- เงินได้ทุกทางต้องรวมยื่น ภ.ง.ด.90 ฉบับเดียวและคำนวณตามอัตราก้าวหน้า — พอมีรายได้นอกเงินเดือน แบบเปลี่ยนจาก 91 เป็น 90 อัตโนมัติ
- เงินได้ 40(1) เงินเดือนกับ 40(2) ฟรีแลนซ์ ใช้เพดานหักค่าใช้จ่ายร่วมกันก้อนเดียว 100,000 บาท — เงินเดือนสูงกินเพดานหมด รายได้เสริมแทบไม่เหลือให้หัก
- หัก ณ ที่จ่ายเป็นแค่เงินมัดจำ ฟรีแลนซ์โดน 3% ต่ำกว่าฐานภาษีส่วนเพิ่มจริง (10–20%) เกือบเสมอ จึงต้องจ่ายเพิ่มปลายปี
- กันเงิน 10–15% ทุกก้อนที่รับเข้าบัญชีแยก ป้องกันบิลก้อนโตเดือนมีนาคม
- กติกาข้อเดียวที่ต้องจำ: เงินได้ทุกทางรวมใน ภ.ง.ด.90 ฉบับเดียว
- เงินได้ 8 ประเภท หักค่าใช้จ่ายคนละสูตร — และกับดักเพดานรวม
- หัก ณ ที่จ่ายคือเงินมัดจำ ไม่ใช่ใบเสร็จปิดบัญชี
- เคสตัวอย่าง: เงินเดือน 40,000 + ฟรีแลนซ์ 200,000 ต่อปี
- งานประจำสองที่ — ทำไมสิ้นปีโดนตามเก็บ และแก้ยังไง
- ปันผล: เลือก Final Tax หรือยื่นรวม — สิทธิที่ต้องคิดใหม่ทุกปี
คนทำงานยุคนี้แทบไม่มีใครมีรายได้ทางเดียว เงินเดือนเป็นฐาน งานฟรีแลนซ์เสริมเข้ามาเสาร์อาทิตย์ ปันผลหุ้นหยอดเข้าบัญชีปีละสองรอบ — ฟังดูเป็นชีวิตการเงินที่แข็งแรงดี จนกระทั่งถึงเดือนมีนาคมปีถัดไป แล้วระบบ E-filing แจ้งว่าต้อง "ชำระเพิ่ม" อีกหลักหมื่น ทั้งที่ทุกก้อนก็ถูกหักภาษีไปแล้วระหว่างปี ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใครโกงใคร แต่อยู่ที่มุมมองไม่ตรงกัน: กรมสรรพากรมองรายได้ของคุณเป็นภาพรวมภาพเดียว ขณะที่คนจ่ายเงินให้คุณแต่ละเจ้าเห็นแค่ก้อนของตัวเอง ภาษีที่ถูกหักระหว่างปีจึงต่ำกว่าความจริงเกือบเสมอ บทความนี้จะไล่ให้ดูว่าช่องว่างนั้นเกิดตรงไหน และอุดยังไงก่อนที่มันจะกลายเป็นบิลก้อนโตปลายปี
กติกาข้อเดียวที่ต้องจำ: เงินได้ทุกทางรวมใน ภ.ง.ด.90 ฉบับเดียว
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่ารายได้แต่ละทาง "แยกยื่นแยกจบ" — เงินเดือนบริษัทจัดการให้แล้ว ฟรีแลนซ์โดนหัก 3% แล้ว ปันผลโดนหัก 10% แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องทำอะไรต่อ ความจริงคือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยเป็นระบบรวมคำนวณ เงินได้ทุกประเภทของทั้งปี (ยกเว้นบางก้อนที่กฎหมายให้เลือกจบด้วยภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ เช่น ปันผลและดอกเบี้ย) ต้องมารวมกันในแบบเดียว แล้วคำนวณภาษีจากยอดรวมตามอัตราก้าวหน้า
และทันทีที่คุณมีเงินได้ประเภทอื่นนอกจากเงินเดือน แบบที่ต้องใช้จะเปลี่ยนจาก ภ.ง.ด.91 (เงินเดือนอย่างเดียว) เป็น ภ.ง.ด.90 โดยอัตโนมัติ — จุดนี้พลาดกันเยอะกว่าที่คิด เพราะหลายคนยื่น 91 ตามความเคยชินแล้วไม่กรอกรายได้ฟรีแลนซ์เลย ซึ่งไม่ใช่แค่กรอกผิดแบบ แต่คือการยื่นแบบแสดงรายการไม่ครบ ถ้าถูกตรวจพบทีหลังจะมีทั้งภาษีย้อนหลัง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามมา อย่าลืมว่าฝั่งคนจ่ายเงินให้คุณส่งข้อมูลการหัก ณ ที่จ่ายให้สรรพากรอยู่แล้วทุกก้อน ระบบเห็นรายได้ของคุณก่อนที่คุณจะกดยื่นเสียอีก
เงินได้ 8 ประเภท หักค่าใช้จ่ายคนละสูตร — และกับดักเพดานรวม
ประมวลรัษฎากรแบ่งเงินได้เป็น 8 ประเภทตามมาตรา 40(1) ถึง 40(8) เหตุผลที่ต้องแยกไม่ใช่เพื่อความสวยงามทางกฎหมาย แต่เพราะแต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน เงินก้อนเดียวกันถ้าจัดประเภทต่างกัน ภาษีต่างกันได้เป็นหมื่น ตารางนี้สรุปเฉพาะประเภทที่คนมีรายได้หลายทางเจอบ่อย
| ประเภทเงินได้ | ตัวอย่าง | หักค่าใช้จ่ายได้ |
|---|---|---|
| 40(1) เงินเดือน ค่าจ้าง | งานประจำ โบนัส | เหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท |
| 40(2) รับจ้างทั่วไป | ฟรีแลนซ์ ค่าคอมมิชชัน งานรับจ้างเป็นครั้งคราว | เหมา 50% รวมเพดานเดียวกับ 40(1) ไม่เกิน 100,000 บาท |
| 40(4) ดอกเบี้ย ปันผล คริปโต | ปันผลหุ้น ดอกเบี้ยหุ้นกู้ กำไรสินทรัพย์ดิจิทัล | หักค่าใช้จ่ายไม่ได้ |
| 40(6) วิชาชีพอิสระ | แพทย์ ทนาย บัญชี สถาปนิก | เหมา 30% (แพทย์ประกอบโรคศิลปะ 60%) หรือตามจริง |
| 40(8) ธุรกิจ พาณิชย์ อื่น ๆ | ขายของออนไลน์ ค่าเช่าบางกรณี รายได้อื่น | เหมา 60% (เฉพาะกิจการที่กฎหมายกำหนด) หรือตามจริง |
หัก ณ ที่จ่ายคือเงินมัดจำ ไม่ใช่ใบเสร็จปิดบัญชี
ทุกครั้งที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้คิดแบบนี้: นั่นคือเงินมัดจำที่จ่ายล่วงหน้าเข้าบัญชีภาษีของคุณ ไม่ใช่การจ่ายภาษีจบเป็นรายก้อน ฟรีแลนซ์ถูกหัก 3% เงินเดือนถูกหักตามการประมาณของนายจ้าง ปันผลถูกหัก 10% — ตอนสิ้นปีทั้งหมดนี้จะถูกนำมาเครดิตหักออกจากภาษีจริงที่คำนวณจากรายได้รวม ถ้าจ่ายมัดจำไว้มากกว่าภาษีจริง ได้เงินคืน ถ้าน้อยกว่า ต้องจ่ายเพิ่ม ง่าย ๆ แค่นั้น
ปัญหาคืออัตราหัก ณ ที่จ่ายแต่ละประเภทถูกออกแบบมาแบบเหมารวม ไม่รู้จักฐานภาษีจริงของคุณ — 3% ของงานฟรีแลนซ์ต่ำกว่าฐานภาษีส่วนเพิ่มของมนุษย์เงินเดือนทั่วไป (10–20%) เกือบทุกกรณี ยิ่งรายได้เสริมโต ช่องว่างยิ่งถ่าง สิ่งที่ต้องทำมีสองอย่าง อย่างแรกคือเก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ทุกใบ จากทุกผู้ว่าจ้าง เพราะทุกใบคือเงินมัดจำที่ขอเครดิตคืนได้ หายหนึ่งใบเท่ากับทิ้งเงินหลักร้อยถึงหลักพัน อย่างที่สองคือรู้ล่วงหน้าว่าช่องว่างของตัวเองกว้างแค่ไหน ซึ่งเคสถัดไปจะกางให้ดูทีละบรรทัด
กรอกเงินเดือน รายได้เสริม และลดหย่อนในเครื่องคำนวณภาษีของเรา จะเห็นทั้งภาษีรวมทั้งปี ฐานภาษีสูงสุด และส่วนต่างจากที่ถูกหักไว้แล้ว — ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที
เคสตัวอย่าง: เงินเดือน 40,000 + ฟรีแลนซ์ 200,000 ต่อปี
สมมติพนักงานประจำเงินเดือน 40,000 บาท (ปีละ 480,000) รับงานฟรีแลนซ์เข้ามาอีกราว 200,000 บาทต่อปี ถูกผู้ว่าจ้างหัก ณ ที่จ่าย 3% ครบทุกงาน ใช้ลดหย่อนพื้นฐานคือส่วนตัว 60,000 กับประกันสังคมราว 9,000 บาท (เพดานปีภาษี 2568; ปีภาษี 2569 สูงสุด 10,500) ไม่มีลดหย่อนอื่น ตัวเลขจะออกมาแบบนี้
| ขั้นตอน | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| เงินได้รวมทั้งปี (480,000 + 200,000) | 680,000 |
| หักค่าใช้จ่าย 40(1)+(2) เหมา 50% แต่ชนเพดานรวม | −100,000 |
| หักลดหย่อนส่วนตัว + ประกันสังคม | −69,000 |
| เงินได้สุทธิ | 511,000 |
| ภาษีตามอัตราก้าวหน้า (ขั้น 5% + 10% + แตะขั้น 15%) | ~29,000 |
| หัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนทั้งปี (นายจ้างคิดจากเงินเดือนอย่างเดียว) | ~8,600 |
| หัก ณ ที่จ่ายฟรีแลนซ์ 3% ของ 200,000 | 6,000 |
| ต้องชำระเพิ่มตอนยื่นแบบ | ~14,000–15,000 |
สังเกตว่าเงินฟรีแลนซ์ 200,000 บาทก้อนนี้สร้างภาษีเพิ่มราว 20,000 บาท แต่ถูกหักไว้แค่ 6,000 — เพราะมันเข้ามากองบนเงินเดือนที่กินขั้น 10% ไปแล้ว แถมไม่มีค่าใช้จ่ายเหลือให้หักตามที่อธิบายไว้ ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณจากโครงสร้างอัตราภาษี ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนยื่นจริง แต่ทิศทางชัดเจน: รายได้เสริมของคนมีเงินเดือนโดนภาษีที่อัตราส่วนเพิ่ม ไม่ใช่อัตราเฉลี่ย
ภาพเทียบเงินฟรีแลนซ์ 200,000 บาท: ภาษีจริงที่ก้อนนี้สร้าง เทียบกับที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ 3%
งานประจำสองที่ — ทำไมสิ้นปีโดนตามเก็บ และแก้ยังไง
เคสที่โดนบิลปลายปีแรงกว่าฟรีแลนซ์เสียอีกคือคนมีงานประจำสองแห่งพร้อมกัน กลไกที่ทำร้ายคุณคือการหักภาษีตาม ภ.ง.ด.1 ของนายจ้างแต่ละราย: ต่างฝ่ายต่างคำนวณเสมือนตัวเองเป็นนายจ้างเดียวของคุณ ทั้งคู่หักค่าใช้จ่ายให้เต็มเพดาน ใส่ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 ให้ซ้ำ และเริ่มนับอัตราก้าวหน้าจากขั้นต่ำสุดใหม่ทั้งคู่ ผลคือเงินเดือนสองก้อนที่รวมกันแล้วควรโดนขั้น 15–20% กลับถูกหักเสมือนเป็นคนรายได้น้อยสองคน พอถึงปลายปียอดที่ขาดทั้งหมดมาโผล่ในบรรทัด "ชำระเพิ่ม" พร้อมกันทีเดียว
ทางแก้มีสามระดับ ระดับแรก แจ้งฝ่ายบุคคลของที่ทำงานแห่งที่สองว่าคุณมีเงินได้จากนายจ้างอื่น ขอให้ไม่นำลดหย่อนส่วนตัวและค่าใช้จ่ายมาคิดซ้ำในการคำนวณหัก ณ ที่จ่าย ระดับที่สอง นายจ้างหลายแห่งมีแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ให้หักภาษีเพิ่มจากที่คำนวณได้ — ระบุจำนวนเพิ่มต่อเดือนให้ใกล้เคียงส่วนที่ขาด วิธีนี้เท่ากับเกลี่ยบิลปลายปีออกเป็น 12 งวดโดยอัตโนมัติ ระดับที่สาม ถ้าไม่อยากยุ่งกับ HR เลย ใช้วิธีกันเงินเองตามสัดส่วนข้างต้น แล้วยอมรับว่าปลายปีต้องจ่ายก้อนเดียว ข้อสำคัญคือต้องเลือกสักทาง เพราะการไม่ทำอะไรเลยคือการเลือกเจอบิลก้อนโตแบบไม่ได้เตรียมตัว
เงินได้ทุกทางต้องรวมยื่น ภ.ง.ด.90 ฉบับเดียวและคำนวณตามอัตราก้าวหน้า — พอมีรายได้นอกเงินเ…
เงินได้ 40(1) เงินเดือนกับ 40(2) ฟรีแลนซ์ ใช้เพดานหักค่าใช้จ่ายร่วมกันก้อนเดียว 100,000 …
หัก ณ ที่จ่ายเป็นแค่เงินมัดจำ ฟรีแลนซ์โดน 3% ต่ำกว่าฐานภาษีส่วนเพิ่มจริง (10–20%) เกือบเ…
ปันผล: เลือก Final Tax หรือยื่นรวม — สิทธิที่ต้องคิดใหม่ทุกปี
ปันผลหุ้นไทยเป็นเงินได้ประเภทเดียวในสามทางของเราที่กฎหมายให้เลือกได้: ยอมให้หัก 10% ณ ที่จ่ายแล้วจบ (Final Tax) ไม่ต้องนำมารวมคำนวณ หรือเลือกนำมายื่นรวมทั้งหมดเพื่อขอเครดิตภาษีเงินปันผล ทางเลือกไหนคุ้มขึ้นกับฐานภาษีรวมของคุณ — และนี่คือจุดที่คนรายได้หลายทางต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะฐานภาษีของคุณสูงกว่าที่รู้สึก เงินเดือนบวกฟรีแลนซ์อาจดันคุณขึ้นไปแตะขั้น 15–20% แล้ว ซึ่งการยื่นรวมปันผลยังพอคุ้มอยู่ แต่ถ้ารายได้รวมพาคุณเข้าโซน 25% ขึ้นไป การยื่นรวมอาจกลายเป็นจ่ายเพิ่มแทนที่จะได้คืน
กติกาเหล็กที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ: เลือกยื่นรวมแล้วต้องรวมปันผลทุกก้อนทั้งปี เลือกหยิบเฉพาะตัวที่ได้เครดิตเยอะไม่ได้ และคำตอบของปีที่แล้วใช้ซ้ำปีนี้ไม่ได้ เพราะรายได้ฟรีแลนซ์ที่โตขึ้นก้อนเดียวก็เปลี่ยนฐานภาษีจนพลิกผลลัพธ์ได้ วิธีคำนวณแบบละเอียดพร้อมสูตร gross-up และโซนฐานภาษีที่ยิ่งขอยิ่งจ่ายเพิ่ม เราเขียนแยกไว้ในเครดิตภาษีปันผล — เงินคืนที่นักลงทุนหุ้นไทยครึ่งประเทศลืมขอ อ่านคู่กับบทความนี้แล้วภาพจะครบ
สรุปแบบไม่อ้อม: รายได้หลายทางคือเรื่องดี แต่มันมาพร้อมหน้าที่ที่งานประจำเคยทำแทนให้ทั้งหมด — รวมเงินได้เอง เก็บเอกสารเอง และเตรียมเงินส่วนต่างเอง คนที่จัดระบบตั้งแต่เดือนแรกของปีจะรู้สึกว่าภาษีเป็นแค่งานธุรการ ส่วนคนที่รอให้ E-filing บอกคำตอบในเดือนมีนาคม จะรู้สึกว่ามันคือการโดนปล้นทุกปี ทั้งที่ตัวเลขเท่ากันเป๊ะ เริ่มจากรู้ฐานภาษีตัวเองวันนี้ แล้ววางแผนลดหย่อนล่วงหน้าตามปฏิทินภาษีทั้งปีของเรา
ทุก 10,000 บาทที่ซื้อกองทุนลดหย่อนที่ฐานภาษี 15–20% คือเงินคืนราว 1,500–2,000 บาทแบบไม่ต้องลุ้นตลาด เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันทำการ และตั้งซื้ออัตโนมัติรายเดือนได้เลย