- ดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างบุคคลเกิน 15% ต่อปีผิดกฎหมาย — ส่วนที่เกินเป็นโมฆะ คุณไม่ต้องจ่าย
- หนี้นอกระบบ "ร้อยละ 20 ต่อเดือน" = 240% ต่อปี เกินเพดานกว่า 16 เท่า เงินต้นเท่านั้นที่ต้องคืน
- พ.ร.บ. ทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ห้ามข่มขู่ ประจาน ทวงเกินวันละครั้ง หรือทวงคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้
- มีสินเชื่อในระบบดอกต่ำมาแทน (ออมสิน ~1%/เดือน, พิโกไม่เกิน 36%/ปี) และศูนย์ช่วยเหลือ 1567/1213/1115
ดอกเบี้ยนอกระบบเกิน 15% ต่อปี = ผิดกฎหมาย
เริ่มจากข้อเท็จจริงที่ทำให้อำนาจต่อรองกลับมาอยู่ที่คุณ: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การให้กู้ยืมเงินระหว่างบุคคลคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 15% ต่อปี และตาม พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ผู้ให้กู้ที่เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรานี้มีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หนี้นอกระบบทั่วไปคิดดอกกันที่ "ร้อยละ 20 ต่อเดือน" ซึ่งเท่ากับ 240% ต่อปี — เกินเพดานกฎหมายกว่า 16 เท่า นั่นแปลว่าดอกเบี้ยส่วนที่เกิน 15% ต่อปี เป็นโมฆะ ตามกฎหมาย คุณไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย และเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกในส่วนนั้นได้ ในทางปฏิบัติหลายเคสพบว่าเงินต้นถูกจ่ายคืนไปหมดแล้วผ่านดอกเบี้ยที่จ่ายมาตลอด (ข้อมูลกฎหมาย ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
สิทธิของลูกหนี้ที่คุณต้องรู้
แม้จะเป็นหนี้ กฎหมายก็คุ้มครองคุณจากการทวงหนี้แบบข่มขู่ ตาม พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 เจ้าหนี้และคนทวง ห้าม ทำสิ่งเหล่านี้:
- ข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือทำให้เสียชื่อเสียง — รวมถึงการประจานผ่านโซเชียลหรือประกาศให้เพื่อนบ้านรู้
- ทวงถามกับคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ — โทรหาที่ทำงาน ญาติ หรือคนในโทรศัพท์เพื่อให้อับอาย ทำไม่ได้
- ทวงเกินวันละ 1 ครั้ง และห้ามทวงนอกเวลา (จันทร์–ศุกร์ทวงได้ 8.00–20.00 น. วันหยุดถึง 18.00 น.)
- แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือศาล เพื่อข่มขู่
การทวงหนี้ผิดกฎหมายมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก คุณมีสิทธิบันทึกเสียง เก็บข้อความ ถ่ายภาพ ไว้เป็นหลักฐานได้เสมอ และการทำร้ายร่างกาย ยึดบัตรประชาชน หรือบังคับให้เซ็นสัญญาใหม่โดยข่มขู่ ล้วนเป็นความผิดที่แจ้งตำรวจได้ทันที
วิธีเจรจากับเจ้าหนี้นอกระบบ
เป้าหมายของการเจรจาไม่ใช่หนีหนี้ แต่คือคืนเงินต้นตามจริงและตัดดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมายออก ทำตามลำดับนี้:
- คำนวณว่าจ่ายไปแล้วเท่าไหร่ — รวมดอกทั้งหมดที่จ่ายมา หลายคนพบว่าจ่ายเกินเงินต้นไปนานแล้ว ข้อมูลชุดนี้คืออาวุธในการเจรจา
- เสนอปิดที่เงินต้นคงเหลือจริง — บอกเจ้าหนี้ตรง ๆ ว่าคุณรู้ว่าดอกเกิน 15% ต่อปีผิดกฎหมาย และคุณยินดีคืนเงินต้นส่วนที่เหลือเพื่อจบเรื่อง
- ขอทำสัญญาปิดเป็นลายลักษณ์อักษร — เมื่อตกลงได้ ให้เขียนใบเสร็จ/หนังสือปลดหนี้ให้ชัดว่าชำระครบแล้ว เพื่อกันการทวงซ้ำ
- ถ้าเจรจาไม่ได้ ให้หน่วยงานรัฐเป็นตัวกลาง — ศูนย์ไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบระดับจังหวัด (ผ่านที่ว่าการอำเภอ) มีเจ้าหน้าที่ช่วยเป็นคนกลางเจรจาให้
แหล่งสินเชื่อในระบบมาแทน
รัฐมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกต่ำที่ออกแบบมาเพื่อดึงคนออกจากหนี้นอกระบบโดยเฉพาะ ดอกเบี้ยต่างกับ 240% ต่อปีราวฟ้ากับเหว (อัตราเป็นค่าประมาณการ ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบกับสถาบันการเงินอีกครั้ง):
| แหล่ง | เหมาะกับใคร | ดอกเบี้ยโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ธ.ออมสิน (สินเชื่อแก้หนี้นอกระบบ) | ผู้มีรายได้ประจำ/อาชีพอิสระ | ~1% ต่อเดือน |
| ธ.ก.ส. | เกษตรกรและครอบครัว | ตามโครงการรัฐ |
| พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) | คนในพื้นที่ กู้ก้อนเล็ก | ไม่เกิน 36% ต่อปี |
| สินเชื่อสวัสดิการ / สหกรณ์ | พนักงาน/สมาชิกสหกรณ์ | ~5–7% ต่อปี |
ภาพเทียบดอกเบี้ยต่อปี — หนี้นอกระบบสูงกว่าสินเชื่อในระบบดอกต่ำหลายเท่าจนคนละสเกล
พิโกไฟแนนซ์เป็นผู้ให้กู้รายย่อยที่จดทะเบียนถูกกฎหมายกับกระทรวงการคลัง เพดานดอก 36% ต่อปีฟังดูสูงแต่ยังต่ำกว่านอกระบบหลายเท่า และตามทวงตามกฎหมาย รายละเอียดอ่านได้ที่นาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์คืออะไร ส่วนใครที่มีสิทธิสวัสดิการรัฐอยู่แล้ว อย่ามองข้ามสินเชื่อสวัสดิการและสินเชื่อรัฐที่มักดอกต่ำที่สุด
ดูสินเชื่อในระบบที่รับรีไฟแนนซ์หนี้ พร้อมอัตราดอกเบี้ยจริง ก่อนตัดสินใจเดินเข้าสาขาหรือยื่นสมัคร
ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ติดต่อได้
คุณไม่ต้องสู้ลำพัง มีหน่วยงานรัฐที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยลูกหนี้นอกระบบโดยตรง (ช่องทางติดต่ออาจปรับได้ ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบเบอร์ล่าสุดอีกครั้ง):
- ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย — สายด่วน 1567 รับเรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบทั่วประเทศ
- ศูนย์ไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบระดับจังหวัด ติดต่อผ่านที่ว่าการอำเภอหรือศาลากลางจังหวัด มีเจ้าหน้าที่ช่วยเจรจาเป็นตัวกลาง
- ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. — สายด่วน 1213 ให้คำปรึกษาเรื่องหนี้และการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม
- สายด่วน ธ.ออมสิน 1115 สอบถามสินเชื่อแก้หนี้นอกระบบและมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้
ถ้าหนี้ในระบบก็พันกันจนตึง อ่านแนวทางเพิ่มที่ปรับโครงสร้างหนี้และทำความเข้าใจสิทธิเมื่อถูกทวงหนี้ประกอบ เพื่อรับมือทั้งในและนอกระบบไปพร้อมกัน
ดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างบุคคลเกิน 15% ต่อปีผิดกฎหมาย — ส่วนที่เกินเป็นโมฆะ คุณไม่ต้องจ่าย
หนี้นอกระบบ "ร้อยละ 20 ต่อเดือน" = 240% ต่อปี เกินเพดานกว่า 16 เท่า เงินต้นเท่านั้นที่ต้…
พ.ร.บ. ทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ห้ามข่มขู่ ประจาน ทวงเกินวันละครั้ง หรือทวงคนอื่นที่ไม่ใช่ลู…
ข้อควรระวังแอปกู้เถื่อน
หนี้นอกระบบยุคใหม่ย้ายมาอยู่ในมือถือ แอปกู้เงินเถื่อนคือกับดักที่โหดกว่าเจ้าหนี้เดินเก็บแบบเดิม สังเกตสัญญาณอันตรายเหล่านี้:
- ขอสิทธิเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อและรูปภาพ — เพื่อเอาไว้ประจานและทวงกับคนรอบตัวคุณเมื่อค้างจ่าย นี่คือสัญญาณเถื่อนที่ชัดที่สุด
- โอนเงินให้ไม่ครบตามยอดกู้ แต่คิดดอกเต็มยอด — เช่น กู้ 5,000 ได้จริง 3,500 แต่ต้องคืน 5,000 บวกดอกในไม่กี่วัน
- ดอกเบี้ยรายวันโหดและระยะสั้นมาก — 7 วันต้องคืน บวกค่าปรับต่อวันที่พุ่งเร็ว
- ไม่มีชื่อบริษัท ไม่มีเลขทะเบียน ไม่อยู่ในรายชื่อผู้ได้รับอนุญาต — ผู้ให้กู้ถูกกฎหมายต้องขึ้นทะเบียนกับ ธปท. หรือกระทรวงการคลัง เช็กได้ก่อนโหลด
จุดยืนของเราชัดเจน: หนี้นอกระบบไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นสถานการณ์ที่กฎหมายอยู่ข้างคุณมากกว่าที่คิด เจ้าหนี้พึ่งพาความกลัวและความไม่รู้ของลูกหนี้เป็นเครื่องมือ เมื่อคุณรู้ว่าดอกเกิน 15% ต่อปีเป็นโมฆะ รู้สิทธิการทวงหนี้ และรู้ว่ามีสินเชื่อในระบบรออยู่ อำนาจต่อรองก็กลับมาอยู่ในมือคุณ ข้อมูลกฎหมายและอัตราทั้งหมดเป็นค่าประมาณการ ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง