สรุปใน 30 วินาที
  • คำว่า "ปลอดภัย" ของพันธบัตรไทยกับกองบอนด์ต่างประเทศไม่ใช่สิ่งเดียวกัน — ตัวหลังเพิ่มความเสี่ยงค่าเงิน (FX) และเครดิตที่ตัวแรกไม่มี
  • พันธบัตรรัฐบาลไทยปลอด FX รับคืนเป็นเงินบาท เหมาะเป็นฐานปลอดภัย แต่ผลตอบแทนผูกกับดอกเบี้ยไทยและอาจโตช้า
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศบางช่วงให้ดอกสูงกว่า แต่บาทแข็งอาจกลืนกำไร และบางกองเป็น high yield ที่เสี่ยงผิดนัดชำระ
  • คนส่วนใหญ่ควรมีทั้งสองอย่าง โดยเอนไปทางพันธบัตรไทยเป็นหลักแล้วเสริมบอนด์ต่างประเทศส่วนน้อยเพื่อกระจาย
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) · สำนักงาน ก.ล.ต. — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผลิตภัณฑ์การเงิน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นทั้งหมดเป็นของกองบรรณาธิการ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

หัวใจของเรื่องนี้ — "ปลอดภัย" ไม่ใช่คำเดียวกัน

คนไทยจำนวนมากคิดว่าตราสารหนี้คือของปลอดภัยเหมือนกันหมด แต่ความจริงคือคำว่า "ปลอดภัย" ของพันธบัตรไทยกับกองตราสารหนี้ต่างประเทศไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน พันธบัตรรัฐบาลไทยปลอดภัยในความหมายว่าผู้ออกคือรัฐบาลไทยและคุณได้รับเงินคืนเป็นเงินบาทตามที่ตกลง ไม่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนมาเกี่ยวข้อง

ตราสารหนี้หรือกองทุนบอนด์ต่างประเทศเพิ่มตัวแปรใหม่เข้ามาสองอย่างที่พันธบัตรไทยไม่มี: ความเสี่ยงจากค่าเงิน (FX) และความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกที่คุณอาจไม่คุ้นเคย คุณอาจได้ผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ดูสูงกว่า แต่ถ้าเงินบาทแข็งค่าเทียบกับสกุลที่ลงทุน กำไรจากดอกเบี้ยอาจถูกกลืนหายไปกับส่วนต่างค่าเงินได้ทั้งหมด การเทียบสองอย่างนี้จึงไม่ใช่แค่ดูตัวเลขผลตอบแทน แต่ต้องดูว่า "ความเสี่ยงที่แลกมา" คุ้มกับส่วนต่างนั้นหรือไม่

ตารางเทียบความเสี่ยง–ผลตอบแทน

เราวางตารางเทียบจากมุมนักลงทุนไทยที่ถือเงินบาทเป็นหลัก ตัวเลขผลตอบแทนเป็นช่วงโดยประมาณและเปลี่ยนตามภาวะดอกเบี้ยแต่ละช่วง ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

มิติพันธบัตรรัฐบาลไทยตราสารหนี้/กองบอนด์ต่างประเทศ
ผู้ออก/เครดิต รัฐบาลไทย ความเสี่ยงต่ำมาก หลากหลาย — รัฐบาล/บริษัทต่างชาติ เครดิตต่างกันมาก
ความเสี่ยงค่าเงิน (FX) ไม่มี — รับเป็นเงินบาท มี — บาทแข็งกลืนกำไรได้ (เว้นกอง hedge FX)
ผลตอบแทนคาดหวัง ตามดอกเบี้ยไทย มักต่ำกว่า บางช่วงสูงกว่า ตามดอกเบี้ยประเทศนั้น
ความผันผวนราคา ต่ำ–ปานกลาง ตามอายุตราสาร ปานกลาง–สูง รวมผลจาก FX
สภาพคล่อง ซื้อขายในตลาดรอง/ผ่านกองทุนได้ ผ่านกองทุนไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศ
ภาษี ดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่าย 15% ผ่านกองรวม — กำไรขายคืนบุคคลธรรมดายกเว้น*
บทบาทในพอร์ต ฐานปลอดภัย ลดความผันผวนรวม กระจายความเสี่ยง เพิ่มผลตอบแทนคาดหวัง
เหมาะกับใคร เน้นรักษาเงินต้น รับเงินบาท รับความเสี่ยง FX ได้ อยากกระจายนอกประเทศ

*เรื่องภาษีของกองทุนต่างประเทศและตราสารหนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยและเปลี่ยนแปลงได้ ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบกับ บลจ. และกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนตัดสินใจ ตารางนี้เป็นภาพรวมเพื่อเปรียบเทียบเท่านั้น

พันธบัตรรัฐบาลไทย — ปลอด FX แต่ผูกกับดอกไทย

พันธบัตรรัฐบาลไทยคือตราสารหนี้ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนไทย เพราะผู้ออกคือรัฐบาลไทยและคุณได้รับทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นคืนเป็นเงินบาท ไม่ต้องกังวลว่าค่าเงินจะขยับไปทางไหน จุดแข็งนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะความเสี่ยงค่าเงินเป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้และคาดเดายาก การตัดมันออกไปทั้งก้อนทำให้พันธบัตรไทยเป็นฐานที่มั่นคงของพอร์ต

ข้อจำกัดคือผลตอบแทนผูกอยู่กับระดับดอกเบี้ยในประเทศไทย ในช่วงที่ดอกเบี้ยไทยต่ำ ผลตอบแทนพันธบัตรก็ต่ำตาม ทำให้บางคนรู้สึกว่า "ปลอดภัยแต่โตช้า" นอกจากนี้พันธบัตรอายุยาวยังมีความเสี่ยงด้านราคา ถ้าดอกเบี้ยในตลาดปรับขึ้น ราคาพันธบัตรที่ถืออยู่จะลดลง แม้คุณจะได้เงินต้นคืนเต็มเมื่อถือจนครบอายุ แต่ถ้าต้องขายก่อนกำหนดในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น อาจขาดทุนได้

จับคู่อายุตราสารกับเป้าหมายเงิน ถ้าคุณรู้ว่าจะใช้เงินก้อนนี้ในอีก 2 ปี ให้เลือกพันธบัตรหรือกองบอนด์ระยะสั้นที่ผันผวนน้อย อย่าไปถือตราสารอายุยาว 10 ปีที่ราคาแกว่งตามดอกเบี้ย การจับคู่อายุตราสารกับช่วงเวลาที่ต้องใช้เงินช่วยลดความเสี่ยงด้านราคาได้มาก และอย่าลืมคำนึงถึงเงินเฟ้อที่กัดกร่อนผลตอบแทนจริง ลองดูผลกระทบที่เครื่องคำนวณเงินเฟ้อ

ตราสารหนี้ต่างประเทศ — ผลตอบแทนสูงขึ้น แลกกับความเสี่ยงใหม่

เสน่ห์ของตราสารหนี้ต่างประเทศคือในบางช่วง ดอกเบี้ยในประเทศอย่างสหรัฐหรือตลาดเกิดใหม่สูงกว่าดอกเบี้ยไทยอย่างชัดเจน ทำให้ผลตอบแทนที่ตราสารเสนอดูน่าสนใจกว่า การกระจายเงินไปลงตราสารหนี้ต่างประเทศยังช่วยลดการพึ่งพาเศรษฐกิจไทยประเทศเดียว ซึ่งเป็นหลักการกระจายความเสี่ยงที่ดี ถ้าเศรษฐกิจไทยชะลอ พอร์ตที่มีสินทรัพย์ต่างประเทศจะไม่ทรุดตามทั้งก้อน

แต่ผลตอบแทนที่สูงกว่ามาพร้อมความเสี่ยงสองชั้นที่ต้องเข้าใจ ชั้นแรกคือความเสี่ยงค่าเงิน ถ้าคุณลงทุนในบอนด์สกุลดอลลาร์แล้วเงินบาทแข็งค่าขึ้น ผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ได้อาจถูกส่วนต่างค่าเงินกลืนจนเหลือน้อยหรือขาดทุนได้ บางกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (hedge) ให้ แต่ก็มีต้นทุนที่กินผลตอบแทนส่วนหนึ่งไป ชั้นที่สองคือความเสี่ยงด้านเครดิต ตราสารหนี้ต่างประเทศบางตัวเป็นของบริษัทที่เครดิตต่ำ (high yield) ซึ่งให้ดอกสูงเพราะเสี่ยงผิดนัดชำระสูง ไม่ใช่ของฟรี

อย่าดูแค่ตัวเลขผลตอบแทนที่โฆษณา กองบอนด์ต่างประเทศที่โชว์ผลตอบแทนย้อนหลังสูง อาจได้กำไรส่วนใหญ่มาจากจังหวะค่าเงินที่เอื้อในอดีต ซึ่งไม่การันตีว่าจะเกิดซ้ำ ก่อนซื้อ อ่านหนังสือชี้ชวนว่ากองนี้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินหรือไม่ ลงในตราสารเครดิตระดับไหน และเก็บค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ตัวเลขผลตอบแทนสวย ๆ ไม่มีความหมายถ้าคุณไม่เข้าใจว่ามันมาจากไหน
เช็กอะไรในหนังสือชี้ชวนเพราะอะไร
กองป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (hedge) หรือไม่ บาทแข็งกลืนกำไรดอกเบี้ยได้ทั้งหมด — กองที่ hedge ช่วยลดความผันผวน แต่มีต้นทุนที่กินผลตอบแทนส่วนหนึ่ง
ลงทุนในตราสารเครดิตระดับไหน ดอกสูงเพราะเป็น high yield แปลว่าเสี่ยงผิดนัดชำระสูง ไม่ใช่ของฟรี
เก็บค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ กัดผลตอบแทนสุทธิโดยตรง ต้องเทียบกับส่วนต่างดอกเบี้ยที่หวังจะได้
ผลตอบแทนย้อนหลังมาจากไหน กำไรในอดีตอาจมาจากจังหวะค่าเงินที่เอื้อ ซึ่งไม่การันตีว่าจะเกิดซ้ำ

เช็กลิสต์จากบทความก่อนซื้อกองบอนด์ต่างประเทศ — ผลตอบแทนที่สูงกว่ามาพร้อมความเสี่ยง FX และเครดิตเสมอ

บทบาทในพอร์ต ภาษี และสภาพคล่อง

ในการจัดพอร์ต ตราสารหนี้ทั้งสองแบบมีบทบาทต่างกัน พันธบัตรไทยเหมาะเป็น "ฐานปลอดภัย" ที่ช่วยลดความผันผวนรวมของพอร์ตและรักษาเงินต้น ส่วนตราสารหนี้ต่างประเทศเหมาะเป็นตัว "กระจายความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนคาดหวัง" แต่ควรมีสัดส่วนที่พอเหมาะ ไม่ใช่ทุ่มทั้งพอร์ต เพราะมันเพิ่มความเสี่ยงค่าเงินเข้ามาด้วย นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางมักถือทั้งสองอย่างในสัดส่วนที่เอนไปทางพันธบัตรไทยเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยบอนด์ต่างประเทศส่วนน้อยเพื่อกระจาย

เรื่องสภาพคล่อง คนไทยทั่วไปเข้าถึงตราสารหนี้ต่างประเทศผ่านกองทุนรวมที่ บลจ. ในไทยไปลงทุนให้ ซึ่งซื้อขายสะดวกผ่านแอปหรือธนาคาร ส่วนพันธบัตรไทยซื้อได้ทั้งทางตรงในช่วงที่รัฐเปิดจำหน่าย หรือผ่านกองทุนตราสารหนี้ในประเทศ เรื่องภาษี ดอกเบี้ยพันธบัตรถูกหัก ณ ที่จ่ายในอัตราที่กำหนด ส่วนการลงทุนผ่านกองทุนรวมมีเงื่อนไขภาษีต่างออกไป รายละเอียดตรงนี้เปลี่ยนได้และมีข้อยกเว้น จึงควรตรวจสอบกับ บลจ. และกรมสรรพากรก่อนเสมอ

กฎง่าย ๆ สำหรับคนเริ่มต้น ถ้าคุณเพิ่งเริ่มและยังไม่เข้าใจความเสี่ยงค่าเงินดีพอ ให้เริ่มด้วยพันธบัตรไทยหรือกองตราสารหนี้ในประเทศเป็นฐานก่อน พอมั่นใจและพอร์ตใหญ่ขึ้น ค่อยเติมบอนด์ต่างประเทศส่วนน้อยเข้ามาเพื่อกระจาย การกระโดดไปลงตราสารหนี้ต่างประเทศทั้งก้อนเพราะเห็นผลตอบแทนสูงกว่า เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยของนักลงทุนมือใหม่
เริ่มสร้างฐานตราสารหนี้ในพอร์ตของคุณ

ตราสารหนี้คือส่วนที่ช่วยให้พอร์ตนิ่งขึ้นในวันตลาดผันผวน เปิดบัญชีกองทุนที่มีทั้งกองบอนด์ไทยและต่างประเทศให้เลือก แล้วเริ่มจัดสัดส่วนที่เหมาะกับความเสี่ยงที่คุณรับได้

เปิดบัญชีลงทุนกองตราสารหนี้
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

คำว่า "ปลอดภัย" ของพันธบัตรไทยกับกองบอนด์ต่างประเทศไม่ใช่สิ่งเดียวกัน — ตัวหลังเพิ่มความ…

2

พันธบัตรรัฐบาลไทยปลอด FX รับคืนเป็นเงินบาท เหมาะเป็นฐานปลอดภัย แต่ผลตอบแทนผูกกับดอกเบี้ย…

3

ตราสารหนี้ต่างประเทศบางช่วงให้ดอกสูงกว่า แต่บาทแข็งอาจกลืนกำไร และบางกองเป็น high yield …

สรุป — เลือกอะไรดี

คำถามว่า "ปลอดภัยเท่ากันหรือเปล่า" คำตอบคือไม่ เพราะทั้งสองปลอดภัยคนละแบบ เราตัดสินเป็นเงื่อนไขให้ชัด

เน้นพันธบัตรไทย ถ้า

  • เป้าหมายหลักคือรักษาเงินต้นและรับผลตอบแทนเป็นเงินบาทที่แน่นอน ไม่อยากยุ่งกับความเสี่ยงค่าเงิน
  • คุณกำลังสร้างฐานปลอดภัยของพอร์ต หรือมีเงินก้อนที่จะใช้ในระยะเวลาไม่นาน
  • ยังไม่เข้าใจกลไกความเสี่ยง FX ดีพอ — เริ่มจากของที่คุมตัวแปรได้ก่อน

เติมตราสารหนี้ต่างประเทศ ถ้า

  • คุณรับความเสี่ยงค่าเงินได้ และอยากกระจายพอร์ตออกนอกเศรษฐกิจไทยประเทศเดียว
  • เข้าใจว่าผลตอบแทนที่สูงกว่ามาพร้อมความเสี่ยง FX และเครดิต ไม่ใช่ของฟรี
  • ถือเป็นสัดส่วนเสริมในพอร์ต ไม่ใช่แทนที่ฐานปลอดภัยทั้งหมด

สำหรับคนส่วนใหญ่ คำตอบที่ดีที่สุดคือมีทั้งสองอย่างในสัดส่วนที่เอนไปทางพันธบัตรไทยเป็นหลัก แล้วเสริมบอนด์ต่างประเทศเพื่อกระจาย อยากเทียบว่าตราสารหนี้ต่างจากที่พักเงินแบบอื่นตรงไหน อ่านฝากประจำ vs กองทุนตลาดเงิน vs หุ้นกู้ประกอบ ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

เทียบชนกัน · ตราสารหนี้อ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง