สรุปใน 30 วินาที
  • Corporate Action คือเหตุการณ์ที่บริษัทจดทะเบียนทำแล้วกระทบราคา จำนวนหุ้น หรือสิทธิของคุณ — เครื่องหมายขึ้นต้นด้วย X คือ "ไม่รวมสิทธิแล้ว"
  • วัน XD ราคาตกเท่าปันผลไม่ใช่ขาดทุน (หุ้น 50 → 48 บาท + ปันผล 2 บาท = 50 เท่าเดิม) และแตกพาร์ก็มูลค่ารวมเท่าเดิม
  • ต้องซื้อและถือหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย (Ex-Date) จึงได้สิทธิ ยึดวัน Ex-Date ที่ประกาศ ไม่ต้องคำนวณ T+2 เอง
  • ที่ต้องตื่นตัวจริงคือกลุ่มที่กระทบสัดส่วนเจ้าของ (เพิ่มทุน XR, วอร์แรนต์ XW) เพราะเกี่ยวกับ dilution อย่าปล่อยสิทธิหมดอายุเพราะลืม
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ สำนักงาน ก.ล.ต. · ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) · ThaiBMA — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังโบรกเกอร์และแพลตฟอร์มการลงทุน หากคุณเปิดบัญชีผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นทั้งหมดเป็นของกองบรรณาธิการ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Corporate Action คืออะไร ทำไมต้องอ่านเครื่องหมายให้ออก

Corporate Action คือเหตุการณ์ที่บริษัทจดทะเบียนทำแล้วส่งผลต่อจำนวนหุ้น ราคา หรือสิทธิของผู้ถือหุ้นโดยตรง จ่ายปันผล เพิ่มทุน แตกพาร์ แจกวอร์แรนต์ — ทั้งหมดนี้อยู่ในหมวดเดียวกัน มันไม่ใช่เรื่องของนักเทรดขั้นสูง แต่เป็นภาษาพื้นฐานที่นักลงทุนทุกคนต้องอ่านออก เพราะวันหนึ่งคุณจะเปิดพอร์ตมาแล้วเห็นราคาหุ้นที่ถืออยู่ "ตก" ทั้งที่ไม่มีข่าวร้ายอะไรเลย

ความสับสนที่แพงที่สุดของมือใหม่คือการเห็นตัวเลขในพอร์ตเปลี่ยนแล้วตกใจขายทิ้ง ทั้งที่หลายเหตุการณ์เป็นแค่การจัดระเบียบทางบัญชีที่มูลค่าที่แท้จริงไม่ได้หายไปไหน เราจะไล่ทีละเครื่องหมายให้คุณเห็นว่าอันไหนควรดีใจ อันไหนควรระวัง และอันไหนแค่ต้องเข้าใจว่ามันคืออะไร

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะขึ้น "เครื่องหมาย" กำกับหน้าชื่อหุ้นก่อนถึงวันที่สิทธิต่าง ๆ จะถูกตัดออกจากราคา เครื่องหมายที่เจอบ่อยขึ้นต้นด้วยตัว X เสมอ — X ย่อมาจาก Excluding แปลว่า "ไม่รวมสิทธิแล้ว" ใครซื้อหุ้นตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมายเป็นต้นไป จะไม่ได้สิทธินั้น

เครื่องหมายย่อมาจากความหมาย
XDExcluding Dividendผู้ซื้อตั้งแต่วันนี้ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผลรอบนี้
XRExcluding Rightsไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน
XWExcluding Warrantไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์)
XBExcluding Rights (อื่น)ไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นกู้/หลักทรัพย์อื่น
XMExcluding Meetingไม่มีสิทธิเข้าประชุมผู้ถือหุ้น

ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบนิยามเครื่องหมายล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง เพราะรายละเอียดปลีกย่อยอาจปรับได้

XD — ขึ้นเครื่องหมายจ่ายปันผล ทำไมราคาตกไม่ใช่ขาดทุน

นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้คนใหม่ตกใจมากที่สุด สมมติหุ้นตัวหนึ่งราคา 50 บาท ประกาศจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น เช้าวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ราคาเปิดกระโดดลงไปที่ราว 48 บาททันที หลายคนเห็นแล้วคิดว่า "หุ้นตก 2 บาท ขาดทุนแล้ว" — ความจริงตรงกันข้าม

คิดง่าย ๆ แบบนี้ เงินปันผล 2 บาทนั้นเคยเป็นเงินสดที่นอนอยู่ในบริษัท และราคาหุ้น 50 บาทก็รวมมูลค่าเงินก้อนนั้นไว้แล้ว เมื่อบริษัทตัดสินใจจ่ายเงินก้อนนี้ออกไปให้ผู้ถือหุ้น มูลค่าที่เหลืออยู่ในบริษัทจึงลดลง 2 บาทตามธรรมชาติ ราคาหุ้นที่ปรับลงจึงไม่ใช่การขาดทุน แต่เป็นเพราะ 2 บาทนั้นกำลังเดินทางจากกระเป๋าบริษัทมาสู่กระเป๋าคุณในรูปเงินสด

ภาพรวมมูลค่าก่อน-หลัง XD ก่อน XD: ถือหุ้นมูลค่า 50 บาท · หลัง XD: ถือหุ้นมูลค่า 48 บาท + เงินปันผล 2 บาท (ยังไม่หักภาษี) = 50 บาทเท่าเดิม มูลค่ารวมในมือคุณไม่ได้หายไปแม้แต่บาทเดียว สิ่งที่เปลี่ยนคือรูปแบบ จากมูลค่าในราคาหุ้น กลายเป็นเงินสดบางส่วน

สิ่งที่ต้องระวังจริง ๆ ของ XD ไม่ใช่ราคาที่ตก แต่คือ ภาษี เงินปันผลหุ้นไทยถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และคุณมีทางเลือกเรื่องเครดิตภาษีเงินปันผลที่อาจได้เงินคืน อ่านกลไกเต็ม ๆ ได้ที่เครดิตภาษีเงินปันผล ก่อนตัดสินใจว่าจะยื่นรวมหรือแยก

อีกกับดักคือการ "ไล่ซื้อก่อน XD เพื่อกินปันผล" มือใหม่มักคิดว่าซื้อวันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องหมายแล้วได้เงินปันผลฟรี ทั้งที่ราคาจะปรับลงเท่าปันผลอยู่ดี และยังต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายอีก การไล่ซื้อเพื่อปันผลระยะสั้นจึงมักไม่คุ้มอย่างที่คิด

วันขึ้นเครื่องหมายกับ Record Date — ตรงไหนที่พลาดไม่ได้

เรื่องวันสำคัญนี้พลาดกันบ่อยเพราะมีหลายวันชื่อคล้ายกัน จุดที่ต้องจำมีสองวันหลัก

วันความหมายสิ่งที่ต้องทำ
วันขึ้นเครื่องหมาย (Ex-Date) วันแรกที่ผู้ซื้อจะ "ไม่ได้" สิทธิรอบนี้แล้ว ถ้าอยากได้สิทธิ ต้องถือหุ้นอยู่ก่อนวันนี้ (คือซื้อไม่ช้ากว่าวันทำการก่อนหน้า)
Record Date (วันกำหนดรายชื่อ) วันที่บริษัทปิดรายชื่อผู้มีสิทธิ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ระบบใช้รายชื่อ ณ วันนี้ ตราบใดที่คุณซื้อก่อน Ex-Date

หัวใจง่าย ๆ คือ ต้องซื้อและถือหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมายเสมอ จึงจะได้สิทธิ ถ้าซื้อวันขึ้นเครื่องหมายพอดี ถือว่าสายไปแล้ว จะขายหุ้นวันขึ้นเครื่องหมายทันทีก็ยังได้สิทธิอยู่ เพราะสิทธิผูกกับการถือครองก่อน Ex-Date ไม่ได้ผูกกับการถือยาว

ระวังการชำระราคาแบบ T+2 หุ้นไทยชำระราคาแบบ T+2 (ส่งมอบสองวันทำการหลังซื้อ) แต่สิทธิ Corporate Action ยึดตามวันขึ้นเครื่องหมายที่ตลาดกำหนดไว้แล้ว ไม่ต้องคำนวณ T+2 เอง ยึดวัน Ex-Date ที่ประกาศเป็นหลัก แล้วซื้อก่อนวันนั้นอย่างน้อยหนึ่งวันทำการก็ปลอดภัย ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบรอบการชำระราคาล่าสุดอีกครั้ง
ยังไม่มีพอร์ตหุ้นไว้รับสิทธิเหล่านี้?

การจะได้ปันผล จองหุ้นเพิ่มทุน หรือรับวอร์แรนต์ ต้องมีบัญชีหุ้นก่อน เปิดพอร์ตออนไลน์จบในไม่กี่วัน เลือกโบรกที่ค่าคอมต่ำและมีระบบแจ้งเตือน Corporate Action ให้อัตโนมัติ

เปิดพอร์ตหุ้น

แตกพาร์ — ราคาลด จำนวนหุ้นเพิ่ม มูลค่าเท่าเดิม

แตกพาร์ (Stock Split) คือการที่บริษัทลดมูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น (พาร์) แล้วเพิ่มจำนวนหุ้นให้มากขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน ผลคือราคาต่อหุ้นลดลง แต่จำนวนหุ้นที่คุณถือเพิ่มขึ้น มูลค่ารวมในพอร์ตเท่าเดิมเป๊ะ

ตัวอย่างชัด ๆ หุ้นราคา 100 บาท พาร์ 1 บาท ประกาศแตกพาร์จาก 1 บาทเป็น 0.50 บาท (แตก 2 เท่า) หลังแตกพาร์ ราคาจะเป็นราว 50 บาท และถ้าคุณเคยถือ 100 หุ้น คุณจะกลายเป็นถือ 200 หุ้น

รายการก่อนแตกพาร์หลังแตกพาร์ (2 เท่า)
ราคาต่อหุ้น100 บาท50 บาท
จำนวนหุ้นที่ถือ100 หุ้น200 หุ้น
มูลค่ารวม10,000 บาท10,000 บาท

ทำไมบริษัทถึงแตกพาร์? เหตุผลหลักคือทำให้ราคาต่อหุ้นเข้าถึงง่ายขึ้น หุ้นราคาหลักร้อยหลักพันบาทต่อหุ้นอาจทำให้นักลงทุนรายย่อยรู้สึกซื้อยาก เพราะซื้อขั้นต่ำ 100 หุ้นต้องใช้เงินก้อน การแตกพาร์ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและฐานผู้ถือหุ้น แต่ขอย้ำให้ชัด — การแตกพาร์ไม่ได้ทำให้บริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเลย มันเหมือนแลกแบงก์พันเป็นแบงก์ห้าร้อยสองใบ กระเป๋าคุณหนาเท่าเดิม อย่าตีความว่าหุ้นถูกลงแล้วน่าซื้อ เพราะมูลค่าต่อบริษัทไม่เปลี่ยน

XR เพิ่มทุน ลดทุน และการแจกวอร์แรนต์

XR — สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Rights Offering) เมื่อบริษัทต้องการระดมเงิน อาจเสนอขายหุ้นใหม่ให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน ในราคาที่มักต่ำกว่าราคาตลาด ตามสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ เช่น ถือ 4 หุ้นเดิมได้สิทธิจองซื้อหุ้นใหม่ 1 หุ้นที่ราคาพิเศษ นี่คือทั้งโอกาสและกับดัก

โอกาสคือได้ซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าตลาด กับดักคือถ้าคุณ "ไม่ใช้สิทธิ" และปล่อยผ่าน สัดส่วนความเป็นเจ้าของของคุณจะถูกลดทอน (dilution) เพราะจำนวนหุ้นทั้งหมดในตลาดเพิ่มขึ้น มูลค่าต่อหุ้นเดิมจึงเจือจางลง ทางเลือกเมื่อเจอ XR มีสามทาง

  1. ใช้สิทธิจองซื้อ — จ่ายเงินเพิ่มเพื่อรักษาสัดส่วน เหมาะถ้ายังเชื่อมั่นในบริษัทและมีเงินสำรอง
  2. ขายสิทธิ (ถ้าสิทธินั้นซื้อขายได้) — บางกรณีใบสิทธิ (TSR) ซื้อขายในตลาดได้ ขายทิ้งเพื่อชดเชย dilution บางส่วน
  3. ปล่อยสิทธิหมดอายุ — ทางเลือกที่แย่ที่สุด เพราะโดน dilution เต็ม ๆ โดยไม่ได้อะไรกลับมา อย่าปล่อยให้สิทธิหมดอายุเพราะลืม
สัญญาณเตือนของการเพิ่มทุนบ่อย บริษัทที่เพิ่มทุนถี่ ๆ มักเป็นบริษัทที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่พอ ต้องดึงเงินจากผู้ถือหุ้นเรื่อย ๆ ดูให้ออกว่าเพิ่มทุนเพื่อขยายกิจการที่มีอนาคต หรือเพิ่มทุนเพื่ออุดรูรั่ว การอ่านงบช่วยแยกสองอย่างนี้ได้ ดูวิธีที่อ่านงบการเงินเบื้องต้น

ลดทุน (Capital Reduction) ตรงข้ามกับเพิ่มทุน บริษัทลดทุนจดทะเบียนลง มักทำเพื่อล้างขาดทุนสะสมทางบัญชีให้กลับมาจ่ายปันผลได้ หรือคืนทุนส่วนเกินให้ผู้ถือหุ้น การลดทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสมไม่ได้ทำให้เงินในกระเป๋าคุณเปลี่ยน แต่เป็นสัญญาณว่าบริษัทเคยมีปัญหาผลประกอบการมาก่อน

แจกวอร์แรนต์ (XW) วอร์แรนต์คือใบสำคัญแสดงสิทธิที่ให้สิทธิซื้อหุ้นแม่ในอนาคตที่ราคากำหนด (ราคาใช้สิทธิ) ภายในเวลาที่กำหนด บริษัทมักแจกฟรีให้ผู้ถือหุ้นเดิมพร้อมการเพิ่มทุน เหมือนของแถม แต่วอร์แรนต์มีความผันผวนสูงกว่าหุ้นแม่มาก และหมดอายุได้ ถ้าราคาหุ้นแม่ไม่ถึงราคาใช้สิทธิจนวันหมดอายุ วอร์แรนต์จะไร้ค่า เราเจาะกลไกวอร์แรนต์และ DW แยกไว้ที่วอร์แรนต์และ DW อ่านก่อนถือค้างไว้เฉย ๆ

ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

Corporate Action คือเหตุการณ์ที่บริษัทจดทะเบียนทำแล้วกระทบราคา จำนวนหุ้น หรือสิทธิของคุณ…

2

วัน XD ราคาตกเท่าปันผลไม่ใช่ขาดทุน (หุ้น 50 → 48 บาท + ปันผล 2 บาท = 50 เท่าเดิม) และแตก…

3

ต้องซื้อและถือหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย (Ex-Date) จึงได้สิทธิ ยึดวัน Ex-Date ที่ประกาศ …

ผลต่อพอร์ตจริง และสิ่งที่ต้องทำในแต่ละเหตุการณ์

สรุปรวบยอดให้ใช้งานได้จริง เมื่อเปิดพอร์ตมาแล้วเจอความเปลี่ยนแปลง ให้ไล่เช็คตามนี้

เหตุการณ์ผลต่อราคา/จำนวนหุ้นสิ่งที่คุณต้องทำ
XDราคาปรับลงเท่าปันผล จำนวนหุ้นเท่าเดิมไม่ต้องทำอะไร รอรับเงินปันผล วางแผนภาษี
แตกพาร์ราคาลง จำนวนหุ้นเพิ่ม มูลค่าเท่าเดิมไม่ต้องทำอะไร แค่เข้าใจว่าไม่ได้ถูกลงจริง
XR เพิ่มทุนราคาอาจปรับ มีสิทธิจองหุ้นใหม่ตัดสินใจ: ใช้สิทธิ / ขายสิทธิ / ปล่อย
ลดทุนทุนจดทะเบียนลด อาจได้เงินคืนหรือแค่ล้างขาดทุนอ่านเหตุผล แยกให้ออกว่าดีหรือเป็นสัญญาณเสี่ยง
XW วอร์แรนต์ได้ใบสำคัญแสดงสิทธิเพิ่มศึกษาราคาใช้สิทธิและวันหมดอายุ อย่าลืมทิ้ง
ย้ำก่อนจาก Corporate Action ส่วนใหญ่ที่ทำให้ราคา "ตก" ในสายตามือใหม่ (XD และแตกพาร์) แท้จริงไม่ได้ทำให้มูลค่าในมือคุณหายไป สิ่งที่ต้องตื่นตัวจริง ๆ คือกลุ่มที่กระทบสัดส่วนความเป็นเจ้าของ (เพิ่มทุน แจกวอร์แรนต์) เพราะเกี่ยวกับ dilution และคุณภาพของบริษัท ตั้งการแจ้งเตือนจากโบรกไว้เสมอ และถ้าอยากเข้าใจว่าเหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนคุณภาพกิจการยังไง เริ่มจากอัตราส่วนพื้นฐานที่P/E P/BV ROE ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
ลงทุน · พื้นฐานอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง

คำถามที่พบบ่อย

Corporate Action คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องอ่านเครื่องหมายให้ออก
Corporate Action คือเหตุการณ์ที่บริษัทจดทะเบียนทำแล้วส่งผลต่อจำนวนหุ้น ราคา หรือสิทธิของผู้ถือหุ้นโดยตรง เช่น จ่ายปันผล เพิ่มทุน แตกพาร์ หรือแจกวอร์แรนต์ ตลาดหลักทรัพย์จะขึ้นเครื่องหมายกำกับหน้าชื่อหุ้นก่อนถึงวันที่สิทธิจะถูกตัดออกจากราคา จึงเป็นภาษาพื้นฐานที่นักลงทุนทุกคนควรอ่านออก เพราะบางวันอาจเปิดพอร์ตมาแล้วเห็นราคาหุ้น "ตก" ทั้งที่ไม่มีข่าวร้าย ซึ่งหลายกรณีเป็นแค่การจัดระเบียบทางบัญชีที่มูลค่าไม่ได้หายไปไหน (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
เครื่องหมาย XD XR XW ที่ขึ้นหน้าชื่อหุ้นหมายความว่าอย่างไร
เครื่องหมายที่เจอบ่อยขึ้นต้นด้วยตัว X ซึ่งย่อมาจาก Excluding แปลว่า "ไม่รวมสิทธิแล้ว" ใครซื้อหุ้นตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมายเป็นต้นไปจะไม่ได้สิทธินั้น โดย XD (Excluding Dividend) คือไม่ได้สิทธิรับเงินปันผลรอบนี้ XR (Excluding Rights) คือไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน และ XW (Excluding Warrant) คือไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิหรือวอร์แรนต์ ยังมี XB (สิทธิจองหุ้นกู้/หลักทรัพย์อื่น) และ XM (สิทธิเข้าประชุมผู้ถือหุ้น) โปรดตรวจสอบนิยามล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์อีกครั้งเพราะรายละเอียดปลีกย่อยอาจปรับได้
ทำไมราคาหุ้นตกในวันขึ้นเครื่องหมาย XD ถึงไม่ใช่การขาดทุน
เพราะเงินปันผลที่จะจ่ายนั้นเคยเป็นเงินสดที่นอนอยู่ในบริษัทและถูกรวมอยู่ในราคาหุ้นอยู่แล้ว เมื่อบริษัทจ่ายเงินก้อนนี้ออกไปให้ผู้ถือหุ้น มูลค่าที่เหลือในบริษัทจึงลดลงตามธรรมชาติ ราคาที่ปรับลงจึงไม่ใช่การขาดทุน แต่คือมูลค่าที่กำลังเปลี่ยนรูปจากราคาหุ้นมาเป็นเงินสดในกระเป๋าคุณ ตามตัวอย่างในหน้านี้ หุ้น 50 บาทจ่ายปันผล 2 บาท หลัง XD จะเหลือหุ้นมูลค่าราว 48 บาทบวกเงินปันผล 2 บาท รวมเท่ากับ 50 บาทเท่าเดิม สิ่งที่ต้องระวังจริงคือปันผลหุ้นไทยถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% (ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน)
ต้องซื้อหุ้นตอนไหนถึงจะได้สิทธิรับปันผลหรือสิทธิอื่น
หัวใจคือต้องซื้อและถือหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย (Ex-Date) เสมอจึงจะได้สิทธิ ถ้าซื้อในวันขึ้นเครื่องหมายพอดีถือว่าสายไปแล้ว แต่ถ้าถือมาก่อนแล้วจะขายในวันขึ้นเครื่องหมายทันทีก็ยังได้สิทธิอยู่ เพราะสิทธิผูกกับการถือครองก่อน Ex-Date ไม่ได้ผูกกับการถือยาว ส่วน Record Date เป็นวันที่บริษัทปิดรายชื่อผู้มีสิทธิ ซึ่งคุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แม้หุ้นไทยจะชำระราคาแบบ T+2 แต่สิทธิ Corporate Action ยึดตามวัน Ex-Date ที่ตลาดประกาศไว้แล้ว ไม่ต้องคำนวณ T+2 เอง
แตกพาร์คืออะไร ทำให้หุ้นถูกลงและน่าซื้อขึ้นจริงหรือไม่
แตกพาร์ (Stock Split) คือการที่บริษัทลดมูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น (พาร์) แล้วเพิ่มจำนวนหุ้นในสัดส่วนเดียวกัน ผลคือราคาต่อหุ้นลดลงแต่จำนวนหุ้นที่ถือเพิ่มขึ้น มูลค่ารวมในพอร์ตเท่าเดิม เช่น หุ้น 100 บาทแตกพาร์ 2 เท่า ราคาจะเหลือราว 50 บาท และถ้าเคยถือ 100 หุ้นก็จะกลายเป็น 200 หุ้น มูลค่ารวมยังเท่าเดิม บริษัทมักแตกพาร์เพื่อให้ราคาต่อหุ้นเข้าถึงง่ายและเพิ่มสภาพคล่อง แต่หน้านี้ย้ำชัดว่าการแตกพาร์ไม่ได้ทำให้บริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้น จึงไม่ควรตีความว่าหุ้นถูกลงแล้วน่าซื้อ (เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน)