- ภาษีเป็นอัตราก้าวหน้า 5/10/15/20/25/30/35% ทุกบาทที่ลดหย่อนจึงประหยัดเท่ากับอัตราขั้นสูงสุดของคุณ — คนฐาน 35% ได้คืนมากกว่าคนฐาน 10% ถึง 3.5 เท่า
- ลำดับที่ 1 กลุ่มเกษียณเพดานรวม 500,000 (RMF/PVD/บำนาญ/กอช.) แล้วต่อด้วย ThaiESG อีก 300,000 ที่แยกเพดานและถือครองแค่ 5 ปี
- ลำดับ 2 ประกันชีวิต+สุขภาพ (รวมไม่เกิน 100,000) และดอกบ้าน 100,000 — ลำดับ 3 บริจาค e-Donation หัก 2 เท่า
- ชนเพดานส่วนบุคคลแล้วจึงกระจายเงินได้ในครอบครัว/นิติบุคคล — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง
คนรายได้สูงมักถูกขายลดหย่อนแบบสุ่มสี่สุ่มห้า — พนักงานขายเสนอกองทุนก้อนใหญ่ ประกันสะสมทรัพย์ค่าเบี้ยแพง โดยไม่มีใครถามก่อนว่าฐานภาษีสูงสุดของคุณอยู่ตรงไหน และควรใช้สิทธิเรียงลำดับยังไง ปัญหาคือคนรายได้สูงคือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากลดหย่อนมากที่สุด แต่ก็เป็นกลุ่มที่เสียโอกาสมากที่สุดถ้าจัดลำดับผิด บทความนี้วางกลยุทธ์เป็นลำดับชั้น ให้คุณดึงทุกบาทที่เพดานยอมให้ โดยไม่จ่ายเงินเกินความจำเป็น
ตัวเลขเพดานทั้งหมดอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง เพราะมาตรการบางรายการต่ออายุปีต่อปีและเปลี่ยนเงื่อนไขได้
ทำไมคนฐาน 25-35% ประหยัดได้มากกว่าคนอื่น
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไทยเป็นอัตราก้าวหน้า ยิ่งเงินได้สุทธิสูงยิ่งเข้าขั้นบันไดที่อัตราสูงขึ้น ไล่ตั้งแต่ยกเว้น 5% 10% 15% 20% 25% 30% ไปจนถึง 35% ในขั้นบนสุด หัวใจของการวางแผนคือเงินลดหย่อนทุกบาทประหยัดภาษีเท่ากับอัตราขั้นสูงสุดของคุณ
- คนฐาน 10% ลดหย่อน 10,000 บาท ประหยัดภาษี 1,000 บาท
- คนฐาน 25% ลดหย่อน 10,000 บาท ประหยัด 2,500 บาท
- คนฐาน 35% ลดหย่อน 10,000 บาท ประหยัดถึง 3,500 บาท
นี่คือเหตุผลที่คนฐานภาษีสูงควรเติมสิทธิลดหย่อนที่ "จ่ายเงินซื้อ" ให้เต็มก่อน เพราะทุกบาทได้คืนกลับมาในอัตราสูง สิ่งแรกที่ต้องรู้คือฐานภาษีสูงสุดของตัวเอง กรอกตัวเลขได้ที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ก่อนวางแผนต่อ
ลำดับที่ 1 — กลุ่มเกษียณ เพดานรวม 500,000
กลุ่มนี้ต้องมาก่อนเพราะเป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่สุดและเปลี่ยนเงินภาษีให้กลายเป็นเงินออมของตัวเอง แทนที่จะจ่ายทิ้งให้รัฐ ทุกรายการในกลุ่มนี้รวมกันไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ประกอบด้วย RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)/กบข., ประกันชีวิตแบบบำนาญ (ไม่เกิน 200,000) และ กอช. (ส่วน SSF สิ้นสุดสิทธิซื้อเพื่อลดหย่อนไปตั้งแต่ปีภาษี 2567 — ยอดเดิมที่ถืออยู่ยังต้องถือครบ 10 ปีตามเงื่อนไข)
- RMF — ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท คนรายได้สูงมักชนเพดานได้ง่าย
- PVD — ส่วนที่ถูกหักจากเงินเดือนกินเพดาน 500,000 นี้ไปแล้ว ต้องเอามาหักก่อนคำนวณช่องว่างของ RMF
- ประกันชีวิตแบบบำนาญ — ไม่เกิน 15% ของเงินได้และไม่เกิน 200,000 บาท นับรวมในเพดาน 500,000
กลยุทธ์คือเอา 500,000 ตั้ง หัก PVD ทั้งปีที่ถูกหักอยู่แล้ว หักเบี้ยบำนาญและ กอช. เหลือเท่าไหร่คือช่องว่างที่เติม RMF ได้ วิธีเลือกระหว่างกองทุนแต่ละตัวเราเทียบไว้ที่ SSF vs RMF vs ThaiESG ซื้ออะไรก่อน
ลำดับที่ 2 — ประกันชีวิต สุขภาพ และดอกบ้าน
กลุ่มนี้มาลำดับสองเพราะหลายรายการคุณมีเหตุผลต้องจ่ายอยู่แล้วโดยไม่เกี่ยวกับภาษี การลดหย่อนเป็นของแถม
- เบี้ยประกันชีวิต ไม่เกิน 100,000 บาท — คุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
- เบี้ยประกันสุขภาพตัวเอง ไม่เกิน 25,000 บาท — รวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ไม่เกิน 15,000 บาท — พ่อแม่มีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000
- ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท — เฉพาะดอกเบี้ย กู้ร่วมหารเฉลี่ย
สำหรับคนฐานสูง ประกันสุขภาพเบี้ยแพงเป็นการใช้สิทธิที่ฉลาด เพราะได้ทั้งความคุ้มครองค่ารักษาที่คุณต้องใช้จริงและได้ลดหย่อนคืนในอัตราสูง แต่อย่าซื้อประกันสะสมทรัพย์เพียงเพราะอยากลดหย่อน — ผลตอบแทนต่ำและล็อกเงินนาน ถ้าเป้าหมายคือความคุ้มครอง ประกันชีวิตแบบเทอมให้ทุนสูงกว่าในเบี้ยเท่ากัน เทียบได้ที่ ประกันชีวิตแบบเทอมกับตลอดชีพ และคำนวณดอกบ้านที่ลดหย่อนได้ที่ เครื่องคำนวณผ่อนบ้าน
ลำดับที่ 3 — บริจาค 2 เท่า
เงินบริจาคเป็นเครื่องมือปลายทางที่ใช้ปรับจูนภาษีให้พอดี
- บริจาคการศึกษา โรงพยาบาลรัฐ หรือหน่วยงานที่กำหนดผ่านระบบ e-Donation — หักได้ 2 เท่าของยอดจริง ภายใต้เพดานไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนอื่น
- บริจาคทั่วไป — หักตามจริง ไม่เกิน 10% เพดานเดียวกัน
ถ้าคุณตั้งใจบริจาคอยู่แล้ว เลือกช่องทางที่หักได้ 2 เท่าและใช้ e-Donation เสมอ เงินเท่ากันแต่สิทธิภาษีคูณสอง สำหรับคนฐาน 35% การบริจาค e-Donation 10,000 บาท ลดหย่อนได้ 20,000 บาท ประหยัดภาษี 7,000 บาท เท่ากับต้นทุนบริจาคจริงเหลือเพียง 3,000 บาท
กระจายเงินได้ในครอบครัวและนิติบุคคล
เมื่อชนเพดานลดหย่อนส่วนบุคคลหมดแล้ว กลยุทธ์ขั้นถัดไปของคนรายได้สูงคือกระจายฐานเงินได้ ไม่ให้กระจุกที่คนเดียวเพราะอัตราก้าวหน้าลงโทษการกระจุกตัว
- กระจายในครอบครัว — คู่สมรสยื่นแยกในเงินได้บางประเภททำได้ตามกฎหมาย ทำให้เงินได้แต่ละคนอยู่ในขั้นบันไดที่ต่ำลง แต่ต้องดูเงื่อนไขประเภทเงินได้ให้ถูก อ่านเพิ่มที่ คนมีหลายแหล่งรายได้ยื่นภาษียังไง
- ตั้งนิติบุคคล — ผู้มีรายได้จากธุรกิจหรือฟรีแลนซ์ก้อนใหญ่ อาจได้ประโยชน์จากการทำในรูปบริษัท เพราะอัตราภาษีนิติบุคคลและ SME มีเพดานที่แตกต่างจากบุคคลธรรมดา รายละเอียดและจุดคุ้มทุนอยู่ที่ ภาษีนิติบุคคล SME
ข้อควรระวังคือการกระจายเงินได้ต้องมีเหตุผลทางธุรกิจจริงและทำถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่การย้ายเงินบนกระดาษเพื่อเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ภาษีเป็นอัตราก้าวหน้า 5/10/15/20/25/30/35% ทุกบาทที่ลดหย่อนจึงประหยัดเท่ากับอัตราขั้นสูง…
ลำดับที่ 1 กลุ่มเกษียณเพดานรวม 500,000 (RMF/PVD/บำนาญ/กอช.) แล้วต่อด้วย ThaiESG อีก …
ลำดับ 2 ประกันชีวิต+สุขภาพ (รวมไม่เกิน 100,000) และดอกบ้าน 100,000 — ลำดับ 3 บริจาค e-Do…
ตารางภาษีที่ประหยัดได้จริง
สมมติผู้มีเงินได้สุทธิที่ทำให้ฐานภาษีขั้นสูงสุดอยู่ที่ 30% เปรียบเทียบเงินภาษีที่ประหยัดได้จากการเติมสิทธิแต่ละกลุ่ม
| รายการที่ใช้เต็มสิทธิ | เงินที่จ่าย (บาท) | ประหยัดภาษี @30% |
|---|---|---|
| RMF + PVD + บำนาญ (เพดานรวม) | 500,000 | 150,000 |
| ThaiESG (เพดานแยก) | 300,000 | 90,000 |
| ประกันชีวิต + สุขภาพ | 100,000 | 30,000 |
| ดอกเบี้ยบ้าน | 100,000 | 30,000 |
| บริจาค e-Donation 2 เท่า | 10,000 | 6,000 |
| รวมสิทธิเต็มเพดาน | 1,010,000 | ~306,000 |
ตัวเลขเป็นการประมาณเพื่อการอธิบายที่ฐานภาษีสูงสุด 30% ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง เงินที่จ่ายบางส่วน (RMF/ThaiESG) เป็นการลงทุนที่ยังเป็นทรัพย์สินของคุณ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายสูญเปล่า
ภาพเทียบเงินภาษีที่ประหยัดได้จากการเติมสิทธิแต่ละกลุ่มเต็มเพดาน ที่ฐานภาษีสูงสุด 30% (บาท)
จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ เงินที่ "จ่าย" ในกลุ่มกองทุนไม่ได้หายไป มันคือเงินลงทุนที่ยังเป็นของคุณ พร้อมได้ส่วนลดภาษีเป็นโบนัส ต่างจากประกันและบริจาคที่เป็นค่าใช้จ่ายจริง ดังนั้นสำหรับคนรายได้สูงที่มีสภาพคล่อง การเติมกองทุนลดหย่อนให้เต็มเพดานคือการตัดสินใจที่แทบไม่มีข้อเสียในเชิงภาษี ตราบใดที่คุณรับเงื่อนไขการถือครองได้
กรอกเงินได้และลดหย่อนที่มีอยู่ เครื่องคำนวณจะบอกฐานภาษีสูงสุดและเงินที่ประหยัดได้จริงต่อทุกหมื่นบาทที่เติมเพิ่ม
เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ เลือกซื้อ RMF และ ThaiESG จากหลาย บลจ. ในที่เดียว พร้อมระบบเก็บหลักฐานการซื้อสำหรับยื่นภาษี