สรุปใน 30 วินาที
  • ดอกเบี้ยกู้ซื้อ/สร้าง/ต่อเติมบ้านที่มีจำนอง หักลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • กู้ร่วมไม่ได้คนละ 100,000 — เพดานยึดที่ตัวบ้าน 100,000 ต่อหลัง แล้วหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้
  • มีบ้านผ่อนหลายหลัง สิทธิของทุกหลังรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่หลังละก้อน
  • รีไฟแนนซ์ยังใช้สิทธิต่อได้ถ้าเป็นการชำระหนี้บ้านเดิม แต่ส่วนวงเงินเพิ่ม (top-up) ไม่เข้าสิทธิ
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผลิตภัณฑ์การเงิน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดเช็คประกาศกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง

ดอกเบี้ยบ้านเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่คนผ่อนบ้านจ่ายทุกเดือนอยู่แล้ว ข่าวดีคือส่วนหนึ่งเอามาลดหย่อนภาษีได้ — สูงสุด 100,000 บาทต่อปี แต่หลายคนใช้สิทธินี้ไม่เต็มหรือกรอกผิด โดยเฉพาะบ้านที่กู้ร่วมกัน เพราะเข้าใจว่าคนละ 100,000 บาททั้งที่จริงเพดานรวมต่อหลังยังคงที่ บทความนี้ไล่ตั้งแต่ใครใช้สิทธิได้ วิธีแบ่งเมื่อกู้ร่วม ไปจนถึงเอกสารและกรณีรีไฟแนนซ์ที่คนกลัวว่าจะเสียสิทธิ

ใครใช้สิทธิได้ — และดอกเบี้ยแบบไหนที่นับ

สิทธิลดหย่อนนี้ครอบคลุมดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อ สร้าง หรือต่อเติมที่อยู่อาศัย โดยต้องเป็นเงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีการจำนองอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นหลักประกัน พูดง่าย ๆ คือต้องเป็นสินเชื่อบ้านที่เอาบ้านค้ำ ไม่ใช่สินเชื่อส่วนบุคคลที่เอาไปซื้อบ้าน เงื่อนไขหลักที่ต้องเข้าครบ

  • เป็นดอกเบี้ย ไม่ใช่เงินต้น — ส่วนที่ผ่อนไปเป็นเงินต้นใช้สิทธิไม่ได้ นับเฉพาะดอกเบี้ยที่จ่ายจริงในปีนั้น
  • กู้เพื่อที่อยู่อาศัยของตัวเอง เช่น บ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ ที่ใช้อยู่จริง
  • มีการจดจำนองอสังหาฯ นั้นกับผู้ให้กู้เป็นหลักประกัน
  • ผู้กู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิในที่อยู่อาศัยนั้น

สินเชื่อที่ต่อเติมหรือซ่อมบ้านก็เข้าเงื่อนไขได้ถ้าเป็นสินเชื่อที่มีการจำนอง แต่บัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่เอาไปรีโนเวตบ้านโดยไม่มีการจำนอง ใช้สิทธินี้ไม่ได้

หักได้เท่าไหร่ — ตามจ่ายจริงไม่เกิน 100,000

หลักคำนวณตรงไปตรงมา: หักได้ตามดอกเบี้ยที่จ่ายจริงในปีภาษีนั้น แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ถ้าปีนั้นจ่ายดอกเบี้ยไป 80,000 บาท ก็หักได้ 80,000 ถ้าจ่าย 130,000 บาท ก็หักได้เพดาน 100,000 ส่วนที่เกินหายไปเฉย ๆ ใช้ต่อปีหน้าไม่ได้

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ลดหย่อน 100,000 ไม่ได้แปลว่าได้เงินคืน 100,000 — มันไปลดเงินได้สุทธิก่อนคำนวณภาษี เงินที่ประหยัดจริงขึ้นกับฐานภาษีของคุณ คนฐาน 10% ประหยัดจริงราว 10,000 บาท คนฐาน 20% ประหยัดราว 20,000 บาท และในช่วงต้นของการผ่อนบ้าน ค่างวดส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ย จึงมักชนเพดาน 100,000 ได้ไม่ยาก ยิ่งผ่อนไปนานสัดส่วนดอกเบี้ยยิ่งลด

ช่วงต้นของการผ่อน คือช่วงที่สิทธินี้คุ้มที่สุด ตารางผ่อนบ้านออกแบบให้ปีแรก ๆ ดอกเบี้ยกินสัดส่วนใหญ่ของค่างวด บ้านที่กู้หลักล้านต้น ๆ ปีแรกดอกเบี้ยมักเกิน 100,000 บาททันที ทำให้ได้ใช้เพดานเต็มตั้งแต่ปีแรก อยากเห็นว่าปีไหนจ่ายดอกเบี้ยเท่าไหร่ ลองกาง ตารางผ่อนบ้าน ดูงวดต่องวดได้เลย

กู้ร่วมแบ่งยังไง — เพดานรวมยังคง 100,000 ต่อหลัง

นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด กู้ร่วมกันสองคนไม่ได้แปลว่าหักได้คนละ 100,000 รวม 200,000 — เพดานยึดที่ตัวบ้าน 100,000 บาทต่อหลัง แล้วนำมาหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ร่วม

จำนวนผู้กู้สิทธิต่อคน/ปีรวมทั้งหลังหมายเหตุ
กู้คนเดียว100,000100,000รับสิทธิเต็มเพดาน
กู้ร่วม 2 คน50,000100,000100,000 หาร 2 เท่ากันตามหัว
กู้ร่วม 3 คน~33,333100,000100,000 หาร 3

ภาพเทียบสิทธิลดหย่อนต่อคนต่อปี — ยิ่งมีผู้กู้ร่วมมาก สิทธิต่อหัวยิ่งลด แต่รวมทั้งหลังยังเท่าเดิม 100,000 บาท

การหารเฉลี่ยนี้เป็นไปตามจำนวนหัวผู้กู้ ไม่ใช่ตามสัดส่วนที่แต่ละคนผ่อนจริง แม้ในทางปฏิบัติฝ่ายหนึ่งจะจ่ายค่างวดมากกว่า ในทางภาษีก็ยังหารเท่ากันตามจำนวนคน ผลที่ตามมาซึ่งควรวางแผนคือ ถ้าผู้กู้ร่วมคนหนึ่งฐานภาษีต่ำหรือไม่มีเงินได้ถึงขั้นเสียภาษี สิทธิ 50,000 ของคนนั้นก็แทบไม่มีค่าในทางภาษี บ้านหลายหลังจึงเลือกให้คนฐานภาษีสูงเป็นผู้กู้คนเดียวเพื่อรับสิทธิเต็ม 100,000 หากคุณสมบัติสินเชื่อเอื้อ

กู้ร่วมเพื่อผ่านสินเชื่อ แต่เสียสิทธิลดหย่อนไปครึ่ง หลายคู่กู้ร่วมเพราะรายได้คนเดียวไม่พอผ่านเกณฑ์ธนาคาร ซึ่งจำเป็นและถูกต้อง แต่ต้องรู้ว่าผลข้างเคียงคือสิทธิลดหย่อนถูกหารครึ่ง ถ้าฝ่ายหนึ่งฐานภาษีสูงอีกฝ่ายฐานต่ำ เท่ากับครึ่งหนึ่งของเพดานไปตกที่คนที่ประหยัดภาษีได้น้อย เรื่องนี้ตัดสินตอนยื่นกู้ ไม่ใช่ตอนยื่นภาษี จึงควรคิดตั้งแต่วันเซ็นสัญญา

บ้านหลายหลัง รวมกันแล้วห้ามเกินเพดาน

ถ้ามีบ้านที่ยังผ่อนอยู่หลายหลังพร้อมกัน สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยของทุกหลังรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท — ไม่ใช่หลังละ 100,000 พูดอีกแบบคือเพดาน 100,000 เป็นเพดานของ "ตัวผู้เสียภาษี" ต่อปี ไม่ว่าจะมีบ้านผ่อนกี่หลัง

ดังนั้นคนที่ผ่อนบ้านสองหลัง เช่น บ้านอยู่จริงกับคอนโดปล่อยเช่า ต้องเลือกว่าจะรวมดอกเบี้ยจากหลังไหนบ้างให้ครบ 100,000 ที่ประหยัดที่สุด (โดยแต่ละหลังต้องเข้าเงื่อนไขที่อยู่อาศัยของตัวเอง) และพึงระวังว่าอสังหาฯ ที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าล้วน ๆ อาจไม่เข้านิยาม "ที่อยู่อาศัย" ของสิทธินี้ — จุดนี้ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นราย ๆ

เอกสาร — หนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคาร

เอกสารหัวใจคือ หนังสือรับรองการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินออกให้ทุกต้นปี เอกสารนี้ระบุยอดดอกเบี้ยที่คุณจ่ายจริงในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้กรอกในแบบยื่นภาษีโดยตรง

  • ธนาคารส่วนใหญ่ส่งข้อมูลเข้าระบบสรรพากรอัตโนมัติ ทำให้ตัวเลขไปรอใน My Tax Account แต่ควรตรวจกับหนังสือรับรองให้ตรงเสมอ
  • กรณีกู้ร่วม หนังสือรับรองมักออกยอดดอกเบี้ยรวมของสัญญา ผู้กู้ต้องนำมาหารตามจำนวนคนเองตอนกรอก
  • เก็บหนังสือรับรองไว้อย่างน้อย 5 ปี เผื่อถูกเรียกตรวจย้อนหลัง
  • ปีแรกที่เริ่มผ่อนกลางปี ยอดดอกเบี้ยจะน้อยกว่าปีเต็ม เป็นเรื่องปกติ ใช้ตามที่จ่ายจริง
อยากรู้ว่าปีนี้จ่ายดอกเบี้ยไปเท่าไหร่ ลดหย่อนได้เต็มเพดานหรือยัง

เครื่องคำนวณผ่อนบ้านกางตารางดอกเบี้ยและเงินต้นรายงวดให้เห็นชัด รู้ทันทีว่าปีไหนดอกเบี้ยเกิน 100,000 และควรวางแผนโปะตอนไหน

คำนวณตารางผ่อนบ้าน
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์การหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยและเพดาน 100,000 บาทในบทความอ้างอิงจาก กรมสรรพากร ข้อมูลสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินดูได้ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย · ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง · ตรวจสอบฉบับล่าสุดได้ที่เว็บไซต์หน่วยงานโดยตรง
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

ดอกเบี้ยกู้ซื้อ/สร้าง/ต่อเติมบ้านที่มีจำนอง หักลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 …

2

กู้ร่วมไม่ได้คนละ 100,000 — เพดานยึดที่ตัวบ้าน 100,000 ต่อหลัง แล้วหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้

3

มีบ้านผ่อนหลายหลัง สิทธิของทุกหลังรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่หลังละก้อน

รีไฟแนนซ์แล้วยังใช้สิทธิต่อได้ไหม

คำถามที่คนกลัวที่สุดเวลาคิดจะรีไฟแนนซ์คือ "ย้ายแบงก์แล้วจะเสียสิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยไหม" คำตอบคือ ยังใช้สิทธิต่อได้ ตราบใดที่สินเชื่อใหม่เป็นการรีไฟแนนซ์เพื่อชำระสินเชื่อบ้านเดิมและยังมีการจำนองที่อยู่อาศัยเดิมเป็นหลักประกัน ดอกเบี้ยที่จ่ายให้ธนาคารใหม่ก็ยังหักลดหย่อนได้ตามเพดาน 100,000 เท่าเดิม

ข้อควรระวังคือ วงเงินที่ใช้สิทธิได้อิงกับยอดหนี้บ้านเดิม — ถ้ารีไฟแนนซ์แล้วขอวงเงินเพิ่ม (top-up) เอาเงินส่วนเกินไปใช้อย่างอื่น ดอกเบี้ยของส่วนที่เกินยอดหนี้บ้านเดิมนั้นจะไม่เข้าสิทธิ นับเฉพาะดอกเบี้ยของส่วนที่เป็นหนี้บ้านจริง และอย่าลืมขอหนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคารใหม่ทุกปีเหมือนเดิม เรื่องจังหวะและความคุ้มค่าของการรีไฟแนนซ์เราลงรายละเอียดไว้ใน รีไฟแนนซ์บ้านปี 2569 ซึ่งควรอ่านคู่กันก่อนตัดสินใจย้าย

รีไฟแนนซ์ให้ได้ทั้งดอกเบี้ยถูกลงและสิทธิภาษีครบ เวลาเทียบข้อเสนอรีไฟแนนซ์ อย่าดูแค่ดอกเบี้ยที่ลดลง ให้ยืนยันกับธนาคารใหม่ว่าออกหนังสือรับรองดอกเบี้ยเพื่อลดหย่อนภาษีให้ และถ้าจะขอวงเงินเพิ่ม ให้แยกให้ชัดว่าส่วนไหนคือหนี้บ้านเดิมที่ยังใช้สิทธิได้ จะได้ไม่กรอกเกินแล้วโดนเรียกคืนภายหลัง
ผ่อนบ้านอยู่แล้ว ดอกเบี้ยลดได้อีกไหม

ถ้าผ่อนบ้านมาเกินสามปีและดอกเบี้ยปัจจุบันสูงกว่าตลาด การรีไฟแนนซ์อาจช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้หลักแสนตลอดสัญญา ขณะที่สิทธิลดหย่อน 100,000 ยังอยู่ครบ เทียบข้อเสนอก่อนตัดสินใจ

เทียบข้อเสนอรีไฟแนนซ์บ้าน
Home Loan Deductionอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง