สรุปใน 30 วินาที
  • กู้ในนามธุรกิจถูกกว่ากู้ในนามตัวเองมาก สินเชื่อธุรกิจมีหลักประกันราว 6-9% ต่อปี เทียบกับสินเชื่อบุคคล 18-25% — ต่างกันสามเท่าสำหรับเงินก้อนเดียวกัน
  • ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำ ให้ใช้ บสย. ค้ำประกันแทน แต่จำไว้ว่า บสย. ค้ำให้ธนาคาร ไม่ได้ค้ำให้คุณ — ผิดนัดแล้ว บสย. ไล่เบี้ยต่อและเข้าเครดิตบูโร
  • OD เหมาะกับสภาพคล่องสะดุดเป็นช่วง (จ่ายดอกเฉพาะที่ใช้) แฟคตอริ่งเหมาะกับ B2B ที่ให้เครดิตเทอมยาว — อย่าใช้เงินกู้ผิดประเภทกับปัญหา
  • ซอฟต์โลนรัฐดอกต่ำแต่หมดแล้วหมดเลย เตรียมเอกสารให้พร้อมล่วงหน้า และไล่แหล่งเงินในระบบให้ครบก่อนคิดกู้นอกระบบ
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) · สคบ. — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อ หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นทั้งหมดเป็นของกองบรรณาธิการ คำเตือน: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

กู้ในนามธุรกิจ vs กู้ในนามตัวเอง — เส้นแบ่งที่เจ้าของร้านมักข้ามผิด

เจ้าของกิจการเล็กจำนวนมากไม่เคยยื่นขอ "สินเชื่อธุรกิจ" เลยสักครั้งในชีวิต — พอร้านต้องการเงิน ก็ไปกดสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสดในนามตัวเอง เพราะมันเร็วและไม่ถามอะไรมาก ปัญหาคือราคาที่จ่าย: สินเชื่อบุคคลคิดดอกเบี้ยราว 18–25% ต่อปี ขณะที่สินเชื่อธุรกิจที่มีหลักประกันอยู่แถว ๆ 6–9% — ต่างกันสามเท่าสำหรับเงินก้อนเดียวกัน ใช้ทำอย่างเดียวกัน

เหตุผลที่คนเลือกทางแพงคือทางถูกมัน "เรื่องเยอะ" — ต้องมีงบการเงิน ต้องมีทะเบียนพาณิชย์ ต้องรอประเมินหลักทรัพย์ ซึ่งจริงทั้งหมด แต่ความเรื่องเยอะนั้นคือค่าผ่านทางที่คุ้มที่สุดในระบบการเงิน ลองเทียบภาพรวมทั้งกระดานก่อนตัดสินใจ ตัวเลขเป็นช่วงประมาณ ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งกับแต่ละธนาคาร:

แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยโดยประมาณ (ต่อปี)ลักษณะเหมาะกับ
สินเชื่อธุรกิจมีหลักประกัน~6–9%เงินก้อน ผ่อนยาวได้ถึง 7–10 ปีลงทุนขยายกิจการ ซื้อเครื่องจักร ปรับปรุงหน้าร้าน
สินเชื่อธุรกิจไม่มีหลักประกัน (มัก + บสย.)~8–15%เงินก้อน วงเงินเล็กกว่า อนุมัติจากกระแสเงินสดกิจการที่เดินบัญชีดีแต่ไม่มีหลักทรัพย์
วงเงินเบิกเกินบัญชี (OD)~MOR+1 ถึง 3% (ราว 8–11%)วงเงินหมุนเวียน จ่ายดอกเฉพาะส่วนที่ใช้สภาพคล่องสะดุดเป็นช่วง ๆ ตามฤดูขาย
แฟคตอริ่ง (ขายลูกหนี้การค้า)~8–15% + ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนใบแจ้งหนี้เป็นเงินสดก่อนครบเครดิตเทอมธุรกิจ B2B ที่ให้เครดิต 30–90 วันกับคู่ค้ารายใหญ่
ลิสซิ่ง/เช่าซื้อเครื่องจักร-รถเชิงพาณิชย์Flat ~3–6% (Effective ~6–11%)ผ่อนตามอายุทรัพย์สิน ทรัพย์เป็นหลักประกันในตัวซื้อของชิ้นใหญ่ที่ตีมูลค่าได้ชัด
สินเชื่อบุคคลในนามเจ้าของ~18–25%เร็ว ไม่ถามแผนธุรกิจเงินด่วนก้อนเล็กจริง ๆ และมีแผนคืนใน 6–12 เดือน

ภาพเทียบดอกเบี้ยต่อปีโดยประมาณของแต่ละแหล่งเงินทุน (ใช้ค่ากลางของช่วง)

สังเกตแถวลิสซิ่ง: ดอกเบี้ยที่โฆษณาเป็นแบบ Flat ซึ่งต่ำกว่าความจริงเกือบเท่าตัว ก่อนเทียบกับแถวอื่นต้องแปลงเป็น Effective เสมอ — ถ้ายังไม่คล่องเรื่องนี้ อ่านดอกเบี้ย Flat Rate vs Effective Rateก่อน ห้านาทีที่คุ้มที่สุดก่อนคุยกับไฟแนนซ์ทุกเจ้า

อย่าเอาบ้านไปเสี่ยงโดยไม่คิดให้จบบางคนเลือกทางลัดด้วยการเอาบ้านปลอดภาระไปกู้ "บ้านแลกเงิน" มาลงธุรกิจ เพราะดอกถูกกว่าสินเชื่อธุรกิจไม่มีหลักประกัน — คณิตศาสตร์ถูก แต่ความเสี่ยงคือถ้าธุรกิจไปไม่รอด คุณเสียทั้งกิจการและบ้านพร้อมกัน กติกาของเรา: เงินที่เอาบ้านไปแลก ควรใช้กับธุรกิจที่มีรายได้พิสูจน์แล้วเท่านั้น ไม่ใช่ไอเดียที่ยังไม่เคยขายได้จริง อ่านเงื่อนไขละเอียดในสินเชื่อบ้านแลกเงิน (Home for Cash)

บสย. — คนค้ำประกันที่รัฐจัดให้ เมื่อคุณไม่มีหลักทรัพย์

อุปสรรคใหญ่สุดของ SME ตัวเล็กคือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และนี่คือปัญหาที่ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ถูกตั้งขึ้นมาแก้โดยตรง — บสย. ไม่ได้ปล่อยกู้เอง แต่ทำหน้าที่ "ค้ำประกัน" ให้คุณต่อธนาคาร ถ้าธุรกิจไปไม่รอดจริง ๆ บสย. จ่ายชดเชยให้ธนาคารตามสัดส่วนที่ตกลง ธนาคารจึงกล้าปล่อยกู้ให้กิจการที่ไม่มีโฉนดมาวาง

กลไกฝั่งผู้กู้เรียบง่ายกว่าที่คิด: คุณยื่นกู้กับธนาคารตามปกติ แล้วธนาคารเป็นคนส่งเรื่องขอให้ บสย. ค้ำให้เอง (หลายโครงการยื่นผ่านธนาคารได้เลยไม่ต้องติดต่อ บสย. เอง) ต้นทุนคือค่าธรรมเนียมค้ำประกันราวปีละ 1.25–2% ของวงเงินค้ำ ซึ่งบางโครงการรัฐช่วยออกให้ในปีแรก ๆ — บวกลบแล้ว เงินกู้ที่มี บสย. ค้ำมักถูกกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกันเพียว ๆ และถูกกว่าสินเชื่อบุคคลแบบไม่ต้องคิดเลย

สิ่งที่ บสย. ไม่ได้ช่วยบสย. ค้ำประกันให้ธนาคาร ไม่ได้ค้ำให้คุณ — ถ้าคุณผิดนัด ธนาคารได้เงินชดเชยจาก บสย. ก็จริง แต่ บสย. จะไล่เบี้ยเรียกหนี้คืนจากคุณต่อ หนี้ไม่ได้หายไปไหน และประวัติเสียเข้าเครดิตบูโรเหมือนหนี้ปกติทุกประการ อย่าเข้าใจผิดว่ามีคนค้ำแปลว่าเบี้ยวได้

OD กับแฟคตอริ่ง — เงินหมุนเวียนที่ไม่ใช่เงินก้อน

ความผิดพลาดเชิงโครงสร้างที่พบบ่อยที่สุดในหนี้ SME คือ ใช้เงินกู้ผิดประเภทกับปัญหา — เอาเงินกู้ก้อนยาวเจ็ดปีมาจ่ายค่าสต๊อกที่หมุนทุกสองเดือน หรือกลับกัน เอาบัตรกดเงินสดดอก 25% มาซื้อเครื่องจักรที่ต้องผ่อนสามปี เครื่องมือเงินหมุนเวียนสองตัวที่เจ้าของกิจการควรรู้จักจริง ๆ คือ OD กับแฟคตอริ่ง

วงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft — OD) คือวงเงินสำรองที่ผูกกับบัญชีกระแสรายวัน ธนาคารอนุมัติเพดานไว้ เช่น 500,000 บาท เดือนไหนเงินขาดก็เบิกใช้ เดือนไหนเงินเข้าก็คืน จุดสำคัญคือ จ่ายดอกเบี้ยเฉพาะยอดที่ใช้จริง รายวัน — ใช้สามแสนอยู่สิบวันก็จ่ายดอกแค่นั้น อัตราอิง MOR บวกส่วนเพิ่ม (อ่านวิธีอ่านดอกเบี้ยอ้างอิงพวกนี้ได้ในMRR MLR MOR คืออะไร) ข้อควรระวังของ OD คือมันเสพติดง่าย: วงเงินที่ตั้งใจไว้ "เผื่อฉุกเฉิน" หลายกิจการใช้เต็มเพดานถาวรจนกลายเป็นหนี้ก้อนที่จ่ายดอกแพงตลอดปีโดยไม่รู้ตัว

แฟคตอริ่ง (Factoring) คือการขายลูกหนี้การค้า — คุณส่งของให้บริษัทใหญ่แล้วต้องรอเงิน 60 วันตามเครดิตเทอม แต่ค่าแรงลูกน้องรอไม่ได้ แฟคตอริ่งรับซื้อใบแจ้งหนี้ใบนั้นแล้วจ่ายเงินให้คุณล่วงหน้าราว 70–90% ของมูลค่า พอลูกหนี้จ่ายจริงค่อยเคลียร์ส่วนที่เหลือหักดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม จุดแข็งที่คนมองข้าม: ผู้ให้บริการแฟคตอริ่งดูเครดิตของ "ลูกหนี้คุณ" มากพอ ๆ กับเครดิตของคุณ — กิจการเล็กที่มีคู่ค้าเป็นบริษัทมหาชนจึงเข้าถึงแฟคตอริ่งได้ทั้งที่กู้แบงก์ตรง ๆ ยังไม่ผ่าน

เอกสารที่แบงก์อยากเห็น — งบการเงิน ทะเบียนพาณิชย์ statement

สินเชื่อธุรกิจไม่ได้อนุมัติจากความฝัน มันอนุมัติจากกระดาษสามกอง:

  • ทะเบียนพาณิชย์ / หนังสือรับรองนิติบุคคล — หลักฐานว่ากิจการมีตัวตนทางกฎหมาย ร้านค้าบุคคลธรรมดาจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่เขตหรือ อบต. ด้วยค่าธรรมเนียมหลักสิบบาท ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ปลดล็อกโปรดักต์สินเชื่อได้หลายตัว จดวันนี้แล้วปล่อยให้เอกสารมีอายุ — แบงก์ส่วนใหญ่อยากเห็นกิจการดำเนินมาแล้วอย่างน้อย 1–3 ปี
  • งบการเงิน / บัญชีรายรับรายจ่าย — นิติบุคคลมีงบส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่แล้ว ปัญหาคือหลายบริษัททำ "งบเพื่อเสียภาษีน้อย" จนกำไรบนกระดาษแทบไม่มี แล้วงบชุดเดียวกันนั้นก็ถูกใช้ปฏิเสธเงินกู้ — กำไรที่ซ่อนไว้จากสรรพากรคือกำไรที่ซ่อนจากแบงก์ด้วยเสมอ นี่คือ trade-off ที่เจ้าของกิจการต้องเลือกอย่างมีสติ ส่วนร้านบุคคลธรรมดา บัญชีรายรับรายจ่ายที่จดสม่ำเสมอพร้อมหลักฐานยื่นภาษีคือของทดแทนที่ใช้ได้จริง
  • Statement บัญชีธุรกิจ 6–12 เดือน — กติกาเดียวกับฟรีแลนซ์: เงินเข้าออกของกิจการต้องวิ่งผ่านบัญชี ไม่ใช่ลิ้นชักเก็บเงินสด ยอดขายผ่านแอปเดลิเวอรีและ QR พร้อมเพย์กลายเป็นข้อได้เปรียบใหม่ของร้านเล็กยุคนี้ เพราะมันสร้างร่องรอยรายได้ที่แบงก์ตรวจสอบได้เอง หลายธนาคารมีสินเชื่อที่อนุมัติจากยอดขายดิจิทัลพวกนี้โดยตรง
แยกกระเป๋าธุรกิจออกจากกระเป๋าบ้านตั้งแต่วันนี้บัญชีที่ปนกันระหว่างค่ากับข้าวลูกกับค่าสต๊อกร้านคือฝันร้ายของนักวิเคราะห์สินเชื่อ และมักจบด้วยการหักลดรายได้แบบเหมาเข่ง เปิดบัญชีธุรกิจแยก จ่ายเงินเดือนให้ตัวเองเป็นยอดคงที่ทุกเดือน — โครงสร้างง่าย ๆ นี้ทำให้กิจการ "อ่านออก" และวงเงินที่ได้มักต่างกันเป็นเท่าตัว

ซอฟต์โลนรัฐมาเป็นรอบ ๆ — ของถูกที่ต้องตามให้ทัน

ทุกสองสามปี รัฐจะปล่อยมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ผ่านธนาคารรัฐ — ออมสิน ธ.ก.ส. SME D Bank และผ่าน บสย. ในรูปโครงการค้ำประกันพิเศษ ดอกเบี้ยมักต่ำกว่าตลาด 2–4% หรือบางรอบฟรีดอกเบี้ยปีแรก เงื่อนไขคือวงเงินรวมมีจำกัดและ หมดแล้วหมดเลย — ธรรมชาติของซอฟต์โลนคือคนที่เอกสารพร้อมได้ไป คนที่เพิ่งเริ่มรวบรวมเอกสารตอนข่าวออกมักไม่ทัน

วิธีติดตามที่ได้ผลจริงโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าข่าว: ฝากเรื่องไว้กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อธนาคารรัฐที่คุณมีบัญชีอยู่ว่าสนใจซอฟต์โลนรอบหน้า ขอให้ติดต่อเมื่อโครงการเปิด — เจ้าหน้าที่สาขามีเป้ายอดปล่อยกู้ เขาอยากโทรหาคุณอยู่แล้ว บวกกับเช็กหน้าเว็บ บสย. และ SME D Bank สักเดือนละครั้ง เท่านี้โอกาสตกรถก็ต่ำลงมาก

กิจการของคุณกู้อะไรได้บ้าง?

เทียบสินเชื่อธุรกิจและวงเงินหมุนเวียนจากหลายธนาคารในที่เดียว — กรอกข้อมูลกิจการครั้งเดียว เห็นทั้งวงเงิน ดอกเบี้ยแบบ Effective และเอกสารที่แต่ละเจ้าต้องการ

เทียบสินเชื่อธุรกิจ
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

กู้ในนามธุรกิจถูกกว่ากู้ในนามตัวเองมาก สินเชื่อธุรกิจมีหลักประกันราว 6-9% ต่อปี เทียบกับ…

2

ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำ ให้ใช้ บสย. ค้ำประกันแทน แต่จำไว้ว่า บสย. ค้ำให้ธนาคาร ไม่ได้ค้ำให้คุ…

3

OD เหมาะกับสภาพคล่องสะดุดเป็นช่วง (จ่ายดอกเฉพาะที่ใช้) แฟคตอริ่งเหมาะกับ B2B ที่ให้เครดิ…

เช็กลิสต์ก่อนยื่นกู้ 8 ข้อ

ไล่ตามนี้ก่อนเดินเข้าธนาคาร ครบทุกข้อเมื่อไหร่ โอกาสอนุมัติกับอำนาจต่อรองของคุณเปลี่ยนไปคนละเรื่อง:

  1. จดทะเบียนพาณิชย์หรือจัดตั้งนิติบุคคลแล้ว และเอกสารมีอายุอย่างน้อย 1 ปี
  2. มีบัญชีธุรกิจแยกจากบัญชีส่วนตัว เดินสม่ำเสมอ 6–12 เดือน
  3. งบการเงินหรือบัญชีรายรับรายจ่ายปีล่าสุดพร้อม และตัวเลข "อธิบายได้" ทุกบรรทัด
  4. ยื่นภาษีครบ — ทั้งภาษีเงินได้และ VAT ถ้าเข้าเกณฑ์
  5. เช็กเครดิตบูโรของตัวเองและของกิจการล่วงหน้า ไม่มีค้างชำระคาราคาซัง
  6. ตอบได้ในหนึ่งนาทีว่ากู้ไปทำอะไร คืนจากรายได้ก้อนไหน ภายในกี่เดือน — คำถามนี้แบงก์ถามแน่ และคำตอบเบลอ ๆ ฆ่าใบสมัครมานักต่อนัก
  7. คำนวณแล้วว่าค่างวดใหม่รวมกับภาระเดิมไม่เกิน 40–50% ของกำไรเฉลี่ยต่อเดือน ลองกดตัวเลขที่เครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้นเพื่อดูว่าหนี้ที่ปล่อยค้างโตเร็วแค่ไหนด้วย
  8. ถามเรื่องค่าธรรมเนียมแฝงครบ — front-end fee ค่าประเมิน ค่าธรรมเนียม บสย. และค่าปรับปิดก่อนกำหนด

ปิดท้ายด้วยประโยคที่อยู่ในหัวข้อบทความ: แหล่งเงินทุนในระบบสำหรับเจ้าของกิจการมีอย่างน้อยหกแบบตามตารางข้างบน ก่อนจะยอมจ่ายดอกรายวันให้เงินกู้นอกระบบ ไล่ให้ครบทั้งหกก่อน — และถ้าทุกทางในระบบปฏิเสธคุณหมด นั่นไม่ใช่สัญญาณให้ไปกู้นอกระบบ แต่เป็นสัญญาณว่าตัวธุรกิจกำลังบอกอะไรบางอย่างที่เงินกู้แก้ไม่ได้

Business Fundingอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง