- ดอกเบี้ยกู้ซื้อ/สร้าง/ต่อเติมบ้านที่มีจำนอง หักลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
- กู้ร่วมไม่ได้คนละ 100,000 — เพดานยึดที่ตัวบ้าน 100,000 ต่อหลัง แล้วหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้
- มีบ้านผ่อนหลายหลัง สิทธิของทุกหลังรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่หลังละก้อน
- รีไฟแนนซ์ยังใช้สิทธิต่อได้ถ้าเป็นการชำระหนี้บ้านเดิม แต่ส่วนวงเงินเพิ่ม (top-up) ไม่เข้าสิทธิ
ดอกเบี้ยบ้านเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่คนผ่อนบ้านจ่ายทุกเดือนอยู่แล้ว ข่าวดีคือส่วนหนึ่งเอามาลดหย่อนภาษีได้ — สูงสุด 100,000 บาทต่อปี แต่หลายคนใช้สิทธินี้ไม่เต็มหรือกรอกผิด โดยเฉพาะบ้านที่กู้ร่วมกัน เพราะเข้าใจว่าคนละ 100,000 บาททั้งที่จริงเพดานรวมต่อหลังยังคงที่ บทความนี้ไล่ตั้งแต่ใครใช้สิทธิได้ วิธีแบ่งเมื่อกู้ร่วม ไปจนถึงเอกสารและกรณีรีไฟแนนซ์ที่คนกลัวว่าจะเสียสิทธิ
ใครใช้สิทธิได้ — และดอกเบี้ยแบบไหนที่นับ
สิทธิลดหย่อนนี้ครอบคลุมดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อ สร้าง หรือต่อเติมที่อยู่อาศัย โดยต้องเป็นเงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีการจำนองอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นหลักประกัน พูดง่าย ๆ คือต้องเป็นสินเชื่อบ้านที่เอาบ้านค้ำ ไม่ใช่สินเชื่อส่วนบุคคลที่เอาไปซื้อบ้าน เงื่อนไขหลักที่ต้องเข้าครบ
- เป็นดอกเบี้ย ไม่ใช่เงินต้น — ส่วนที่ผ่อนไปเป็นเงินต้นใช้สิทธิไม่ได้ นับเฉพาะดอกเบี้ยที่จ่ายจริงในปีนั้น
- กู้เพื่อที่อยู่อาศัยของตัวเอง เช่น บ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ ที่ใช้อยู่จริง
- มีการจดจำนองอสังหาฯ นั้นกับผู้ให้กู้เป็นหลักประกัน
- ผู้กู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิในที่อยู่อาศัยนั้น
สินเชื่อที่ต่อเติมหรือซ่อมบ้านก็เข้าเงื่อนไขได้ถ้าเป็นสินเชื่อที่มีการจำนอง แต่บัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่เอาไปรีโนเวตบ้านโดยไม่มีการจำนอง ใช้สิทธินี้ไม่ได้
หักได้เท่าไหร่ — ตามจ่ายจริงไม่เกิน 100,000
หลักคำนวณตรงไปตรงมา: หักได้ตามดอกเบี้ยที่จ่ายจริงในปีภาษีนั้น แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ถ้าปีนั้นจ่ายดอกเบี้ยไป 80,000 บาท ก็หักได้ 80,000 ถ้าจ่าย 130,000 บาท ก็หักได้เพดาน 100,000 ส่วนที่เกินหายไปเฉย ๆ ใช้ต่อปีหน้าไม่ได้
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ลดหย่อน 100,000 ไม่ได้แปลว่าได้เงินคืน 100,000 — มันไปลดเงินได้สุทธิก่อนคำนวณภาษี เงินที่ประหยัดจริงขึ้นกับฐานภาษีของคุณ คนฐาน 10% ประหยัดจริงราว 10,000 บาท คนฐาน 20% ประหยัดราว 20,000 บาท และในช่วงต้นของการผ่อนบ้าน ค่างวดส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ย จึงมักชนเพดาน 100,000 ได้ไม่ยาก ยิ่งผ่อนไปนานสัดส่วนดอกเบี้ยยิ่งลด
กู้ร่วมแบ่งยังไง — เพดานรวมยังคง 100,000 ต่อหลัง
นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด กู้ร่วมกันสองคนไม่ได้แปลว่าหักได้คนละ 100,000 รวม 200,000 — เพดานยึดที่ตัวบ้าน 100,000 บาทต่อหลัง แล้วนำมาหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ร่วม
| จำนวนผู้กู้ | สิทธิต่อคน/ปี | รวมทั้งหลัง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| กู้คนเดียว | 100,000 | 100,000 | รับสิทธิเต็มเพดาน |
| กู้ร่วม 2 คน | 50,000 | 100,000 | 100,000 หาร 2 เท่ากันตามหัว |
| กู้ร่วม 3 คน | ~33,333 | 100,000 | 100,000 หาร 3 |
ภาพเทียบสิทธิลดหย่อนต่อคนต่อปี — ยิ่งมีผู้กู้ร่วมมาก สิทธิต่อหัวยิ่งลด แต่รวมทั้งหลังยังเท่าเดิม 100,000 บาท
การหารเฉลี่ยนี้เป็นไปตามจำนวนหัวผู้กู้ ไม่ใช่ตามสัดส่วนที่แต่ละคนผ่อนจริง แม้ในทางปฏิบัติฝ่ายหนึ่งจะจ่ายค่างวดมากกว่า ในทางภาษีก็ยังหารเท่ากันตามจำนวนคน ผลที่ตามมาซึ่งควรวางแผนคือ ถ้าผู้กู้ร่วมคนหนึ่งฐานภาษีต่ำหรือไม่มีเงินได้ถึงขั้นเสียภาษี สิทธิ 50,000 ของคนนั้นก็แทบไม่มีค่าในทางภาษี บ้านหลายหลังจึงเลือกให้คนฐานภาษีสูงเป็นผู้กู้คนเดียวเพื่อรับสิทธิเต็ม 100,000 หากคุณสมบัติสินเชื่อเอื้อ
บ้านหลายหลัง รวมกันแล้วห้ามเกินเพดาน
ถ้ามีบ้านที่ยังผ่อนอยู่หลายหลังพร้อมกัน สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยของทุกหลังรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท — ไม่ใช่หลังละ 100,000 พูดอีกแบบคือเพดาน 100,000 เป็นเพดานของ "ตัวผู้เสียภาษี" ต่อปี ไม่ว่าจะมีบ้านผ่อนกี่หลัง
ดังนั้นคนที่ผ่อนบ้านสองหลัง เช่น บ้านอยู่จริงกับคอนโดปล่อยเช่า ต้องเลือกว่าจะรวมดอกเบี้ยจากหลังไหนบ้างให้ครบ 100,000 ที่ประหยัดที่สุด (โดยแต่ละหลังต้องเข้าเงื่อนไขที่อยู่อาศัยของตัวเอง) และพึงระวังว่าอสังหาฯ ที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าล้วน ๆ อาจไม่เข้านิยาม "ที่อยู่อาศัย" ของสิทธินี้ — จุดนี้ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นราย ๆ
เอกสาร — หนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคาร
เอกสารหัวใจคือ หนังสือรับรองการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินออกให้ทุกต้นปี เอกสารนี้ระบุยอดดอกเบี้ยที่คุณจ่ายจริงในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้กรอกในแบบยื่นภาษีโดยตรง
- ธนาคารส่วนใหญ่ส่งข้อมูลเข้าระบบสรรพากรอัตโนมัติ ทำให้ตัวเลขไปรอใน My Tax Account แต่ควรตรวจกับหนังสือรับรองให้ตรงเสมอ
- กรณีกู้ร่วม หนังสือรับรองมักออกยอดดอกเบี้ยรวมของสัญญา ผู้กู้ต้องนำมาหารตามจำนวนคนเองตอนกรอก
- เก็บหนังสือรับรองไว้อย่างน้อย 5 ปี เผื่อถูกเรียกตรวจย้อนหลัง
- ปีแรกที่เริ่มผ่อนกลางปี ยอดดอกเบี้ยจะน้อยกว่าปีเต็ม เป็นเรื่องปกติ ใช้ตามที่จ่ายจริง
เครื่องคำนวณผ่อนบ้านกางตารางดอกเบี้ยและเงินต้นรายงวดให้เห็นชัด รู้ทันทีว่าปีไหนดอกเบี้ยเกิน 100,000 และควรวางแผนโปะตอนไหน
ดอกเบี้ยกู้ซื้อ/สร้าง/ต่อเติมบ้านที่มีจำนอง หักลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 …
กู้ร่วมไม่ได้คนละ 100,000 — เพดานยึดที่ตัวบ้าน 100,000 ต่อหลัง แล้วหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้
มีบ้านผ่อนหลายหลัง สิทธิของทุกหลังรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่หลังละก้อน
รีไฟแนนซ์แล้วยังใช้สิทธิต่อได้ไหม
คำถามที่คนกลัวที่สุดเวลาคิดจะรีไฟแนนซ์คือ "ย้ายแบงก์แล้วจะเสียสิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยไหม" คำตอบคือ ยังใช้สิทธิต่อได้ ตราบใดที่สินเชื่อใหม่เป็นการรีไฟแนนซ์เพื่อชำระสินเชื่อบ้านเดิมและยังมีการจำนองที่อยู่อาศัยเดิมเป็นหลักประกัน ดอกเบี้ยที่จ่ายให้ธนาคารใหม่ก็ยังหักลดหย่อนได้ตามเพดาน 100,000 เท่าเดิม
ข้อควรระวังคือ วงเงินที่ใช้สิทธิได้อิงกับยอดหนี้บ้านเดิม — ถ้ารีไฟแนนซ์แล้วขอวงเงินเพิ่ม (top-up) เอาเงินส่วนเกินไปใช้อย่างอื่น ดอกเบี้ยของส่วนที่เกินยอดหนี้บ้านเดิมนั้นจะไม่เข้าสิทธิ นับเฉพาะดอกเบี้ยของส่วนที่เป็นหนี้บ้านจริง และอย่าลืมขอหนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคารใหม่ทุกปีเหมือนเดิม เรื่องจังหวะและความคุ้มค่าของการรีไฟแนนซ์เราลงรายละเอียดไว้ใน รีไฟแนนซ์บ้านปี 2569 ซึ่งควรอ่านคู่กันก่อนตัดสินใจย้าย
ถ้าผ่อนบ้านมาเกินสามปีและดอกเบี้ยปัจจุบันสูงกว่าตลาด การรีไฟแนนซ์อาจช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้หลักแสนตลอดสัญญา ขณะที่สิทธิลดหย่อน 100,000 ยังอยู่ครบ เทียบข้อเสนอก่อนตัดสินใจ