- Jack Ma อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ ก่อตั้ง Alibaba ใน พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) ด้วยหลักที่ประกาศชัด: ลูกค้าอันดับหนึ่ง พนักงานอันดับสอง ผู้ถือหุ้นอันดับสาม — ดูแลสองอย่างแรกให้ดี ผลระยะยาวจะกลับมาหาผู้ถือหุ้นเอง
- เขาตั้งเป้าให้ Alibaba อยู่ให้ได้ 102 ปี — บริษัทที่เกิดปี ค.ศ. 1999 หากอยู่ครบจะคร่อมสามศตวรรษพอดี เป็นวิธีบังคับให้ทุกการตัดสินใจคิดในสเกลยาวมาก
- ช่วงวิกฤตโรคซาร์ส (SARS) พ.ศ. 2546 ที่พนักงานต้องกักตัว Alibaba กลับเปิดตัว Taobao — ตัวอย่างจริงของหลัก "วิกฤตคือโอกาส"
- บทเรียนสำหรับนักลงทุน: มองหาบริษัทที่ optimize เพื่อระยะยาว ไม่ใช่เพื่อตัวเลขรายไตรมาส — แต่อย่าลืมว่าปรัชญาผู้ก่อตั้งที่ดี ไม่ได้ลบความเสี่ยงอื่นของหุ้น โดยเฉพาะหุ้นจีน
ใครคือ Jack Ma
Jack Ma หรือ "แจ็ค หม่า" (ชื่อจีน หม่า หยุน) เกิดที่เมืองหางโจว ประเทศจีน เส้นทางของเขาแทบจะตรงข้ามกับภาพจำของผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยี — เขาไม่ได้จบวิศวกรรม ไม่ได้เขียนโค้ดเป็น และก่อนจะมี Alibaba เขาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษเงินเดือนน้อยในบ้านเกิด เรื่องราวที่เล่ากันแพร่หลายคือสมัยวัยรุ่นเขาอาสาพานักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวฟรี เพื่อแลกกับการได้ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
อีกด้านที่ถูกพูดถึงมากคือการถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วนในยุคแรกของชีวิต ทั้งเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเรื่องเล่าการสมัครงานที่ถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า — รวมถึงเรื่องเล่าโด่งดังว่าร้านฟาสต์ฟู้ดเปิดใหม่ในเมืองรับผู้สมัครแทบทุกคน ยกเว้นเขา รายละเอียดของเรื่องเหล่านี้อาจถูกแต่งเติมสีสันตามกาลเวลา แต่แก่นที่ตรงกันทุกแหล่งคือ เส้นทางของเขาไม่ได้เริ่มจากแต้มต่อ และความอึดต่อคำว่า "ไม่" คือทุนตั้งต้นที่สำคัญที่สุด
พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) เขาก่อตั้ง Alibaba ร่วมกับทีมผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเล็ก ๆ ในอพาร์ตเมนต์ที่หางโจว จากเว็บไซต์จับคู่ผู้ผลิตจีนกับผู้ซื้อต่างประเทศ ขยายเป็นอาณาจักรอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในสองทศวรรษต่อมา เอกสารที่ตรวจสอบได้ชัดที่สุดของแนวคิดเขาคือจดหมายถึงนักลงทุนในเอกสารเสนอขายหุ้น IPO ของ Alibaba ต่อทางการสหรัฐ พ.ศ. 2557 ซึ่งประกาศหลัก "ลูกค้าอันดับหนึ่ง พนักงานอันดับสอง ผู้ถือหุ้นอันดับสาม" ต่อนักลงทุนทั้งโลก — ภายหลังเขาค่อย ๆ วางมือจากงานบริหาร แล้วหันไปให้น้ำหนักกับการศึกษาและการกุศล ซึ่งเจ้าตัวบอกเสมอว่าคือสิ่งที่เขาเป็นมาตั้งแต่ต้น: ครู
| ช่วงเวลา | หมุดหมายสำคัญ (โดยสังเขป) |
|---|---|
| ยุคครูสอนภาษา | ฝึกภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวที่หางโจว เป็นครูสอนภาษา และเผชิญการถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วนทั้งเรื่องเรียนและงาน |
| ก่อตั้ง Alibaba (พ.ศ. 2542) | เริ่มจากอพาร์ตเมนต์ที่หางโจวกับทีมผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเล็ก ๆ ทำเว็บจับคู่ผู้ผลิตจีนกับผู้ซื้อทั่วโลก |
| วิกฤตซาร์ส (พ.ศ. 2546) | พนักงานต้องกักตัวทำงานจากบ้าน แต่บริษัทเดินหน้าเปิดตัว Taobao — วิกฤตกลายเป็นตัวเร่งให้คนจีนหันมาซื้อของออนไลน์ |
| ยุคขยายและส่งไม้ต่อ | นำบริษัทเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ (พ.ศ. 2557) พร้อมจดหมายประกาศหลักลูกค้ามาก่อน ก่อนทยอยวางมือจากงานบริหารไปทำงานการศึกษาและการกุศล |
ไทม์ไลน์ข้างบนเป็นภาพรวมเชิงหลักคิด ไม่ใช่ประวัติเชิงตัวเลขแบบเจาะจงทุกปี เพื่อเลี่ยงการอ้างข้อมูลที่คลาดเคลื่อน โปรดดูรายละเอียดจากหนังสือและเอกสารต้นทาง
ปรัชญาหลัก 5 เสาของแจ็ค หม่า
แจ็ค หม่า ไม่ใช่นักลงทุนแบบบัฟเฟตต์ — เขาคือ "ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ" คือผู้ก่อตั้งที่นักลงทุนต้องตัดสินใจว่าจะฝากเงินไว้ด้วยหรือไม่ การเข้าใจปรัชญาของเขาจึงมีประโยชน์กับนักลงทุนในมุมกลับ: มันช่วยให้เรารู้ว่าบริษัทที่คิดระยะยาวหน้าตาเป็นอย่างไร และควรมองหาอะไรในตัวผู้บริหารของบริษัทที่เราถือหุ้น
1. ลูกค้าอันดับหนึ่ง พนักงานอันดับสอง ผู้ถือหุ้นอันดับสาม
หลักการ: นี่คือหลักที่เขาประกาศซ้ำอย่างเป็นทางการที่สุด — ในลำดับความสำคัญของ Alibaba ลูกค้ามาก่อน พนักงานมาที่สอง ผู้ถือหุ้นมาที่สาม บริบท: ฟังดูเหมือนดูถูกผู้ถือหุ้น แต่ตรรกะจริงกลับกัน: ธุรกิจจะสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นได้ยั่งยืน ก็ต่อเมื่อลูกค้าได้ประโยชน์จริงจนอยากกลับมา และพนักงานมีแรงใจดูแลลูกค้าให้ได้แบบนั้น ถ้าดูแลสองอย่างแรกดี ผลระยะยาวจะกลับมาหาผู้ถือหุ้นเอง ส่วนบริษัทที่เอาใจผู้ถือหุ้นรายไตรมาสด้วยการรีดจากลูกค้าและพนักงาน มักได้ตัวเลขสวยช่วงสั้นแลกกับการเสื่อมถอยช่วงยาว ตัวอย่างการใช้: เวลาอ่านรายงานประจำปีของบริษัทที่คุณถือ ลองสังเกตว่าผู้บริหารพูดถึง "ลูกค้า" หรือ "ราคาหุ้น" มากกว่ากัน — ลำดับคำในปากผู้บริหารมักสะท้อนลำดับความสำคัญในหัวของเขา
2. เป้าหมาย 102 ปี — บังคับตัวเองให้คิดคร่อมสามศตวรรษ
หลักการ: Alibaba ประกาศเป้าหมายอย่างเป็นทางการว่าจะอยู่ให้ได้อย่างน้อย 102 ปี บริบท: ตัวเลขนี้ไม่ได้สุ่ม — บริษัทก่อตั้ง ค.ศ. 1999 ถ้าอยู่ครบ 102 ปีจะสิ้นสุดที่ ค.ศ. 2101 เท่ากับมีชีวิตคร่อมสามศตวรรษพอดี (ศตวรรษที่ 20, 21 และ 22) เมื่อกรอบเวลาของบริษัทคือร้อยปี ทุกการตัดสินใจจะถูกถามอัตโนมัติว่า "สิ่งนี้ช่วยให้เราอยู่ถึงตรงนั้นไหม" ไม่ใช่ "สิ่งนี้ทำให้ไตรมาสนี้สวยไหม" ตัวอย่างการใช้: นักลงทุนใช้เลนส์เดียวกันได้ — ก่อนซื้อหุ้นหรือกองทุนใด ลองถามว่าธุรกิจแบบนี้จะยังจำเป็นกับโลกในอีก 20–30 ปีหรือไม่ ถ้านึกภาพไม่ออกเลย นั่นอาจเป็นการเก็งกำไรมากกว่าการลงทุน
3. วิกฤตคือโอกาส — SARS กับกำเนิด Taobao
หลักการ: วิกฤตที่ทุกคนกลัว มักซ่อนการเปลี่ยนพฤติกรรมครั้งใหญ่ที่กลายเป็นโอกาสของคนที่เตรียมพร้อม บริบท: ช่วงการระบาดของโรคซาร์ส (SARS) พ.ศ. 2546 พนักงาน Alibaba จำนวนมากต้องกักตัวทำงานจากบ้าน แต่บริษัทกลับเดินหน้าเปิดตัว Taobao แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์สำหรับผู้บริโภคในปีนั้นเอง — วิกฤตที่ทำให้คนออกจากบ้านไม่ได้ กลายเป็นตัวเร่งให้คนจีนคุ้นเคยกับการซื้อของออนไลน์เร็วขึ้นหลายปี ตัวอย่างการใช้: ประเด็นไม่ใช่ "พอวิกฤตมาให้รีบเสี่ยง" แต่คือ Alibaba เตรียมของไว้ก่อนวิกฤตจะมา — สำหรับนักลงทุน การมีเงินสำรอง สภาพคล่อง และแผนที่คิดไว้ล่วงหน้า คือสิ่งที่ทำให้ตลาดขาลงเป็น "โอกาส" แทนที่จะเป็น "หายนะ"
4. อึดต่อการถูกปฏิเสธ — ความล้มเหลวคือค่าเทอม
หลักการ: ก่อนสำเร็จ แจ็ค หม่า ถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และการหาเงินทุนยุคแรก แต่เขาเปลี่ยนการถูกปฏิเสธให้เป็นข้อมูล ไม่ใช่คำพิพากษา บริบท: เรื่องเล่าการสมัครงานยุคแรกของเขาถูกเล่าต่อกันแพร่หลายจนกลายเป็นตำนาน รายละเอียดแต่ละเวอร์ชันอาจต่างกัน แต่บทเรียนที่เขาย้ำเองเสมอคือ การถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติของคนที่ทำสิ่งที่คนอื่นยังมองไม่เห็น ตัวอย่างการใช้: "การถูกปฏิเสธ" ของนักลงทุนคือช่วงที่พอร์ตติดลบ แผนดูไม่เวิร์ก และคนรอบตัวบอกให้เลิก — คนที่อยู่รอดคือคนที่ออกแบบพอร์ตให้ตัวเองทนอยู่ในตลาดได้นานพอจนเวลาทำงานให้ ลองเช็กก่อนว่าคุณรับความผันผวนได้แค่ไหนที่ แบบประเมินความเสี่ยงที่รับได้
5. Optimize เพื่อระยะยาว ไม่ใช่เพื่อรายไตรมาส
หลักการ: ถ้าสรุปทั้งสี่เสาแรกเป็นประโยคเดียวสำหรับนักลงทุน ก็คือ จงมองหาบริษัทที่ยอมเจ็บระยะสั้นเพื่อแข็งแรงระยะยาว — ลงทุนหนักในสิ่งที่กดกำไรวันนี้แต่สร้างฐานลูกค้าพรุ่งนี้ บริบท: หลักลูกค้ามาก่อนและเป้าหมาย 102 ปี คือการบอกนักลงทุนล่วงหน้าตรง ๆ ว่า บริษัทนี้จะไม่บริหารเพื่อทำให้ตัวเลขไตรมาสหน้าสวย ใครรับไม่ได้ก็อย่าเพิ่งมาเป็นผู้ถือหุ้น — ความชัดเจนแบบนี้ช่วยคัดกรองให้บริษัทได้ผู้ถือหุ้นที่คิดเหมือนกัน ตัวอย่างการใช้: ก่อนลงทุนในบริษัทใด ลองหาว่าผู้บริหารเคย "เลือกระยะยาวแทนตัวเลขระยะสั้น" จริงหรือไม่ เช่น ยอมลดกำไรเพื่อลดราคาให้ลูกค้า หรือลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่กว่าจะคุ้มใช้เวลาหลายปี — การกระทำในอดีตน่าเชื่อกว่าสโลแกนบนสไลด์เสมอ
คำประกาศที่กลายเป็นตำนาน — และความหมายที่ซ่อนอยู่
คำพูดของแจ็ค หม่า ถูกแชร์ต่อกันมหาศาลและจำนวนไม่น้อยถูกบิดเบือนหรือแต่งเติม เราจึงยกมาเฉพาะประโยคที่มีเอกสารต้นทางชัดเจน ส่วนแนวคิดที่สำนวนไม่นิ่ง เราจะเรียบเรียงโดยไม่ใส่เครื่องหมายคำพูด
"Customers first, employees second, and shareholders third."
— Jack Ma, จดหมายถึงนักลงทุนในเอกสาร IPO ของ Alibaba (พ.ศ. 2557)
"ลูกค้าอันดับหนึ่ง พนักงานอันดับสอง ผู้ถือหุ้นอันดับสาม" — สิ่งที่ทำให้ประโยคนี้กล้าหาญเป็นพิเศษคือบริบทที่มันถูกพูด: ไม่ใช่งานสัมมนาสร้างแรงบันดาลใจ แต่คือเอกสารเสนอขายหุ้นต่อนักลงทุนทั่วโลก — บอกคนที่กำลังจะควักเงินซื้อหุ้นตรง ๆ ว่าพวกเขามาเป็นอันดับสาม พร้อมเหตุผลว่านี่คือวิธีที่เงินของพวกเขาจะงอกเงยได้ยั่งยืนที่สุด เป็นการซื้อใจผู้ถือหุ้นระยะยาวด้วยความตรงไปตรงมา แทนคำสัญญาผลตอบแทนเร็ว ๆ ที่ทำไม่ได้จริง
อีกแนวคิดที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดของเขา มาจากสุนทรพจน์ให้กำลังใจผู้ประกอบการ ใจความว่า วันนี้โหดร้าย พรุ่งนี้ยิ่งโหดร้ายกว่า แต่มะรืนนี้จะสวยงาม — น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ยอมแพ้เสียก่อนในคืนวันพรุ่งนี้ (สำนวนต่างกันไปตามผู้บันทึกแต่ละเวที เราจึงเรียบเรียงโดยไม่ยกมาเป็นคำต่อคำ) สำหรับนักลงทุน นี่คือคำอธิบายที่ดีที่สุดของตลาดหมี: ช่วงที่เจ็บที่สุดมักอยู่ก่อนจุดกลับตัว และคนที่เสียหายจริงไม่ใช่คนที่เจอขาลง แต่คือคนที่ขายทิ้งกลางขาลงเพราะทนไม่ไหว ทั้งที่ถ้าแผนการเงินถูกออกแบบให้ทนได้ตั้งแต่ต้น ก็แค่ถือผ่านมันไป
ส่วนเป้าหมาย 102 ปี อยู่ในเอกสารและวัฒนธรรมองค์กรของ Alibaba อย่างเป็นทางการ — ไม่ใช่คำคมลอย ๆ แต่เป็นกรอบที่บริษัทใช้ตัดสินใจจริง และเป็นเหตุผลที่เขาให้ความสำคัญกับการสร้างผู้บริหารรุ่นถัดไป เพราะบริษัทที่ตั้งใจอยู่ร้อยปี ย่อมอยู่ได้ด้วยระบบ ไม่ใช่ด้วยผู้ก่อตั้งคนเดียว
บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทย
ปรัชญาของแจ็ค หม่า เกิดในบริบทจีนยุคอินเทอร์เน็ตเพิ่งบูม การหยิบมาใช้กับพอร์ตของคนไทยต้องผ่านการแปลงและมีข้อควรระวังชัดเจน
- ใช้เลนส์ "ลูกค้ามาก่อน" คัดกรองหุ้น — บริษัทไทยที่ลูกค้ารัก พนักงานอยู่นาน และผู้บริหารพูดเรื่องลูกค้ามากกว่าราคาหุ้น มักเป็นสัญญาณของธุรกิจที่คิดยาว ส่วนบริษัทที่รีดกำไรจากลูกค้าเพื่อทำตัวเลขให้สวย มักจ่ายราคาแพงภายหลัง
- ปรัชญาผู้ก่อตั้งที่ดี ไม่ลบความเสี่ยงของหุ้นจีน — ต่อให้บริษัทมีวิสัยทัศน์ร้อยปี หุ้นจีนก็ยังเผชิญความเสี่ยงด้านกฎระเบียบจากภาครัฐ ดังที่บริษัทเทคโนโลยีจีนหลายแห่งรวมถึง Alibaba เผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ช่วง พ.ศ. 2563–2564 ใครสนใจหุ้นจีนควรอ่าน คู่มือลงทุนหุ้นจีน ให้เข้าใจความเสี่ยงเชิงโครงสร้างก่อน
- "วิกฤตคือโอกาส" ต้องมีเงินสำรองก่อน — Taobao เกิดได้เพราะ Alibaba เตรียมพร้อมก่อนซาร์สมา นักลงทุนที่อยากได้ประโยชน์จากตลาดขาลงต้องมีสภาพคล่องเหลือ ไม่ก่อหนี้มาลงทุน และมีแผน DCA ที่เดินต่อได้แม้ตลาดแดง ไม่ใช่ all-in ตอนข่าวร้ายด้วยเงินที่ต้องใช้เดือนหน้า
- อย่าโรแมนติกกับเรื่องเล่า — เรื่องครูเงินเดือนน้อยสู่มหาเศรษฐีเป็นเรื่องเล่าที่ทรงพลัง แต่การซื้อหุ้นเพราะ "ชอบเรื่องราวผู้ก่อตั้ง" โดยไม่ดูงบ ไม่ดูราคา คือการเก็งกำไรในนิทาน จงแยกความชื่นชมบุคคลออกจากการวิเคราะห์กิจการเสมอ — อารมณ์แบบนี้คือหลุมพรางคลาสสิก อ่านเพิ่มที่ จิตวิทยาการลงทุน
ลูกค้าหนึ่ง พนักงานสอง ผู้ถือหุ้นสาม — ผลตอบแทนยั่งยืนคือ "ผลลัพธ์" ของธุรกิจที่ดูแลคนถูกลำดับ…
คิดแบบ 102 ปี — ถามทุกการตัดสินใจว่าช่วยให้อยู่ถึงระยะยาวไหม ไม่ใช่ทำให้ไตรมาสนี้สวยไหม…
วิกฤตคือโอกาสเฉพาะคนที่เตรียมพร้อมก่อน — สภาพคล่อง เงินสำรอง และแผนที่ทนขาลงได้…
นำไปใช้กับพอร์ตคุณ
แจ็ค หม่า ไม่เคยสอนวิธีจัดพอร์ต แต่หลักคิดของเขาแปลงเป็นเช็กลิสต์ฝั่งนักลงทุนได้ตรงตัว โดยยึดกรอบว่าเป็นการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
| หลักคิดของแจ็ค หม่า | การประยุกต์ใช้กับพอร์ตของคุณ |
|---|---|
| 1. ลูกค้ามาก่อนผู้ถือหุ้น | อ่านรายงานประจำปีของบริษัทที่ถือ — ผู้บริหารพูดถึงลูกค้าหรือราคาหุ้นมากกว่ากัน แล้วดูว่าการกระทำตรงกับคำพูดไหม |
| 2. เป้าหมาย 102 ปี | ก่อนซื้ออะไร ถามว่าธุรกิจนี้จะยังจำเป็นในอีก 20–30 ปีไหม — ถ้านึกภาพไม่ออกเลย นั่นคือการเก็งกำไร ไม่ใช่การลงทุน |
| 3. วิกฤตคือโอกาส | เตรียมก่อนวิกฤต: มีเงินสำรอง ไม่ก่อหนี้ลงทุน และวางแผน DCA ที่เดินต่อได้ตอนตลาดร่วง — โอกาสเป็นของคนที่พร้อมเท่านั้น |
| 4. อึดต่อการถูกปฏิเสธ | ออกแบบพอร์ตให้ทนช่วงติดลบได้จริงตามระดับความเสี่ยงที่รับไหว เพื่อไม่ถูกบังคับให้ยอมแพ้ "ในคืนวันพรุ่งนี้" |
| 5. ระยะยาว > รายไตรมาส | อย่าตัดสินพอร์ตด้วยผลรายเดือน — ตั้งรอบทบทวนปีละครั้ง ดูว่าสัดส่วนสินทรัพย์ยังตรงแผนไหม แทนการเฝ้าจอทุกวัน |
สรุปห้าเสาหลักจากบทความให้เป็นการกระทำที่จับต้องได้ — ใช้เป็นเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจแต่ละครั้ง ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
- ให้เวลาทำงานแบบที่ Alibaba คิดเผื่อ 102 ปี — พลังทบต้นคือเวอร์ชันนักลงทุนของการคิดคร่อมศตวรรษ ลองใส่ตัวเลขของคุณเองดูว่าเวลา 10–30 ปีเปลี่ยนเงินก้อนเดียวกันได้แค่ไหนที่ เครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้น
- สร้างวินัยที่เดินต่อได้ในวิกฤต — การทยอยลงทุนเท่า ๆ กันทุกเดือน (DCA) คือระบบที่ทำให้คุณยังซื้อได้ตอนที่คนอื่นตื่นตระหนก วางแผนได้ที่ เครื่องมือวางแผน DCA
- ตรวจว่าพอร์ตคุณทนขาลงได้จริงไหม — เอกซเรย์สัดส่วนสินทรัพย์และการกระจุกตัวของพอร์ตที่ เครื่องมือเอกซเรย์พอร์ต ก่อนที่ตลาดจะเป็นคนตรวจให้แทน
ลองใส่เงินลงทุนรายเดือนและระยะเวลาที่วางแผน แล้วดูว่าการให้เวลาทำงานต่างจากการเข้า ๆ ออก ๆ แค่ไหน — นี่คือเวอร์ชันนักลงทุนของปรัชญา 102 ปี
- จดหมายถึงนักลงทุนของ Jack Ma — แนบในเอกสารเสนอขายหุ้น IPO ของ Alibaba Group ต่อทางการสหรัฐ (พ.ศ. 2557) ต้นทางของหลัก "ลูกค้าอันดับหนึ่ง พนักงานอันดับสอง ผู้ถือหุ้นอันดับสาม" ดูข้อมูลบริษัทได้ที่ alibabagroup.com
- Alibaba: The House That Jack Ma Built โดย Duncan Clark — หนังสือประวัติ Alibaba และแจ็ค หม่า ที่ได้รับการอ้างอิงแพร่หลาย เขียนโดยผู้ที่ติดตามบริษัทมาตั้งแต่ยุคแรก
- Never Give Up: Jack Ma In His Own Words — หนังสือรวบรวมคำพูดจากสุนทรพจน์และบทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ พร้อมระบุที่มาของแต่ละประโยค
ข้อจำกัดความรับผิด: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เชิงปรัชญาการเงินและธุรกิจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล และไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อขายหลักทรัพย์ กองทุน หรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ โดยเฉพาะ การอ้างถึง Jack Ma และ Alibaba เป็นการอ้างอิงเอกสาร คำพูด และเรื่องราวที่เผยแพร่ต่อสาธารณะเพื่อการศึกษา ไม่ได้แสดงถึงความเกี่ยวข้องหรือการรับรองจากบุคคลหรือบริษัทดังกล่าว ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นต่างประเทศที่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและกฎระเบียบเพิ่มเติม ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ ควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงที่รับได้ด้วยตนเอง หรือปรึกษาผู้ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ คำเตือนจาก ก.ล.ต.: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน