- ภาษีคิดจาก "เงินได้สุทธิ" (รายได้ − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน) ไม่ใช่รายได้ทั้งก้อน
- อัตราเป็นขั้นบันได 0/5/10/15/20/25/30/35% — เงินได้สุทธิ 150,000 แรกได้รับยกเว้น และแต่ละชั้นโดนอัตราของชั้นนั้นเท่านั้น
- ขึ้นเงินเดือนไม่ได้ทำให้เงินเดิมทั้งก้อนโดนอัตราสูง โดนเฉพาะส่วนที่เพิ่ม — รับ OT/โบนัสแล้วยังเป็นบวกเสมอ (สำหรับมนุษย์เงินเดือน — ผู้มีรายได้อิสระดูเพดาน VAT 1.8 ล้านประกอบ)
- คนมีเงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 1,000,000/ปี ต้องเทียบวิธีเหมา 0.5% แล้วเสียตามยอดที่สูงกว่า (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง)
คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดเวลาใครสักคนได้ขึ้นเงินเดือนคือ "เดี๋ยวขึ้นฐานภาษีแล้วจะโดนหนักไหม" คำถามนี้สะท้อนความเข้าใจผิดที่ฝังลึกที่สุดเรื่องหนึ่งของภาษีไทย นั่นคือคนส่วนใหญ่คิดว่าพอรายได้ทะลุขั้นหนึ่ง จะโดนอัตราสูงกับเงินทั้งก้อน ซึ่งไม่จริงเลย บทความนี้จะพาคุณคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยตัวเองแบบเข้าใจจริง ไม่ใช่แค่จำตัวเลข
อัตราและเกณฑ์ทั้งหมดในบทความเป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งกับประกาศกรมสรรพากรฉบับล่าสุดก่อนยื่นจริง
เริ่มจากเงินได้สุทธิ — ตัวเลขที่ใช้คิดภาษีจริง ๆ
ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกว่าภาษีไม่ได้คิดจาก "รายได้ทั้งหมด" ที่คุณได้รับ แต่คิดจาก เงินได้สุทธิ ซึ่งมาจากสูตร
- เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน
สำหรับมนุษย์เงินเดือน (เงินได้ประเภทเงินเดือน) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อด้วยค่าลดหย่อนต่าง ๆ โดยพื้นฐานทุกคนได้ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท อัตโนมัติ แล้วบวกลดหย่อนอื่นที่มี เช่น ประกันสังคม คู่สมรส บุตร ประกัน กองทุนลดหย่อน ฯลฯ เช็กลิสต์รายการลดหย่อนครบ ๆ ดูได้ที่ ลดหย่อนภาษีปี 2569 มีอะไรบ้าง
ได้เงินได้สุทธิแล้ว ค่อยเอาไปเข้าตารางขั้นบันได ยิ่งลดหย่อนได้มาก เงินได้สุทธิยิ่งต่ำ ภาษียิ่งน้อย — นี่คือเหตุผลว่าทำไมการวางแผนลดหย่อนถึงมีค่า
ขั้นบันได 0-35% ทำงานยังไง (ไม่ใช่คูณอัตราเดียว)
หัวใจที่ต้องเข้าใจคือ อัตราภาษีเป็นแบบก้าวหน้าทีละขั้น (progressive) เงินได้สุทธิของคุณจะถูกซอยเป็นชั้น ๆ และแต่ละชั้นโดนอัตราของชั้นนั้นเท่านั้น ไม่ใช่เอาอัตราสูงสุดมาคูณทั้งก้อน
เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น เสียภาษี 0% ส่วนที่เกินขึ้นไปถึงค่อยเข้าอัตรา 5%, 10%, 15% ไล่ขึ้นไปจนถึง 35% ในชั้นบนสุด ดังนั้นแม้เงินได้สุทธิของคุณจะแตะขั้น 20% เงิน 150,000 แรกก็ยัง 0% อยู่ดี มีเพียงส่วนที่ล้นเข้าไปในชั้น 20% เท่านั้นที่โดน 20%
ตารางอัตราภาษีขั้นบันได 2569
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตรา | ภาษีสูงสุดของขั้น | ภาษีสะสมสูงสุด |
|---|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น | 0 | 0 |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 | 7,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 20,000 | 27,500 |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 37,500 | 65,000 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 50,000 | 115,000 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 250,000 | 365,000 |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 900,000 | 1,265,000 |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% | — | — |
ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งกับประกาศกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง
ตัวอย่างคำนวณเงินเดือน 30k / 50k / 100k
สมมติกรณีง่ายที่สุด มนุษย์เงินเดือนโสด หักค่าใช้จ่ายเหมา (สูงสุด 100,000) ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 และประกันสังคม 9,000 บาท (เพดานสมทบปีภาษี 2568 — ปีภาษี 2569 เพดานเพิ่มเป็น 10,500 บาท) เพื่อให้เห็นภาพกลไกขั้นบันได (ตัวเลขจริงจะเปลี่ยนตามลดหย่อนที่แต่ละคนมี)
เงินเดือน 30,000 บาท (รายได้ทั้งปี 360,000)
- หักค่าใช้จ่ายเหมา 100,000 · ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 · ประกันสังคม 9,000
- เงินได้สุทธิ = 360,000 − 169,000 = 191,000 บาท
- 150,000 แรก 0% · ที่เหลือ 41,000 × 5% = ภาษีราว 2,050 บาททั้งปี
เงินเดือน 50,000 บาท (รายได้ทั้งปี 600,000)
- หักรวม 169,000 เท่าเดิม เงินได้สุทธิ = 431,000 บาท
- 150,000 แรก 0% · ช่วง 150,001–300,000 (150,000) × 5% = 7,500 · ช่วง 300,001–431,000 (131,000) × 10% = 13,100
- รวม ภาษีราว 20,600 บาททั้งปี
เงินเดือน 100,000 บาท (รายได้ทั้งปี 1,200,000)
- หักรวม 169,000 เงินได้สุทธิ = 1,031,000 บาท
- ไล่ขั้น: 0 + 7,500 + 20,000 + 37,500 + 50,000 (ครบขั้นถึง 1,000,000 = 115,000) · ส่วนเกิน 31,000 × 25% = 7,750
- รวม ภาษีราว 122,750 บาททั้งปี
สังเกตว่าคนเงินเดือนแสนที่แตะขั้น 25% ก็ยังจ่ายเฉลี่ยจริงราว 12% ของเงินได้สุทธิ (หรือราว 10% ของรายได้รวม) เท่านั้น เพราะเงินก้อนล่าง ๆ ยังโดนอัตราต่ำอยู่ นี่คือพลังของขั้นบันได อยากลองใส่ลดหย่อนของตัวเองแล้วดูตัวเลขเป๊ะ ๆ ใช้ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ได้เลย
ภาพเทียบภาษีทั้งปีจากตัวอย่างข้างต้น (โสด ลดหย่อนขั้นต่ำ)
กรอกเงินเดือนและลดหย่อนที่มี เครื่องคำนวณจะไล่ขั้นบันไดให้อัตโนมัติ บอกทั้งภาษีที่ต้องจ่ายและฐานสูงสุดของคุณ
วิธีเหมา 0.5% ของรายได้ — เมื่อไหร่ต้องเทียบ
สำหรับคนที่มีเงินได้ประเภทอื่นนอกจากเงินเดือน (เช่น ค่าจ้างวิชาชีพอิสระ ค่านายหน้า รายได้จากทรัพย์สิน ฯลฯ) รวมกันเกิน 1,000,000 บาทต่อปี กฎหมายกำหนดให้ต้องคำนวณภาษีสองวิธีแล้วเสียตามยอดที่สูงกว่า ได้แก่
- วิธีขั้นบันได — ตามตารางข้างบน
- วิธีเหมา 0.5% — เอาเงินได้ (เฉพาะประเภทที่เข้าเงื่อนไข ไม่รวมเงินเดือน) × 0.5%
เสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้สูงกว่า ข้อยกเว้นคือถ้าภาษีวิธีเหมาที่คำนวณได้ไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับยกเว้น ประเด็นนี้สำคัญมากกับฟรีแลนซ์ และคนมีหลายแหล่งรายได้ เพราะคนที่หักค่าใช้จ่ายได้เยอะจนภาษีขั้นบันไดต่ำ อาจกลับต้องเสียตามวิธี 0.5% แทน
ภาษีคิดจาก "เงินได้สุทธิ" (รายได้ − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน) ไม่ใช่รายได้ทั้งก้อน
อัตราเป็นขั้นบันได 0/5/10/15/20/25/30/35% — เงินได้สุทธิ 150,000 แรกได้รับยกเว้น และแต่ล…
ขึ้นเงินเดือนไม่ได้ทำให้เงินเดิมทั้งก้อนโดนอัตราสูง โดนเฉพาะส่วนที่เพิ่ม — รับ OT/โบนัสแ…
ความเข้าใจผิดที่ทำให้คนกลัวขึ้นฐานเกินจริง
สรุปกับดักความคิดที่เจอบ่อย หนึ่ง คิดว่าขึ้นเงินเดือนแล้วโดนอัตราสูงทั้งก้อน — ไม่จริง โดนเฉพาะส่วนที่เพิ่ม สอง ปฏิเสธ OT หรือโบนัสเพราะกลัวภาษี — เงินที่ได้เพิ่มหลังหักภาษีขั้นสูงสุดก็ยังเป็นบวกเสมอ ไม่มีทางที่รับเพิ่มแล้วเหลือน้อยลง (สำหรับมนุษย์เงินเดือน — ผู้มีรายได้อิสระดูเพดาน VAT 1.8 ล้านประกอบ) สาม ลืมว่าลดหย่อนช่วยดึงเงินได้สุทธิลงมาทั้งขั้น คนฐาน 20% ที่ลดหย่อนเพิ่ม 10,000 บาท ประหยัดภาษี 2,000 บาททันที
เมื่อเข้าใจว่าฐานภาษีทำงานเป็นขั้น การตัดสินใจเรื่องเงินจะเปลี่ยนไป คุณจะเลิกกลัวรายได้ที่เพิ่มขึ้น และหันมาโฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้จริง คือการเก็บลดหย่อนให้ครบเพื่อกดเงินได้สุทธิลง วางแผนล่วงหน้าทั้งปีดีกว่ารีบตอนปลายปี อ่านต่อได้ที่ วางแผนภาษีทั้งปี ไม่ต้องรีบปลายปี
เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ เลือก RMF/ThaiESG ที่ช่วยกดเงินได้สุทธิลง พร้อมระบบเก็บหลักฐานสำหรับยื่นภาษี เทียบก่อนว่าฐานภาษีคุณคุ้มที่จะลงทุนลดหย่อนหรือไม่