- ภาษีการรับให้เก็บจากผู้รับ เฉพาะส่วนที่เกินเพดานยกเว้นต่อผู้รับต่อปี ในอัตราคงที่ 5%
- เพดานยกเว้น 20 ล้าน/ปี สำหรับพ่อแม่-ลูก-คู่สมรสจดทะเบียน ส่วนคนอื่น (พี่น้อง หลาน แฟนไม่จดทะเบียน เพื่อน) 10 ล้าน/ปี
- การโอนบ้าน-ที่ดินให้ลูกโดยไม่มีค่าตอบแทน ก็นับเป็นการให้ที่รวมในเพดาน คิดจากราคาประเมินกรมที่ดิน
- เพดานรีเซ็ตทุกปีและคิดแยกต่อผู้รับ ทยอยให้หลายปีและกระจายหลายคนช่วยเลี่ยงส่วนเกินได้ตามกฎหมาย — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง
คำถามที่คนมีเงินก้อนถามบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คือ "ให้เงินลูกเป็นสิบล้านต้องเสียภาษีไหม" คำตอบสั้น ๆ คือ ให้ได้เยอะกว่าที่คิด แต่ไม่ใช่ไม่มีเพดาน ตั้งแต่ปีภาษี 2559 ไทยมีภาษีการรับให้ (Gift Tax) ที่ผูกกับภาษีการรับมรดก เพื่ออุดช่องที่คนเคยยกทรัพย์ให้กันตอนมีชีวิตเพื่อเลี่ยงภาษีมรดก หลักการคือ ให้ในวงเงินยกเว้นไม่ต้องเสีย ส่วนที่เกินเสียในอัตราคงที่ 5% บทความนี้ไล่เกณฑ์ยกเว้นทุกกลุ่ม พร้อมกับดักที่คนมักลืมว่าการโอนบ้านหรือที่ดินก็นับเป็นการให้เหมือนกัน
ภาษีการรับให้คืออะไร — และทำไมคนให้เยอะถึงต้องรู้
ภาษีการรับให้เก็บจากผู้รับ ไม่ใช่ผู้ให้ และเก็บเฉพาะส่วนที่เกินเพดานยกเว้นในแต่ละปีภาษี ประเด็นที่ทำให้คนสับสนคือมันไม่ใช่ภาษีที่ทุกคนต้องเจอ — คนส่วนใหญ่ที่ให้เงินกันหลักหมื่นหลักแสนไม่เกี่ยวเลย เพราะเพดานยกเว้นสูงถึงหลักสิบล้านต่อปี กลุ่มที่ต้องระวังจริงคือคนที่ยกทรัพย์ก้อนใหญ่ให้ทายาท หรือโอนอสังหาริมทรัพย์ราคาแพงให้กัน
สิ่งที่ต้องจำคือ เพดานคิดต่อผู้รับ ต่อปีภาษี และแบ่งเป็นสองอัตราตามความสัมพันธ์ ถ้าให้เกินเพดาน ส่วนเกินเสียภาษี 5% โดยผู้รับมีทางเลือกให้แยกคำนวณ 5% ต่างหาก ไม่ต้องเอาไปรวมกับเงินได้อื่นที่อาจโดนขั้นบันไดสูงกว่า
เกณฑ์ยกเว้น 20 ล้านกับ 10 ล้าน — ใครเข้าโซนไหน
เพดานยกเว้นแบ่งเป็นสองระดับตามความใกล้ชิดของความสัมพันธ์
- 20 ล้านบาทต่อปี — สำหรับการให้ระหว่างบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส พูดง่าย ๆ คือ พ่อแม่ให้ลูก ลูกให้พ่อแม่ หรือสามีให้ภรรยา รับได้ถึง 20 ล้านต่อปีโดยไม่เสียภาษี ส่วนที่เกินเสีย 5%
- 10 ล้านบาทต่อปี — สำหรับการให้แก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่สามกลุ่มข้างต้น เช่น พี่น้อง หลาน เพื่อน หรือแฟนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส เพดานอยู่ที่ 10 ล้านต่อปี เกินจากนั้นเสีย 5%
จุดที่คนพลาดบ่อยคือ "แฟน" ไม่เท่ากับ "คู่สมรส" — ถ้ายังไม่จดทะเบียน การให้เงินแฟนถือเป็นการให้บุคคลอื่น ใช้เพดาน 10 ล้าน ไม่ใช่ 20 ล้าน และการให้พี่น้องหรือหลานก็อยู่โซน 10 ล้านเช่นกัน หลายคนเข้าใจว่าญาติสายเลือดได้ 20 ล้านหมด ซึ่งไม่จริง — 20 ล้านสงวนไว้เฉพาะสายตรงขึ้น-ลง (พ่อแม่-ลูก) และคู่สมรสจดทะเบียนเท่านั้น
ตารางเกณฑ์ยกเว้นการรับให้ในหน้าเดียว
| ผู้รับ | เพดานยกเว้น/ปี | ส่วนเกินเสีย | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ลูก (ผู้สืบสันดาน) | 20 ล้าน | 5% | รวมบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย |
| พ่อแม่ (บุพการี) | 20 ล้าน | 5% | ลูกให้พ่อแม่ |
| คู่สมรส (จดทะเบียน) | 20 ล้าน | 5% | ต้องจดทะเบียนถูกต้อง |
| พี่น้อง / หลาน | 10 ล้าน | 5% | ถือเป็นบุคคลอื่น |
| แฟนที่ยังไม่จดทะเบียน | 10 ล้าน | 5% | ไม่ใช่คู่สมรสตามกฎหมาย |
| เพื่อน / คนทั่วไป | 10 ล้าน | 5% | ยกเว้นของขวัญตามประเพณี |
ตัวเลขในตารางเป็นเกณฑ์หลักที่ใช้ ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง เพราะรายละเอียดและข้อยกเว้นปลีกย่อยอาจปรับตามประกาศ ทรัพย์ที่นับรวมในเพดานนี้มีทั้งเงินสด อสังหาริมทรัพย์ที่โอนกรรมสิทธิ์ และทรัพย์สินอื่นที่ตีมูลค่าได้
ภาพเทียบเพดานยกเว้นภาษีการรับให้ต่อผู้รับต่อปี (ล้านบาท) — เกินจากนี้เสีย 5%
ของขวัญโดยเสน่หาในโอกาสตามประเพณี — ช่องที่ยืดหยุ่นสุด
นอกจากเพดานหลักแล้ว กฎหมายยังยกเว้นเงินหรือทรัพย์ที่ได้รับโดยเสน่หาในโอกาสตามประเพณี เช่น ของขวัญวันแต่งงาน เงินใส่ซองงานมงคล อั่งเปาปีใหม่ หรือของขวัญวันเกิด ตราบใดที่เหมาะสมกับฐานะและเป็นไปตามธรรมเนียม ก็ไม่ต้องเอามารวมคำนวณ ช่องนี้ยืดหยุ่นแต่ก็มีขอบเขต — คำว่า "ตามประเพณี" และ "เหมาะสมกับฐานะ" เปิดให้ตีความ ถ้าอ้างว่าให้เงินสิบล้านเป็นของขวัญวันเกิดก็คงยากที่จะผ่านการตรวจสอบ
ในทางปฏิบัติ ช่องนี้เหมาะกับการให้ก้อนไม่ใหญ่ในโอกาสจริง ไม่ใช่เครื่องมือยกทรัพย์ก้อนโตแบบไร้ขีดจำกัด คนที่ตั้งใจส่งต่อทรัพย์ก้อนใหญ่ควรวางแผนผ่านเพดาน 20/10 ล้านเป็นหลัก แล้วใช้ช่องของขวัญตามประเพณีเป็นส่วนเสริมเท่านั้น
โอนบ้าน โอนที่ดินให้ลูก ก็นับเป็นการให้
จุดที่คนลืมมากที่สุดคือ การให้ไม่ได้จำกัดแค่เงินสด — การโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรือที่ดินให้ลูกโดยไม่มีค่าตอบแทน ก็คือการให้ที่ต้องนับรวมในเพดาน 20 ล้านต่อปีเช่นกัน มูลค่าที่ใช้คำนวณอิงราคาประเมินของกรมที่ดิน ไม่ใช่ราคาที่คุณคิดเอง
ข่าวดีคือ การโอนอสังหาริมทรัพย์ให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย (ไม่รวมบุตรบุญธรรม) มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มในชั้นค่าธรรมเนียมและภาษี ณ กรมที่ดินที่ต่างจากการขายทั่วไป แต่ต้องดูให้ครบทั้งภาพ เพราะการโอนยังมีค่าธรรมเนียมโอนและอาจมีภาษีอื่นที่กรมที่ดินเรียกเก็บวันโอน รายละเอียดฝั่งภาษีตอนโอนอสังหาฯ เราแยกไว้ใน ภาษีขายบ้าน-ที่ดิน คิดยังไง ซึ่งอธิบายทุกก้อนที่ต้องจ่ายวันโอน
ก่อนตัดสินใจยกทรัพย์หรือโอนอสังหาฯ ให้ทายาท ลองประเมินฐานภาษีของทั้งผู้ให้และผู้รับก่อน เครื่องคำนวณช่วยให้เห็นภาพเงินที่หายไปกับภาษีในแต่ละทางเลือก
ภาษีการรับให้เก็บจากผู้รับ เฉพาะส่วนที่เกินเพดานยกเว้นต่อผู้รับต่อปี ในอัตราคงที่ 5%
เพดานยกเว้น 20 ล้าน/ปี สำหรับพ่อแม่-ลูก-คู่สมรสจดทะเบียน ส่วนคนอื่น (พี่น้อง หลาน แฟนไม่…
การโอนบ้าน-ที่ดินให้ลูกโดยไม่มีค่าตอบแทน ก็นับเป็นการให้ที่รวมในเพดาน คิดจากราคาประเมินก…
วางแผนส่งต่อทรัพย์ก่อนเสียชีวิต ให้เสียภาษีน้อยที่สุด
ภาษีการรับให้ถูกออกแบบมาคู่กับภาษีการรับมรดกอย่างจงใจ — เพื่อไม่ให้คนเลี่ยงภาษีมรดกด้วยการยกทรัพย์ทั้งหมดตอนยังมีชีวิต ดังนั้นการวางแผนส่งต่อทรัพย์ที่ดีจึงต้องมองทั้งสองภาษีพร้อมกัน หลักคิดที่ใช้ได้จริงมีไม่กี่ข้อ
- ทยอยให้หลายปี — เพราะเพดานรีเซ็ตทุกปี การให้ปีละไม่เกินเพดานหลายปีติดกันช่วยเลี่ยงส่วนเกิน 5% ได้ทั้งก้อน
- กระจายให้หลายคน — ลูกแต่ละคนมีเพดานของตัวเอง การให้กระจายจึงใช้เพดานได้มากกว่าการเทให้คนเดียว
- แยกเงินสดกับอสังหาฯ — ทั้งสองนับรวมเพดานเดียวกัน วางลำดับให้ดีว่าปีไหนโอนอะไร อย่ากองทุกอย่างในปีเดียว
- เตรียมพินัยกรรมควบคู่ — สิ่งที่ไม่ได้ยกให้ตอนมีชีวิตจะเข้าสู่กองมรดก การมีพินัยกรรมชัดเจนช่วยลดข้อพิพาทและวางภาษีมรดกได้
เรื่องการจัดการทรัพย์หลังเสียชีวิต ทั้งพินัยกรรม การแบ่งมรดก และภาษีมรดกที่เก็บจากส่วนเกิน 100 ล้าน เราเขียนไว้ครบใน พินัยกรรมและการส่งต่อมรดก ซึ่งควรอ่านคู่กับบทความนี้ เพราะการให้ตอนมีชีวิตกับการส่งต่อหลังจากไปคือสองด้านของแผนเดียวกัน
ประกันชีวิตแบบวางแผนมรดกช่วยสร้างสภาพคล่องให้ทายาทจ่ายภาษีและค่าใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องรีบขายทรัพย์ เทียบแบบที่เหมาะกับเป้าหมายส่งต่อของคุณก่อนตัดสินใจ