สรุปใน 30 วินาที
  • เงินสมทบนายจ้างใน PVD คือผลตอบแทนการันตี 100% ทันที — ใส่ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบตามก่อนลงทุนอย่างอื่นทุกชนิด
  • กฎหมายให้สะสมได้ 2–15% ของค่าจ้าง แต่ครึ่งบริษัทตั้ง default ไว้ต่ำ (2–3%) — ตรวจสลิปแล้วปรับให้ถึง match เต็ม
  • อายุน้อยควรกล้าถือหุ้นสูง อย่านอนในแผนตราสารหนี้ล้วน และอย่าสลับแผนตามข่าวตลาด
  • ลาออกให้คงเงินหรือโอนเข้า RMF for PVD เพื่อรักษาอายุสมาชิก — ถอนได้ไม่เสียภาษีเมื่ออายุ 55+ และเป็นสมาชิกครบ 5 ปี
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นทั้งหมดเป็นของกองบรรณาธิการ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

เงินสมทบนายจ้าง = ผลตอบแทนการันตี 100%

ลองหาการลงทุนที่ใส่เงิน 100 บาทแล้วกลายเป็น 200 บาททันทีแบบไม่มีความเสี่ยง — ไม่มีที่ไหนในโลกให้แบบนั้น ยกเว้นที่เดียว: เงินสมทบนายจ้างในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทุกบาทที่คุณสะสมภายในเพดานที่นายจ้างสมทบตาม (match) จะมีเงินอีกก้อนจากบริษัทวางประกบทันที นั่นคือผลตอบแทน 100% ของส่วนสมทบตั้งแต่วันแรก ก่อนที่เงินจะเริ่มลงทุนอะไรเลยด้วยซ้ำ

แล้วทำไมเราถึงกล้าพูดว่าพนักงานครึ่งบริษัทตั้งค่าผิด — เพราะบริษัทจำนวนมากตั้งค่าเริ่มต้น (default) ให้พนักงานสะสมที่อัตราต่ำสุด เช่น 2–3% ของเงินเดือน ทั้งที่ข้อบังคับกองทุนเปิดให้เลือกสูงกว่านั้น และนายจ้างพร้อมสมทบตามถึง 5% หรือมากกว่า พนักงานที่เซ็นเอกสารวันแรกแล้วไม่เคยกลับไปแก้ กำลังทิ้งเงินเดือนอีกก้อนไว้บนโต๊ะทุกเดือน เป็นปี เป็นสิบปี โดยไม่รู้ตัว

คิดเป็นตัวเลขให้เห็นภาพ: เงินเดือน 30,000 บาท นายจ้างสมทบตามสูงสุด 5% แต่คุณตั้งสะสมไว้ 3% — ส่วนต่าง 2% ที่หายไปคือเงินสมทบนายจ้างราว 600 บาท/เดือน หรือ 7,200 บาท/ปี ทำงานยี่สิบปีบวกผลตอบแทนทบต้น ตัวเลขที่ทิ้งไปอยู่แถวหลักแสนกลาง ๆ ถึงหลายแสนบาท จากการไม่กรอกฟอร์มหนึ่งใบ

ตั้งอัตราสะสมเท่าไหร่ — กติกาข้อเดียวที่ต้องทำก่อนลงทุนอื่นทั้งหมด

กติกาการเงินส่วนบุคคลข้อที่เราฟันธงแรงที่สุดในบทความนี้: ใส่ PVD ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบตาม ก่อนเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นทุกชนิด ก่อนซื้อกองทุนลดหย่อน ก่อน DCA หุ้น ก่อนคริปโต ก่อนทุกอย่าง — เพราะไม่มีสินทรัพย์ไหนให้ผลตอบแทนการันตี 100% แบบนี้ได้ การข้ามขั้นนี้ไปลงทุนเองคือการปฏิเสธเงินฟรีเพื่อไปรับความเสี่ยง

วิธีทำใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน: ถามฝ่ายบุคคลสองคำถาม — ข้อบังคับกองทุนให้พนักงานเลือกสะสมได้กี่เปอร์เซ็นต์ และนายจ้างสมทบตามสูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์ที่อายุงานของคุณ (หลายบริษัทสมทบเพิ่มตามอายุงาน เช่น ปีแรก 3% ครบห้าปี 5%) จากนั้นยื่นแบบฟอร์มปรับอัตราสะสม ซึ่งกฎหมายให้สะสมได้ตั้งแต่ 2% ถึง 15% ของค่าจ้าง ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569

ส่วนที่สะสมเกินเพดานที่นายจ้าง match ยังได้ประโยชน์สองต่อ คือลดหย่อนภาษีและบังคับออมอัตโนมัติ แต่ตรงนี้ต้องชั่งกับข้อเสียจริงของ PVD: สภาพคล่องต่ำมาก — เงินถูกล็อกจนกว่าจะออกจากงานหรือเกษียณ ถอนก่อนมีต้นทุนภาษีสูง และเมนูการลงทุนในกองก็แคบกว่าซื้อกองทุนเอง ใครที่เงินฉุกเฉินยังไม่ครบ 3–6 เดือน ควรใส่แค่ระดับที่ได้ match เต็ม แล้วเก็บสภาพคล่องไว้ข้างนอกก่อน

เช็คลิสต์ 10 นาทีสำหรับพนักงานทุกคน เปิดสลิปเงินเดือนหรือแอปกองทุนของ บลจ. ที่บริษัทใช้ ดูสองตัวเลข: อัตราสะสมของคุณ กับอัตราสมทบของนายจ้าง — ถ้าอัตราของคุณต่ำกว่าเพดานที่นายจ้างพร้อมสมทบตาม ให้ยื่นฟอร์มปรับทันที นี่คือการตัดสินใจการเงินที่ผลตอบแทนต่อความพยายามสูงที่สุดที่คุณจะทำได้ในปีนี้

เลือกแผนลงทุนในกองยังไง — อายุน้อยต้องกล้าถือหุ้น

ความผิดพลาดอันดับสองรองจากสะสมน้อยเกินไปคือ นอนอยู่ในแผนตราสารหนี้ล้วนทั้งชีวิต ซึ่งมักเป็นแผน default ที่ปลอดภัยสำหรับบริษัท (ไม่มีพนักงานโวยว่าเงินติดลบ) แต่แพงมหาศาลสำหรับตัวพนักงานเอง — เงินที่โตปีละ 1.5–2.5% ในแผนตราสารหนี้ แทบไม่ชนะเงินเฟ้อ ทั้งที่มันมีเวลาลงทุนอีกสามสิบปี

หลักคิดเดียวกับการลงทุนเกษียณทุกชนิด: ระยะเวลาคือเกราะกันความผันผวน เงิน PVD ของคนอายุ 28 จะถูกใช้ตอนอายุ 60 — ระหว่างทางตลาดหุ้นจะร่วงแรงหลายรอบแน่นอน และไม่เป็นไรเลย เพราะเงินสะสมใหม่ทุกเดือนจะเข้าซื้อของถูกโดยอัตโนมัติเหมือน DCA ภาคบังคับ กรอบคร่าว ๆ ที่ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่:

ช่วงอายุสัดส่วนหุ้นโดยประมาณเหตุผล
20–35 ปี 70–90% เวลาลงทุน 25 ปีขึ้นไป ผ่านวิกฤตได้หลายรอบ เงินใหม่เข้าซื้อตอนถูกตลอดทาง
36–45 ปี 50–70% ยังมีเวลาเกิน 15 ปี แต่ฐานเงินเริ่มใหญ่ การแกว่งเริ่มมีผลต่อความรู้สึกจริง
46–55 ปี 30–50% เริ่มลดความเสี่ยงเป็นขั้นบันได ไม่ใช่หักพวงมาลัยทีเดียวตอนอายุ 55
55 ปีขึ้นไป 10–30% ใกล้วันใช้เงิน ปกป้องเงินต้นสำคัญกว่าการโต แต่ไม่ควรเป็นศูนย์เพราะชีวิตหลังเกษียณยังยาวอีก 20–30 ปี

กองทุนของหลายบริษัทมีแผนแบบ Employee's Choice ให้เลือกผสมเอง และบางแห่งมีแผน Target Date ที่ปรับสัดส่วนให้อัตโนมัติตามปีเกษียณ — ถ้ามี Target Date และคุณไม่อยากคิดเรื่องนี้อีกเลย มันคือคำตอบที่ดีพอสำหรับคน 80–90% ส่วนใครถนัดจัดพอร์ตเอง อ่านหลักการเลือกกองหุ้นได้จากกองทุนรวม 101 ซึ่งใช้ตรรกะเดียวกัน

อย่าสลับแผนตามข่าวตลาด กับดักคลาสสิกคือย้ายจากแผนหุ้นไปตราสารหนี้ "ชั่วคราว" ตอนตลาดร่วงแรง แล้วไม่กล้าย้ายกลับจนตลาดฟื้นไปไกล — ขายถูก ซื้อแพง ในกองทุนที่ออกแบบมาให้ถือยาวที่สุดในชีวิต การปรับแผนควรเกิดจากอายุที่เปลี่ยน ไม่ใช่พาดหัวข่าวของสัปดาห์นั้น

ลาออกจากงาน — สามทางเลือกกับเงินก้อนนี้

วันลาออกคือวันที่เงิน PVD ถูกตัดสินใจผิดมากที่สุด เพราะ HR มักยื่นเอกสารให้เซ็นตอนสมองเต็มไปด้วยเรื่องงานใหม่ ทางเลือกมีสามทาง และมีทางเดียวที่แย่ชัดเจน:

ทางที่หนึ่ง — คงเงินไว้ในกองเดิม: แจ้งขอคงเงินไว้ในกองทุนได้โดยยังนับอายุสมาชิกต่อเนื่อง เสียค่าธรรมเนียมการคงเงินเล็กน้อยราว 500 บาท/ปี เหมาะกับช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างหางานใหม่ หรือรอโอนเข้ากองของนายจ้างใหม่ที่มี PVD เหมือนกัน — ถ้าที่ใหม่มีกอง โอนไปรวมได้เลยและอายุสมาชิกนับต่อ ไม่เริ่มศูนย์

ทางที่สอง — โอนเข้า RMF for PVD: สำหรับคนที่ที่ทำงานใหม่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือออกมาทำงานอิสระ โอนเงินทั้งก้อนเข้ากองทุน RMF ประเภทที่รองรับเงินจาก PVD ได้โดยไม่ถือเป็นเงินได้ ไม่เสียภาษี ณ วันโอน อายุสมาชิก PVD นับต่อเนื่องรวมกับอายุการถือ RMF และคุณได้เมนูลงทุนที่กว้างกว่าในกองบริษัทเดิมด้วยซ้ำ นี่คือทางออกมาตรฐานของคนเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ

ทางที่สาม — ถอนออกมาเลย: ได้เงินสดทันทีก็จริง แต่ส่วนที่ไม่ใช่เงินสะสมของคุณเอง — เงินสมทบนายจ้าง ผลประโยชน์ของทั้งสองฝั่ง — ถูกนำไปคำนวณภาษีทันทีถ้ายังไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้น อายุงานน้อยยิ่งเจ็บ เพราะบางบริษัทมีเงื่อนไข vesting ที่ให้เงินสมทบนายจ้างไม่เต็มก้อนเมื่ออายุงานสั้น สรุปคือโดนทั้งภาษีและอาจไม่ได้เงินสมทบครบ — เราฟันธงว่านี่ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายจริง ๆ เฉพาะตอนจำเป็นเร่งด่วนถึงชีวิตเท่านั้น

ทางเลือกภาษี ณ วันทำรายการอายุสมาชิกเหมาะกับ
1) คงเงินไว้ในกองเดิม ไม่เสียภาษี (มีค่าธรรมเนียมคงเงินราว 500 บาท/ปี) นับต่อเนื่อง ช่วงเปลี่ยนผ่านหางานใหม่ หรือรอโอนเข้ากองของนายจ้างใหม่
2) โอนเข้า RMF for PVD ไม่ถือเป็นเงินได้ ไม่เสียภาษี ณ วันโอน นับต่อเนื่องรวมอายุการถือ RMF ที่ทำงานใหม่ไม่มี PVD หรือออกมาทำงานอิสระ — ได้เมนูลงทุนกว้างขึ้นด้วย
3) ถอนออกมาเลย ส่วนที่ไม่ใช่เงินสะสมของตัวเองถูกคำนวณภาษีทันที (ถ้ายังไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้น) และอาจโดน vesting ไม่เต็มก้อน สิ้นสุด ทางเลือกสุดท้าย เฉพาะจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ เท่านั้น

สรุปสามทางเลือกกับเงิน PVD วันลาออกตามที่อธิบายในบทความ — เงื่อนไขจริงขึ้นกับข้อบังคับกองทุนของแต่ละบริษัท ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569

ออกจากงานประจำ — วางแผนกลุ่มกองทุนลดหย่อนใหม่ทั้งชุด

คนที่ย้ายจากพนักงานประจำไปทำงานอิสระ เสียทั้ง PVD และประกันสังคมมาตรา 33 — RMF และกองทุนลดหย่อนอื่นกลายเป็นเครื่องมือหลักแทน เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ได้ในวันเดียว

เปิดบัญชีกองทุน

เงื่อนไขถอนแบบไม่เสียภาษี — ตัวเลขที่ต้องจำ

เงินก้อน PVD ตอนถอนจะได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวนเมื่อเข้าเงื่อนไขครบสองข้อพร้อมกัน: ออกจากงานเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเป็นสมาชิกกองทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่อง (กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพได้รับยกเว้นเช่นกัน) ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 — นี่คือเหตุผลที่การ "คงเงิน" หรือ "โอนเข้า RMF for PVD" ตอนลาออกสำคัญมาก เพราะมันรักษาอายุสมาชิกให้นับต่อเนื่องไปจนถึงเส้นชัยสองเงื่อนไขนี้

ถ้าออกจากงานก่อนเกณฑ์และเลือกถอนเงิน ภาระภาษีแบ่งตามอายุงาน: อายุงานไม่ถึง 5 ปี ส่วนที่ไม่ใช่เงินสะสมของตัวเองต้องนำไปรวมคำนวณภาษีปลายปีเต็ม ๆ ซึ่งอาจดันฐานภาษีปีนั้นกระโดดขั้น ส่วนอายุงาน 5 ปีขึ้นไป มีสิทธิแยกคำนวณในใบแนบด้วยสูตรพิเศษที่หักค่าใช้จ่ายตามอายุงาน ทำให้ภาษีเบาลงมาก แต่ก็ยังเป็นเงินที่ไม่ควรต้องเสียเลยถ้าวางแผนถูก

จำสั้น ๆ สามบรรทัด อายุ 55 + สมาชิก 5 ปี = ถอนทั้งก้อนไม่เสียภาษี · ลาออกก่อนนั้น = คงเงินหรือโอน RMF for PVD เพื่อรักษาอายุสมาชิก · ถอนสด = โดนภาษี และมักโดนแรงสุดตอนอายุงานน้อยสุด
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

เงินสมทบนายจ้างใน PVD คือผลตอบแทนการันตี 100% ทันที — ใส่ให้ถึงเพดานที่นายจ้างสมทบตามก่อ…

2

กฎหมายให้สะสมได้ 2–15% ของค่าจ้าง แต่ครึ่งบริษัทตั้ง default ไว้ต่ำ (2–3%) — ตรวจสลิปแล้…

3

อายุน้อยควรกล้าถือหุ้นสูง อย่านอนในแผนตราสารหนี้ล้วน และอย่าสลับแผนตามข่าวตลาด

PVD กับเพดานลดหย่อนกลุ่มเกษียณ 500,000

เงินสะสม PVD ลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุด 15% ของค่าจ้างและไม่เกิน 500,000 บาท/ปี แต่ประเด็นที่คนพลาดตอนยื่นภาษีคือ เพดานนี้ไม่ได้แยกขาดจากกองทุนอื่น — PVD ต้องนับรวมกับ RMF, SSF/กองทุนลดหย่อนรุ่นปัจจุบัน, Thai ESG (ตามเงื่อนไขของแต่ละกอง), กบข., ประกันบำนาญ และกองทุนสงเคราะห์ครู ภายใต้เพดานรวมกลุ่มเกษียณ 500,000 บาท/ปี ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569

ผลในทางปฏิบัติ: คนเงินเดือนสูงที่สะสม PVD หนัก ๆ อยู่แล้ว อาจเหลือโควตาซื้อ RMF หรือประกันบำนาญน้อยกว่าที่คิด ซื้อเกินเพดานไม่ได้แปลว่าผิดกฎหมาย แต่ส่วนเกินไม่ได้ลดหย่อน แถมบางผลิตภัณฑ์ยังต้องถือยาวตามเงื่อนไขโดยไม่ได้ประโยชน์ภาษีตอบแทน — ก่อนซื้อกองลดหย่อนปลายปีทุกครั้ง ให้เอายอดสะสม PVD ทั้งปี (ดูจากสลิปเดือนธันวาคมหรือแอป บลจ.) มาหักออกจาก 500,000 ก่อนเสมอ เราแจกแจงวิธีจัดลำดับระหว่าง RMF, SSF และ Thai ESG ไว้ละเอียดที่SSF RMF Thai ESG — เลือกอะไรก่อนหลัง และคำนวณฐานภาษีของตัวเองได้ที่เครื่องคำนวณภาษีเงินได้

ปิดท้ายด้วยภาพรวมที่อยากให้จำไป: PVD ไม่ใช่การลงทุนที่หวือหวาที่สุดในชีวิตคุณ แต่มันคือขั้นบันไดแรกที่ผลตอบแทนแน่นอนที่สุด — match เต็ม เลือกแผนตามอายุ รักษาอายุสมาชิกตอนเปลี่ยนงาน แล้วปล่อยให้เวลาทำงาน อยากเห็นว่าเงินสะสมบวกสมทบต่อเดือนของคุณโตเป็นเท่าไหร่ตอนอายุ 60 ลองกดที่เครื่องวางแผนเกษียณดูตัวเลขของตัวเองได้เลย

ย้ำก่อนจาก กติกาภาษี เพดานลดหย่อน และเงื่อนไขการถอนทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 และแก้ไขได้โดยกฎหมายใหม่ทุกปี ข้อบังคับกองทุนแต่ละบริษัทก็ต่างกันในรายละเอียด โดยเฉพาะอัตราสมทบตามอายุงานและเงื่อนไข vesting — เอกสารฉบับจริงจากฝ่ายบุคคลของคุณคือแหล่งอ้างอิงสุดท้ายเสมอ
เกษียณ · สวัสดิการพนักงานอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง

คำถามที่พบบ่อย

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) คืออะไร และทำไมเงินสมทบนายจ้างถึงถูกเรียกว่าเงินฟรี
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD) เป็นสวัสดิการออมเงินเพื่อเกษียณที่พนักงานสะสมส่วนหนึ่ง และนายจ้างสมทบตาม (match) ให้อีกก้อนหนึ่ง จุดที่เรียกว่าเงินฟรีคือ ทุกบาทที่คุณสะสมภายในเพดานที่นายจ้างสมทบตาม จะมีเงินจากบริษัทวางประกบทันที เท่ากับได้ผลตอบแทนของส่วนสมทบ 100% ตั้งแต่วันแรกก่อนเงินจะเริ่มลงทุนด้วยซ้ำ นี่เป็นความรู้ทั่วไป เงื่อนไขจริงขึ้นกับข้อบังคับกองทุนของแต่ละบริษัท
กฎหมายให้พนักงานสะสมเงินเข้า PVD ได้กี่เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง
ตามข้อมูล ณ กรกฎาคม พ.ศ. 2569 กฎหมายเปิดให้พนักงานเลือกสะสมได้ตั้งแต่ 2% ถึง 15% ของค่าจ้าง อย่างไรก็ตามหลายบริษัทตั้งค่าเริ่มต้น (default) ไว้ต่ำ เช่น 2–3% ทำให้พนักงานที่ไม่เคยกลับไปแก้ อาจสะสมต่ำกว่าเพดานที่นายจ้างพร้อมสมทบตาม วิธีตรวจสอบคือดูอัตราสะสมของตัวเองกับอัตราสมทบของนายจ้างจากสลิปเงินเดือนหรือแอปกองทุน แล้วยื่นแบบฟอร์มปรับได้ที่ฝ่ายบุคคล
เงิน PVD ควรเลือกแผนลงทุนแบบไหน ทำไมบทความบอกว่าคนอายุน้อยต้องกล้าถือหุ้น
หลักคิดทั่วไปคือระยะเวลาลงทุนเป็นเกราะกันความผันผวน เงิน PVD ของคนอายุน้อยจะถูกใช้จริงตอนเกษียณอีกหลายสิบปีข้างหน้า จึงมีเวลาผ่านช่วงตลาดหุ้นขึ้นลงได้หลายรอบ และเงินสะสมใหม่ทุกเดือนยังช่วยเข้าซื้อของถูกโดยอัตโนมัติแบบ DCA ภาคบังคับ บทความเตือนว่าการนอนอยู่ในแผนตราสารหนี้ล้วนตลอดเวลาอาจโตช้าจนแทบไม่ชนะเงินเฟ้อ ทั้งนี้เป็นเพียงกรอบคิดทั่วไป การเลือกแผนจริงควรพิจารณาตามอายุ ความเสี่ยงที่รับได้ และข้อบังคับกองทุนของแต่ละคน
ลาออกจากงานแล้วมีทางเลือกอะไรบ้างกับเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
บทความอธิบายว่ามีสามทางเลือกหลัก คือ (1) คงเงินไว้ในกองเดิมโดยยังนับอายุสมาชิกต่อเนื่อง มีค่าธรรมเนียมคงเงินเล็กน้อย (2) โอนเข้ากองทุน RMF ประเภทที่รองรับเงินจาก PVD ซึ่งไม่ถือเป็นเงินได้และไม่เสียภาษี ณ วันโอน โดยอายุสมาชิกนับต่อเนื่อง และ (3) ถอนออกมาเป็นเงินสด ซึ่งส่วนที่ไม่ใช่เงินสะสมของตัวเองอาจถูกนำไปคำนวณภาษีทันทีถ้ายังไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้น สองทางแรกช่วยรักษาอายุสมาชิกไว้ ส่วนการถอนสดบทความจัดเป็นทางเลือกสุดท้าย เงื่อนไขจริงขึ้นกับข้อบังคับกองทุนแต่ละบริษัท
ถอนเงิน PVD ตอนไหนถึงจะได้รับยกเว้นภาษีทั้งก้อน
ตามข้อมูล ณ กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เงินก้อน PVD จะได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวนเมื่อเข้าเงื่อนไขครบสองข้อพร้อมกัน คือ ออกจากงานเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเป็นสมาชิกกองทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่อง (กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพก็ได้รับยกเว้นเช่นกัน) นี่คือเหตุผลที่การคงเงินหรือโอนเข้า RMF ตอนลาออกช่วยรักษาอายุสมาชิกให้นับต่อไปจนถึงเงื่อนไขนี้ ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปและกติกาภาษีอาจแก้ไขได้โดยกฎหมายใหม่