สรุปใน 30 วินาที
  • สิทธิลดหย่อนเกือบทั้งหมดผูกกับวันที่เกิดค่าใช้จ่ายจริง ต้องปิดให้ทันก่อน 31 ธันวาคม
  • เริ่มจากตัวเลขก่อน: รู้ฐานภาษีสูงสุด แล้วดูว่าลดหย่อนเพิ่มหมื่นบาทประหยัดได้กี่บาท (ฐาน 5% ประหยัด 500, ฐาน 30% ประหยัด 3,000)
  • ส่งคำสั่งซื้อกองทุนล่วงหน้า 2-3 วันทำการ กัน NAV ตัดข้ามปีภาษี
  • ระวังกับดัก: ซื้อกองซ้ำพอร์ต ซื้อเกินเพดานเกษียณ 500,000 (รวม PVD) และซื้อประกันสะสมทรัพย์ที่ไม่ต้องการ
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ กรมสรรพากร · สำนักงานประกันสังคม · สำนักงาน ก.ล.ต. — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังแพลตฟอร์มซื้อกองทุนหรือประกัน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด โปรดเช็คประกาศกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง

ทุกปีในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม สายด่วน บลจ. กับบริษัทประกันจะแน่นเป็นพิเศษ เพราะคนจำนวนมากเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อน แล้ววิ่งซื้อทุกอย่างในสองสามวันสุดท้าย ปัญหาคือการตัดสินใจแบบเร่งรีบทำให้คนซื้อผิดกอง ซื้อประกันเกินจำเป็น หรือจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อประหยัดภาษีเพียงเล็กน้อย บทความนี้จึงเรียงเป็นเช็กลิสต์ที่ทำตามได้ทีละขั้น เพื่อให้คุณปิดปีภาษีได้ทันโดยไม่ต้องตัดสินใจแบบตาลีตาเหลือก

ข้อมูลเพดานและมาตรการทั้งหมดอ้างอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนยื่นจริง เพราะมาตรการกระตุ้นบางตัวประกาศปีต่อปีและเงื่อนไขเปลี่ยนได้เสมอ

เช็กลิสต์นี้โฟกัสโค้งสุดท้ายก่อน 31 ธันวาคม — หากต้องการภาพรวมทั้งฤดูภาษีตั้งแต่ประเมินฐานภาษี เลือกกลุ่มลดหย่อน ไปจนถึงวันยื่นจริง อ่านคู่กับคู่มือวางแผนภาษี 2569

ทำไม 31 ธันวาคมถึงเป็นเส้นตายที่พลาดไม่ได้

หลักการง่าย ๆ คือ สิทธิลดหย่อนเกือบทั้งหมดผูกกับปีปฏิทินที่เกิดค่าใช้จ่ายจริง ไม่ใช่ปีที่คุณยื่นแบบ กองทุน SSF RMF ThaiESG ที่ซื้อภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้นจึงจะนำไปลดหย่อนของปีภาษี 2569 ที่ยื่นในต้นปี 2570 ได้ ถ้าซื้อวันที่ 2 มกราคม แม้จะห่างกันไม่กี่วัน สิทธินั้นก็ตกไปเป็นของปีภาษีถัดไปทันที

เบี้ยประกันก็เช่นกัน — ยึดวันที่ชำระเบี้ยจริงในปีนั้น เงินบริจาคยึดวันที่โอน และค่าซื้อสินค้าตามมาตรการช้อปลดหย่อนยึดวันที่ในใบกำกับภาษี ทั้งหมดนี้แปลว่าถ้าปล่อยให้ถึงสิ้นปีแล้วค่อยลงมือ คุณมีเวลาแก้ตัวเป็นศูนย์ นี่คือเหตุผลที่เช็กลิสต์นี้ควรเริ่มทำตั้งแต่ต้นไตรมาสสุดท้าย ไม่ใช่สัปดาห์คริสต์มาส

เริ่มจากตัวเลข ไม่ใช่จากโปรโมชั่น คนส่วนใหญ่เริ่มปลายปีด้วยการดูว่าโบรกเกอร์ไหนแถมอะไร ทั้งที่ควรเริ่มด้วยคำถามเดียว คือ "ปีนี้ฉันต้องเสียภาษีเท่าไหร่ และการลดหย่อนเพิ่มอีกหมื่นบาทช่วยฉันประหยัดได้กี่บาท" ตอบคำถามนี้ก่อน แล้วทุกการตัดสินใจที่เหลือจะง่ายขึ้นมาก

ขั้นที่ 0 — ประเมินภาษีที่ต้องจ่ายก่อนควักเงินซื้ออะไร

ก่อนจะซื้ออะไรทั้งนั้น คุณต้องรู้สองตัวเลข หนึ่งคือเงินได้สุทธิทั้งปีโดยประมาณ สองคือฐานภาษีสูงสุดที่ตกอยู่ เพราะเงินลดหย่อน 10,000 บาทเท่ากัน คนฐาน 5% ประหยัดภาษีได้ 500 บาท แต่คนฐาน 30% ประหยัดได้ 3,000 บาท ต่างกันหกเท่า การตัดสินใจว่าคุ้มหรือไม่คุ้มจึงขึ้นอยู่กับฐานภาษีของคุณเป็นหลัก

วิธีประเมินเร็ว ๆ คือเอารายได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่มีอยู่แล้ว (ส่วนตัว 60,000 ประกันสังคม เลี้ยงดูพ่อแม่ ฯลฯ) จะได้เงินได้สุทธิ แล้วเทียบกับขั้นบันไดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อดูว่าเงินได้ก้อนบนสุดของคุณโดนภาษีที่อัตราเท่าไหร่ ถ้าไม่อยากคำนวณมือ กรอกตัวเลขลงเครื่องคำนวณภาษีจะเห็นทั้งภาษีที่ต้องจ่ายและเงินที่ประหยัดได้ต่อทุกหมื่นบาทที่ลดหย่อนเพิ่ม

เงินภาษีที่ประหยัดได้ต่อการลดหย่อนเพิ่มทุก 10,000 บาท แยกตามฐานภาษีสูงสุดตามขั้นบันไดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา — ฐานยิ่งสูง การลดหย่อนก้อนเดียวกันยิ่งคุ้ม (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)

ฐานภาษียังไม่ถึง 10% อย่าเพิ่งรีบซื้อกองลดหย่อน ถ้าประเมินแล้วเงินได้สุทธิยังอยู่ในช่วงฐาน 5% หรือไม่ต้องเสียภาษีเลย การล็อกเงินก้อนใหญ่ไว้ใน RMF ถึงอายุ 55 ปีเพื่อประหยัดภาษีหลักร้อยบาทมักไม่คุ้ม เงินก้อนเดียวกันเอาไปลงทุนแบบมีสภาพคล่องได้ผลดีกว่า

ซื้อ SSF / RMF / ThaiESG ให้ทันวันทำการสุดท้าย

นี่คือรายการเม็ดเงินใหญ่ที่สุดของปลายปี และเป็นรายการที่มีกับดักเรื่องเวลามากที่สุด จุดที่ต้องระวังคือวันทำการสุดท้ายของ บลจ. ไม่ใช่วันที่ 31 ธันวาคมเสมอไป ถ้าสิ้นปีตรงกับวันหยุด คำสั่งซื้อที่ส่งช่วงเย็นวันทำการสุดท้ายบางกองอาจตัด NAV เป็นวันทำการถัดไป ซึ่งอาจข้ามปีภาษี ให้ซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 วันทำการเพื่อความปลอดภัย

  • RMF — ลดหย่อนไม่เกิน 30% ของเงินได้ และเมื่อรวมกับกลุ่มเกษียณอื่นต้องไม่เกิน 500,000 บาท ต้องถือถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์และลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • ThaiESG — ลดหย่อนไม่เกิน 30% ของเงินได้ สูงสุด 300,000 บาท เพดานแยกจากกลุ่มเกษียณ 500,000 เงื่อนไขถือ 5 ปีเต็มนับจากวันซื้อ สั้นกว่า RMF มาก
  • SSF — สิทธิซื้อใหม่ในช่วงมาตรการเดิมสิ้นสุดแล้ว ยอดที่เคยซื้อไว้ยังต้องถือครบ 10 ปีนับจากวันซื้อ หากมีการต่ออายุมาตรการต้องรอประกาศเป็นทางการ

ถ้าคุณยังงงว่าระหว่างสามกองนี้ควรเลือกใส่อันไหนก่อนตามช่องว่างเพดานที่เหลือ เราแยกเงื่อนไขและลำดับการซื้อไว้ละเอียดใน SSF vs RMF vs ThaiESG ซื้ออะไรก่อน ส่วนคนรายได้สูงที่ใช้เพดานกลุ่มเกษียณเต็มแล้วและอยากรีดสิทธิให้สุด อ่านต่อได้ที่ วางแผนภาษีสำหรับคนรายได้สูง

เบี้ยประกันงวดสุดท้าย บริจาค e-Donation และสิทธิช้อป

สามรายการนี้ทำได้เร็วกว่ากองทุนแต่ก็ต้องปิดให้ทันวันที่ 31 ธันวาคมเหมือนกัน

  • เบี้ยประกันงวดสุดท้าย — ถ้ามีกรมธรรม์ที่งวดชำระตกช่วงต้นปีหน้า และคุณอยากได้สิทธิลดหย่อนในปีนี้ บางบริษัทให้จ่ายล่วงหน้าได้ แต่ต้องเช็คว่าใบเสร็จออกในปีภาษีเดียวกัน รวมเบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพตัวเองแล้วไม่เกิน 100,000 บาท รายละเอียดเงื่อนไขแต่ละแบบดูที่ ลดหย่อนภาษีด้วยประกัน
  • บริจาคผ่าน e-Donation — บริจาคสถานศึกษา โรงพยาบาลรัฐ หรือหน่วยงานที่กำหนดผ่านระบบ e-Donation หักได้ 2 เท่าของยอดจริงภายใต้เพดาน 10% ของเงินได้หลังหักลดหย่อน ข้อดีคือไม่ต้องเก็บใบเสร็จเพราะข้อมูลเข้าระบบกรมสรรพากรอัตโนมัติ ดูวิธีที่ บริจาคผ่าน e-Donation และภาพรวมสิทธิที่ ลดหย่อนภาษีด้วยเงินบริจาค
  • สิทธิช้อปลดหย่อน — มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายแบบ Easy E-Receipt มักเปิดช่วงต้นปี ไม่ใช่ปลายปี แต่ควรจับตาไว้เพราะเป็นมาตรการปีต่อปี รายละเอียดล่าสุดดูที่ ช้อปลดหย่อนภาษี

ไทม์ไลน์ปลายปีแบบเดือนต่อเดือน

ช่วงเวลาสิ่งที่ต้องทำทำไมต้องทำตอนนี้
ตุลาคมประเมินเงินได้ทั้งปีและฐานภาษี รวบรวมสิทธิลดหย่อนที่มีอยู่แล้วมีเวลาเหลือพอให้ตัดสินใจแบบไม่กดดัน
พฤศจิกายนเลือกกองทุน SSF/RMF/ThaiESG และทยอยซื้อแบบ DCA แทนก้อนเดียวเฉลี่ยราคาต้นทุน ไม่ต้องลุ้นจังหวะตลาดวันเดียว
ต้นธันวาคมจ่ายเบี้ยประกันงวดสุดท้าย ตัดสินใจเรื่องประกันบำนาญใบเสร็จออกทันปีภาษี เผื่อเวลาระบบประมวลผล
กลางธันวาคมบริจาคผ่าน e-Donation ตามยอดที่วางแผนไว้ข้อมูลเข้าระบบทันก่อนปิดปี
ก่อน 31 ธันวาคม 2–3 วันทำการส่งคำสั่งซื้อกองทุนก้อนสุดท้ายให้ทัน NAV ปีนี้กันคำสั่งตัด NAV ข้ามปีภาษี
มกราคม–กุมภาพันธ์รวบรวมหนังสือรับรอง 50 ทวิ ใบเสร็จ และหลักฐานทุกใบเตรียมยื่นภายในกำหนด มี.ค.

ไทม์ไลน์อิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบวันทำการจริงของ บลจ. และประกาศกรมสรรพากรอีกครั้ง

ยังไม่รู้ว่าปีนี้ต้องเสียภาษีเท่าไหร่?

กรอกเงินได้กับลดหย่อนที่มี เครื่องคำนวณจะบอกฐานภาษีสูงสุดและเงินที่ประหยัดได้จริงต่อทุกหมื่นบาทที่ลดหย่อนเพิ่ม รู้ตัวเลขก่อนค่อยตัดสินใจซื้อ

คำนวณภาษีของคุณ
ฐานภาษีถึงแล้ว พร้อมซื้อกองทุนลดหย่อนก่อนปิดปี?

เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ เลือกซื้อ RMF และ ThaiESG จากหลาย บลจ. ในที่เดียว พร้อมระบบเก็บหลักฐานการซื้อสำหรับยื่นภาษี ตั้ง DCA ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ต้นไตรมาส

เปิดบัญชีกองทุน
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

สิทธิลดหย่อนเกือบทั้งหมดผูกกับวันที่เกิดค่าใช้จ่ายจริง ต้องปิดให้ทันก่อน 31 ธันวาคม

2

เริ่มจากตัวเลขก่อน: รู้ฐานภาษีสูงสุด แล้วดูว่าลดหย่อนเพิ่มหมื่นบาทประหยัดได้กี่บาท (ฐาน …

3

ส่งคำสั่งซื้อกองทุนล่วงหน้า 2-3 วันทำการ กัน NAV ตัดข้ามปีภาษี

กับดักซื้อกองนาทีสุดท้ายโดยไม่ดูพอร์ต

กับดักที่เจอบ่อยที่สุดของการซื้อปลายปีคือตัดสินใจด้วยเดดไลน์ ไม่ใช่ด้วยแผนการลงทุน เมื่อเหลือเวลาไม่กี่วัน คนมักเทเงินก้อนใหญ่เข้ากองแรกที่พนักงานเชียร์ โดยไม่ดูเลยว่ากองนั้นซ้ำกับสิ่งที่ถืออยู่หรือเปล่า ผลคือพอร์ตกระจุกในสินทรัพย์เดียวโดยไม่ตั้งใจ ตัวอย่างชัดที่สุดคือคนที่พอร์ตเป็นหุ้นไทยอยู่แล้ว แล้วอัด ThaiESG เต็มเพดานเพิ่มอีก กลายเป็นเดิมพันหนักบนตลาดเดียว

กับดักที่สองคือซื้อเกินเพดานโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่มี PVD หักจากเงินเดือนอยู่แล้ว ยอด PVD ทั้งปีกินเพดานกลุ่มเกษียณ 500,000 บาทไปก่อนแล้ว ถ้าเติม RMF จนเกิน ส่วนเกินไม่ได้ลดหย่อน แถมกำไรจากส่วนเกินตอนขายยังต้องเสียภาษีอีก

กับดักที่สามคือซื้อประกันสะสมทรัพย์เพื่อลดหย่อนทั้งที่ไม่ได้ต้องการความคุ้มครอง ผลตอบแทนที่แท้จริงของสะสมทรัพย์ส่วนใหญ่ต่ำ แลกกับการล็อกเงินสิบปี ถ้าเป้าหมายคือการลงทุน กองทุนให้ทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่า

ทางแก้ของทั้งสามกับดักเป็นเรื่องเดียวกัน คืออย่าให้ปลายปีเป็นครั้งแรกที่คิดเรื่องภาษี ถ้าวางแผนเป็นรายเดือนตั้งแต่ต้นปี ทยอยซื้อแบบ DCA และรู้เพดานคงเหลือของตัวเองตลอดเวลา เดือนธันวาคมจะเหลือแค่ตรวจทานว่าครบ ไม่ใช่วิ่งหาของซื้อ เราวางกรอบการวางแผนภาษีทั้งปีไว้ใน วางแผนภาษีทั้งปี ไม่รอโค้งสุดท้าย ซึ่งควรอ่านคู่กับเช็กลิสต์นี้

ก่อนปิดปี ตรวจสามอย่างนี้ หนึ่ง คำสั่งซื้อกองทุนขึ้นสถานะสำเร็จและ NAV ตัดในปีนี้แล้ว สอง ใบเสร็จเบี้ยประกันและยอดบริจาคออกในปีภาษีเดียวกัน สาม รวมยอดกลุ่มเกษียณทั้งหมด (PVD + RMF + ประกันบำนาญ + กอช.) ไม่เกิน 500,000 บาท ถ้าครบสามข้อ ต้นปีหน้าคุณแค่รวบรวมเอกสารแล้วยื่นได้เลย
ภาษี · ตามฤดูกาลอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง