สรุปใน 30 วินาที
  • ภาษีการรับให้เก็บจากผู้รับ เฉพาะส่วนที่เกินเพดานยกเว้นต่อผู้รับต่อปี ในอัตราคงที่ 5%
  • เพดานยกเว้น 20 ล้าน/ปี สำหรับพ่อแม่-ลูก-คู่สมรสจดทะเบียน ส่วนคนอื่น (พี่น้อง หลาน แฟนไม่จดทะเบียน เพื่อน) 10 ล้าน/ปี
  • การโอนบ้าน-ที่ดินให้ลูกโดยไม่มีค่าตอบแทน ก็นับเป็นการให้ที่รวมในเพดาน คิดจากราคาประเมินกรมที่ดิน
  • เพดานรีเซ็ตทุกปีและคิดแยกต่อผู้รับ ทยอยให้หลายปีและกระจายหลายคนช่วยเลี่ยงส่วนเกินได้ตามกฎหมาย — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผลิตภัณฑ์การเงิน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดเช็คประกาศกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง

คำถามที่คนมีเงินก้อนถามบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คือ "ให้เงินลูกเป็นสิบล้านต้องเสียภาษีไหม" คำตอบสั้น ๆ คือ ให้ได้เยอะกว่าที่คิด แต่ไม่ใช่ไม่มีเพดาน ตั้งแต่ปีภาษี 2559 ไทยมีภาษีการรับให้ (Gift Tax) ที่ผูกกับภาษีการรับมรดก เพื่ออุดช่องที่คนเคยยกทรัพย์ให้กันตอนมีชีวิตเพื่อเลี่ยงภาษีมรดก หลักการคือ ให้ในวงเงินยกเว้นไม่ต้องเสีย ส่วนที่เกินเสียในอัตราคงที่ 5% บทความนี้ไล่เกณฑ์ยกเว้นทุกกลุ่ม พร้อมกับดักที่คนมักลืมว่าการโอนบ้านหรือที่ดินก็นับเป็นการให้เหมือนกัน

ภาษีการรับให้คืออะไร — และทำไมคนให้เยอะถึงต้องรู้

ภาษีการรับให้เก็บจากผู้รับ ไม่ใช่ผู้ให้ และเก็บเฉพาะส่วนที่เกินเพดานยกเว้นในแต่ละปีภาษี ประเด็นที่ทำให้คนสับสนคือมันไม่ใช่ภาษีที่ทุกคนต้องเจอ — คนส่วนใหญ่ที่ให้เงินกันหลักหมื่นหลักแสนไม่เกี่ยวเลย เพราะเพดานยกเว้นสูงถึงหลักสิบล้านต่อปี กลุ่มที่ต้องระวังจริงคือคนที่ยกทรัพย์ก้อนใหญ่ให้ทายาท หรือโอนอสังหาริมทรัพย์ราคาแพงให้กัน

สิ่งที่ต้องจำคือ เพดานคิดต่อผู้รับ ต่อปีภาษี และแบ่งเป็นสองอัตราตามความสัมพันธ์ ถ้าให้เกินเพดาน ส่วนเกินเสียภาษี 5% โดยผู้รับมีทางเลือกให้แยกคำนวณ 5% ต่างหาก ไม่ต้องเอาไปรวมกับเงินได้อื่นที่อาจโดนขั้นบันไดสูงกว่า

เกณฑ์ยกเว้น 20 ล้านกับ 10 ล้าน — ใครเข้าโซนไหน

เพดานยกเว้นแบ่งเป็นสองระดับตามความใกล้ชิดของความสัมพันธ์

  • 20 ล้านบาทต่อปี — สำหรับการให้ระหว่างบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส พูดง่าย ๆ คือ พ่อแม่ให้ลูก ลูกให้พ่อแม่ หรือสามีให้ภรรยา รับได้ถึง 20 ล้านต่อปีโดยไม่เสียภาษี ส่วนที่เกินเสีย 5%
  • 10 ล้านบาทต่อปี — สำหรับการให้แก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่สามกลุ่มข้างต้น เช่น พี่น้อง หลาน เพื่อน หรือแฟนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส เพดานอยู่ที่ 10 ล้านต่อปี เกินจากนั้นเสีย 5%

จุดที่คนพลาดบ่อยคือ "แฟน" ไม่เท่ากับ "คู่สมรส" — ถ้ายังไม่จดทะเบียน การให้เงินแฟนถือเป็นการให้บุคคลอื่น ใช้เพดาน 10 ล้าน ไม่ใช่ 20 ล้าน และการให้พี่น้องหรือหลานก็อยู่โซน 10 ล้านเช่นกัน หลายคนเข้าใจว่าญาติสายเลือดได้ 20 ล้านหมด ซึ่งไม่จริง — 20 ล้านสงวนไว้เฉพาะสายตรงขึ้น-ลง (พ่อแม่-ลูก) และคู่สมรสจดทะเบียนเท่านั้น

เพดานรีเซ็ตทุกปี และคิดแยกต่อผู้รับ ถ้าพ่อให้ลูกคนโต 20 ล้านปีนี้ ปีหน้าให้อีก 20 ล้านก็ยังยกเว้นได้ เพราะเพดานคิดเป็นรายปี และถ้ามีลูกสามคน แต่ละคนมีเพดาน 20 ล้านของตัวเอง ไม่ใช่หาร 20 ล้านสามคน นี่คือเหตุผลที่การทยอยให้หลายปีและกระจายให้หลายคนช่วยเลี่ยงส่วนเกิน 5% ได้อย่างถูกกฎหมาย

ตารางเกณฑ์ยกเว้นการรับให้ในหน้าเดียว

ผู้รับเพดานยกเว้น/ปีส่วนเกินเสียหมายเหตุ
ลูก (ผู้สืบสันดาน)20 ล้าน5%รวมบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย
พ่อแม่ (บุพการี)20 ล้าน5%ลูกให้พ่อแม่
คู่สมรส (จดทะเบียน)20 ล้าน5%ต้องจดทะเบียนถูกต้อง
พี่น้อง / หลาน10 ล้าน5%ถือเป็นบุคคลอื่น
แฟนที่ยังไม่จดทะเบียน10 ล้าน5%ไม่ใช่คู่สมรสตามกฎหมาย
เพื่อน / คนทั่วไป10 ล้าน5%ยกเว้นของขวัญตามประเพณี

ตัวเลขในตารางเป็นเกณฑ์หลักที่ใช้ ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง เพราะรายละเอียดและข้อยกเว้นปลีกย่อยอาจปรับตามประกาศ ทรัพย์ที่นับรวมในเพดานนี้มีทั้งเงินสด อสังหาริมทรัพย์ที่โอนกรรมสิทธิ์ และทรัพย์สินอื่นที่ตีมูลค่าได้

ภาพเทียบเพดานยกเว้นภาษีการรับให้ต่อผู้รับต่อปี (ล้านบาท) — เกินจากนี้เสีย 5%

ของขวัญโดยเสน่หาในโอกาสตามประเพณี — ช่องที่ยืดหยุ่นสุด

นอกจากเพดานหลักแล้ว กฎหมายยังยกเว้นเงินหรือทรัพย์ที่ได้รับโดยเสน่หาในโอกาสตามประเพณี เช่น ของขวัญวันแต่งงาน เงินใส่ซองงานมงคล อั่งเปาปีใหม่ หรือของขวัญวันเกิด ตราบใดที่เหมาะสมกับฐานะและเป็นไปตามธรรมเนียม ก็ไม่ต้องเอามารวมคำนวณ ช่องนี้ยืดหยุ่นแต่ก็มีขอบเขต — คำว่า "ตามประเพณี" และ "เหมาะสมกับฐานะ" เปิดให้ตีความ ถ้าอ้างว่าให้เงินสิบล้านเป็นของขวัญวันเกิดก็คงยากที่จะผ่านการตรวจสอบ

ในทางปฏิบัติ ช่องนี้เหมาะกับการให้ก้อนไม่ใหญ่ในโอกาสจริง ไม่ใช่เครื่องมือยกทรัพย์ก้อนโตแบบไร้ขีดจำกัด คนที่ตั้งใจส่งต่อทรัพย์ก้อนใหญ่ควรวางแผนผ่านเพดาน 20/10 ล้านเป็นหลัก แล้วใช้ช่องของขวัญตามประเพณีเป็นส่วนเสริมเท่านั้น

โอนเงินเข้าบัญชีก้อนโตบ่อย ๆ ระบบเห็น กฎหมาย e-Payment ให้ธนาคารส่งข้อมูลบัญชีที่มีเงินเข้าถี่หรือยอดสูงให้สรรพากรอยู่แล้ว การโอนก้อนใหญ่ให้กันโดยไม่มีเอกสารรองรับว่าเป็นการให้โดยเสน่หาหรือของขวัญตามประเพณี อาจถูกตีความว่าเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามปกติ เก็บหลักฐานความสัมพันธ์และโอกาสการให้ไว้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อยอดแตะหลักล้าน

โอนบ้าน โอนที่ดินให้ลูก ก็นับเป็นการให้

จุดที่คนลืมมากที่สุดคือ การให้ไม่ได้จำกัดแค่เงินสด — การโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรือที่ดินให้ลูกโดยไม่มีค่าตอบแทน ก็คือการให้ที่ต้องนับรวมในเพดาน 20 ล้านต่อปีเช่นกัน มูลค่าที่ใช้คำนวณอิงราคาประเมินของกรมที่ดิน ไม่ใช่ราคาที่คุณคิดเอง

ข่าวดีคือ การโอนอสังหาริมทรัพย์ให้บุตรชอบด้วยกฎหมาย (ไม่รวมบุตรบุญธรรม) มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มในชั้นค่าธรรมเนียมและภาษี ณ กรมที่ดินที่ต่างจากการขายทั่วไป แต่ต้องดูให้ครบทั้งภาพ เพราะการโอนยังมีค่าธรรมเนียมโอนและอาจมีภาษีอื่นที่กรมที่ดินเรียกเก็บวันโอน รายละเอียดฝั่งภาษีตอนโอนอสังหาฯ เราแยกไว้ใน ภาษีขายบ้าน-ที่ดิน คิดยังไง ซึ่งอธิบายทุกก้อนที่ต้องจ่ายวันโอน

วางแผนภาษีทั้งบ้านให้เป็นระบบ

ก่อนตัดสินใจยกทรัพย์หรือโอนอสังหาฯ ให้ทายาท ลองประเมินฐานภาษีของทั้งผู้ให้และผู้รับก่อน เครื่องคำนวณช่วยให้เห็นภาพเงินที่หายไปกับภาษีในแต่ละทางเลือก

คำนวณภาษีของคุณ
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ภาษีการรับให้ เพดานยกเว้น และอัตราภาษีในบทความอ้างอิงจาก กรมสรรพากร · ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง · ตรวจสอบฉบับล่าสุดได้ที่เว็บไซต์หน่วยงานโดยตรง
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

ภาษีการรับให้เก็บจากผู้รับ เฉพาะส่วนที่เกินเพดานยกเว้นต่อผู้รับต่อปี ในอัตราคงที่ 5%

2

เพดานยกเว้น 20 ล้าน/ปี สำหรับพ่อแม่-ลูก-คู่สมรสจดทะเบียน ส่วนคนอื่น (พี่น้อง หลาน แฟนไม่…

3

การโอนบ้าน-ที่ดินให้ลูกโดยไม่มีค่าตอบแทน ก็นับเป็นการให้ที่รวมในเพดาน คิดจากราคาประเมินก…

วางแผนส่งต่อทรัพย์ก่อนเสียชีวิต ให้เสียภาษีน้อยที่สุด

ภาษีการรับให้ถูกออกแบบมาคู่กับภาษีการรับมรดกอย่างจงใจ — เพื่อไม่ให้คนเลี่ยงภาษีมรดกด้วยการยกทรัพย์ทั้งหมดตอนยังมีชีวิต ดังนั้นการวางแผนส่งต่อทรัพย์ที่ดีจึงต้องมองทั้งสองภาษีพร้อมกัน หลักคิดที่ใช้ได้จริงมีไม่กี่ข้อ

  • ทยอยให้หลายปี — เพราะเพดานรีเซ็ตทุกปี การให้ปีละไม่เกินเพดานหลายปีติดกันช่วยเลี่ยงส่วนเกิน 5% ได้ทั้งก้อน
  • กระจายให้หลายคน — ลูกแต่ละคนมีเพดานของตัวเอง การให้กระจายจึงใช้เพดานได้มากกว่าการเทให้คนเดียว
  • แยกเงินสดกับอสังหาฯ — ทั้งสองนับรวมเพดานเดียวกัน วางลำดับให้ดีว่าปีไหนโอนอะไร อย่ากองทุกอย่างในปีเดียว
  • เตรียมพินัยกรรมควบคู่ — สิ่งที่ไม่ได้ยกให้ตอนมีชีวิตจะเข้าสู่กองมรดก การมีพินัยกรรมชัดเจนช่วยลดข้อพิพาทและวางภาษีมรดกได้

เรื่องการจัดการทรัพย์หลังเสียชีวิต ทั้งพินัยกรรม การแบ่งมรดก และภาษีมรดกที่เก็บจากส่วนเกิน 100 ล้าน เราเขียนไว้ครบใน พินัยกรรมและการส่งต่อมรดก ซึ่งควรอ่านคู่กับบทความนี้ เพราะการให้ตอนมีชีวิตกับการส่งต่อหลังจากไปคือสองด้านของแผนเดียวกัน

เริ่มวางแผนตอนที่ยังไม่ต้องรีบดีที่สุด การทยอยให้ปีละก้อนภายในเพดานยกเว้น ทำได้ก็ต่อเมื่อเริ่มเร็วและมีเวลาหลายปี คนที่รอจนป่วยหนักหรือใกล้จากไปมักเหลือทางเลือกน้อยและเสียภาษีมากกว่า ถ้าทรัพย์เกินหลักสิบล้านและมีทายาทหลายคน คุยกับที่ปรึกษาภาษีตั้งแต่วันนี้คุ้มค่ากว่าประหยัดค่าที่ปรึกษาแล้วเสียภาษีเป็นล้าน
ปกป้องทรัพย์ที่ตั้งใจส่งต่อ ด้วยการวางแผนที่ครบด้าน

ประกันชีวิตแบบวางแผนมรดกช่วยสร้างสภาพคล่องให้ทายาทจ่ายภาษีและค่าใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องรีบขายทรัพย์ เทียบแบบที่เหมาะกับเป้าหมายส่งต่อของคุณก่อนตัดสินใจ

เทียบประกันวางแผนมรดก
Gift Taxอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง