVD) เพื่อไม่เสียสิทธิภาษี

เติมด้วย RMF ถ้า

  • คุณเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการที่ไม่มี PVD — RMF คือเครื่องมือออมเกษียณลดหย่อนภาษีหลักของคุณ
  • คุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ใส่ PVD เต็มแล้วแต่ยังมีพื้นที่ลดหย่อนในเพดานรวม 500,000 บาทเหลืออยู่
  • คุณอยากมีอิสระเลือกกองที่หลากหลายกว่าตัวเลือกในแผน PVD ของบริษัท

สูตรที่เราแนะนำสำหรับมนุษย์เงินเดือนคือ ใส่ PVD ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบก่อน (คว้าเงินฟรี) แล้วเติม RMF จนเต็มเพดานลดหย่อนที่เหลือ โดยระวังไม่ให้ยอดรวมกลุ่มเกษียณทะลุ 500,000 บาท ส่วนฟรีแลนซ์ให้ RMF เป็นแกนหลักไปเลย ลองวางแผนภาพรวมว่าต้องออมเดือนละเท่าไหร่ถึงเกษียณสบายด้วยเครื่องคำนวณเงินเกษียณและดูการจัดสิทธิลดหย่อนทั้งหมดที่ศึกออมภาษี RMF vs Thai ESG vs ประกันบำนาญ ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบเงื่อนไขภาษีล่าสุดอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

เทียบชนกัน · เกษียณอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง

คำถามที่พบบ่อย

PVD กับ RMF ต่างกันอย่างไร
PVD (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) เป็นสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้ โดยลูกจ้างสะสมส่วนหนึ่งจากเงินเดือนและนายจ้างสมทบเพิ่มให้ตามอัตราที่บริษัทกำหนด จึงผูกกับที่ทำงาน ส่วน RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) เป็นกองทุนที่เปิดเองได้กับ บลจ. โดยไม่ต้องพึ่งนายจ้าง เลือกกองได้เสรีและเงินติดตัวไปได้ตลอดแม้เปลี่ยนงาน จุดต่างสำคัญคือ PVD มีเงินสมทบจากนายจ้างแต่ตัวเลือกกองจำกัด ขณะที่ RMF ไม่มีเงินสมทบแต่ให้อิสระในการเลือกกองสูงกว่า
ถ้ามี PVD อยู่แล้ว ยังลงทุน RMF เพิ่มได้อีกไหม
ได้ เพราะ PVD กับ RMF ออกแบบมาให้ใช้คู่กัน โดยเนื้อหาแนะนำให้มนุษย์เงินเดือนใส่ PVD ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบก่อน แล้วจึงเติม RMF ในพื้นที่ลดหย่อนที่เหลือ อย่างไรก็ตามต้องระวังว่าสิทธิลดหย่อนกลุ่มเกษียณ (PVD ส่วนสะสม + RMF + ประกันบำนาญ และกองทุนกลุ่มเกษียณอื่น) เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ดังนั้นหากใส่ PVD เต็มอยู่แล้ว พื้นที่เหลือสำหรับ RMF จะน้อยลง ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดอีกครั้ง
เพดานลดหย่อนภาษีกลุ่มเกษียณรวมกันได้สูงสุดเท่าไหร่
สิทธิลดหย่อนกลุ่มเกษียณ ซึ่งรวม PVD ส่วนสะสมของลูกจ้าง, RMF, ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนกลุ่มเกษียณอื่น ๆ เมื่อรวมกันแล้วมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี โดย PVD ส่วนสะสมมีเพดานสูงสุด 15% ของเงินเดือน และ RMF มีเพดานสูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ทุกส่วนต้องรวมกันไม่ทะลุ 500,000 บาท ทั้งนี้ Thai ESG เป็นวงเงินแยกต่างหากไม่เกิน 300,000 บาทและไม่นับรวมในกรอบนี้ (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบเพดานล่าสุดอีกครั้ง)
ออกจากงานแล้วควรจัดการเงิน PVD อย่างไร
เมื่อลาออกหรือเปลี่ยนงาน เงิน PVD ที่สะสมมาต้องถูกจัดการ โดยมีทางเลือกหลักคือ คงเงินไว้ในกองเดิม (เหมาะเมื่อยังไม่ตัดสินใจ แต่มักมีค่าธรรมเนียมและระยะเวลาจำกัด), โอนไปกอง PVD ของนายจ้างใหม่ (นับอายุสมาชิกต่อเนื่อง ไม่เสียสิทธิภาษี) หรือโอนเข้า RMF for PVD หากที่ใหม่ไม่มี PVD เนื้อหาย้ำว่าการถอนเป็นเงินสดทั้งก้อนเป็นทางที่ควรเลี่ยง เพราะหากอายุหรืออายุงานไม่ถึงเกณฑ์ ส่วนสมทบนายจ้างและผลประโยชน์จะถูกนำไปคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษี
RMF มีเงื่อนไขอะไรบ้างถึงจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็ม
เงื่อนไขหลักของ RMF คือต้องลงทุนต่อเนื่อง (ไม่จำเป็นทุกปีแต่ห้ามเว้นเกินเงื่อนไข) ถือจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็มและขายได้โดยไม่ต้องคืนภาษี หากผิดเงื่อนไขจะต้องคืนภาษีที่เคยลดหย่อนไปพร้อมเบี้ยปรับ ด้วยเหตุนี้ RMF จึงเหมาะกับเงินที่ตั้งใจล็อกไว้เพื่อเกษียณจริง ๆ ไม่ใช่เงินที่อาจต้องใช้ในระยะสั้น