การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังสถาบันการเงิน หากคุณสมัครผลิตภัณฑ์ผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม อัตราค่าธรรมเนียมและภาษีที่กรมที่ดินจัดเก็บอาจปรับตามมาตรการกระตุ้นอสังหาเป็นรายปี ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งกับสำนักงานที่ดินในพื้นที่ก่อนวันโอนจริง

คนขายบ้านส่วนใหญ่ตั้งราคาในหัวไว้ว่า "ขายได้ 3 ล้าน ก็ได้ 3 ล้าน" แล้วพอไปถึงสำนักงานที่ดินวันโอนถึงเพิ่งรู้ว่ามีเงินหลายก้อนถูกหักออกก่อนจะถึงมือ ตัวเลขจริงที่เข้ากระเป๋าน้อยกว่าราคาป้ายเสมอ และความต่างนั้นไม่ได้เล็ก — บางเคสหายไปเป็นแสน บทความนี้จะแยกให้เห็นทีละก้อนว่ามีภาษีและค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง คิดจากฐานไหน ก้อนไหนหลบได้ถ้าถือครองถูกเงื่อนไข และสุดท้ายจะสรุปด้วยตัวอย่างบ้าน 3 ล้านบาทที่คำนวณให้ดูทุกบรรทัด เพื่อให้คุณตั้งราคาขายและต่อรองกับผู้ซื้อได้จากตัวเลขจริง ไม่ใช่การเดา

สี่ก้อนที่ต้องจ่ายวันโอน — และทำไมทุกอย่างคิดจากราคาประเมิน

เวลาขายอสังหาริมทรัพย์ เงินที่ต้องจ่ายที่กรมที่ดินแบ่งได้เป็นสี่ก้อนหลัก: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย, ค่าธรรมเนียมการโอน, ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือฐานที่ใช้คำนวณ — สามในสี่ก้อนนี้ไม่ได้คิดจากราคาที่คุณตกลงขายกับผู้ซื้อ แต่คิดจากราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นราคาที่ราชการกำหนดและมักต่ำกว่าราคาตลาดอยู่พอสมควร มีเพียงภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้นที่กฎหมายให้ใช้ราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาซื้อขายจริง

เพราะฐานคือราคาประเมิน สิ่งแรกที่คนขายควรทำก่อนตั้งราคาคือไปขอตรวจราคาประเมินของแปลงตัวเองที่สำนักงานที่ดิน หรือเช็กผ่านระบบออนไลน์ของกรมธนารักษ์ เพราะเมื่อรู้ราคาประเมินแล้ว คุณจะประมาณภาระภาษีได้เกือบทั้งหมดก่อนถึงวันโอน และไม่ต้องตกใจกับตัวเลขหน้าเคาน์เตอร์ ราคาประเมินปรับรอบละ 4 ปี ปัจจุบันใช้บัญชีรอบล่าสุดที่ประกาศใช้เมื่อต้นปี 2566

อย่าเผลอแจ้งราคาขายต่ำกว่าราคาประเมิน บางคนคิดจะแจ้งราคาซื้อขายให้ต่ำเพื่อลดภาษี แต่กรมที่ดินคิดค่าธรรมเนียมและภาษีขั้นต่ำจากราคาประเมินอยู่แล้ว จึงประหยัดไม่ได้จริง ซ้ำยังสร้างปัญหาให้ผู้ซื้อตอนเขาขายต่อ เพราะต้นทุนในเอกสารต่ำเกินจริง กำไรที่ต้องเสียภาษีตอนนั้นจะบวมขึ้น — การแจ้งราคาตามจริงคือทางที่สะอาดที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย — ตัวใหญ่สุดที่ผูกกับปีถือครอง

ก้อนที่มักใหญ่ที่สุดคือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งกรมที่ดินคำนวณและเก็บให้เสร็จหน้าเคาน์เตอร์ วิธีคิดต่างจากภาษีเงินได้ทั่วไปตรงที่ใช้ราคาประเมินเป็นฐาน แล้วหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาตามจำนวนปีที่ถือครอง ยิ่งถือนาน ยิ่งหักค่าใช้จ่ายได้มาก ภาษีก็ยิ่งน้อยลง หลังหักค่าใช้จ่ายเหมาแล้วจะได้เงินได้สุทธิ นำมาหารด้วยจำนวนปีถือครอง แล้วเข้าตารางอัตราภาษีเงินได้ขั้นบันไดพิเศษของการขายอสังหา จากนั้นคูณกลับด้วยจำนวนปี ได้เป็นภาษีที่ต้องเสีย

อัตราหักค่าใช้จ่ายเหมาตามปีถือครองเป็นดังนี้ (นับปีที่ได้กรรมสิทธิ์ถึงปีที่โอน ปีเศษปัดขึ้นเป็นหนึ่งปี และเกิน 8 ปีคิดเท่ากับ 8 ปี):

จำนวนปีที่ถือครองหักค่าใช้จ่ายได้
1 ปี92%
2 ปี84%
3 ปี77%
4 ปี71%
5 ปี65%
6 ปี60%
7 ปี55%
8 ปีขึ้นไป50%

สังเกตว่าเงินได้จากการขายอสังหาไม่ได้ถูกเก็บภาษีทั้งก้อนในปีเดียว แต่ถูกเฉลี่ยตามปีถือครอง ทำให้ตกอยู่ในขั้นภาษีที่ต่ำกว่าที่กลัวกันมาก และถ้าเป็นบ้านที่ได้มาโดยทางมรดกหรือรับให้จากบุพการี วิธีคำนวณจะยิ่งผ่อนปรน เพราะหักค่าใช้จ่ายได้ถึง 50% คงที่ แล้วคำนวณด้วยอัตราที่เบากว่าการซื้อมาขายไป จุดสำคัญคือภาษีก้อนนี้ถูกหักไปแล้ว ณ วันโอน คุณมีสิทธิเลือกว่าจะนำเงินได้ก้อนนี้ไปรวมยื่นภาษีสิ้นปีหรือไม่ก็ได้ — ถ้าฐานภาษีรวมของคุณต่ำ การนำไปรวมยื่นอาจได้ภาษีคืนบางส่วน แต่ถ้าฐานสูง ปล่อยให้จบที่การหัก ณ ที่จ่ายมักคุ้มกว่า

ค่าธรรมเนียมโอน 2% และอากรแสตมป์ 0.5%

ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์คิดในอัตราปกติ 2% ของราคาประเมิน เป็นค่าธรรมเนียมของกรมที่ดินล้วน ๆ ไม่ใช่ภาษี ก้อนนี้เป็นตัวที่มาตรการกระตุ้นอสังหาของรัฐมักเข้ามาลด — หลายช่วงที่ผ่านมามีการลดเหลือ 1% หรือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกินเพดานที่กำหนด (เช่น ไม่เกิน 3 ล้านหรือ 7 ล้านบาทแล้วแต่รอบมาตรการ) มาตรการพวกนี้มีวันหมดอายุและเงื่อนไขราคาเป็นรอบ ๆ ก่อนตั้งวันโอนควรเช็กว่าช่วงนั้นมีมาตรการลดค่าโอนอยู่หรือไม่ เพราะจังหวะโอนต่างกันเดือนเดียวอาจประหยัดได้หลายหมื่น

อากรแสตมป์อยู่ที่ 0.5% ของราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาขาย แต่มีกติกาสำคัญ: ถ้าเคสไหนต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะไม่ต้องเสียอากรแสตมป์อีก สองตัวนี้เสียตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่เก็บซ้อนกัน ดังนั้นการขายบ้านหลังหนึ่งจะมีอากรแสตมป์ก็ต่อเมื่อได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งจะอธิบายเงื่อนไขในหัวข้อถัดไป

ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% — และช่องยกเว้นด้วยชื่อในทะเบียนบ้าน

นี่คือก้อนที่คนขาย "มักลืม" มากที่สุด และเป็นก้อนที่แพงเป็นอันดับสองรองจากภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะคิด 3.3% (เป็นภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% บวกภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของตัวภาษี รวมเป็น 3.3%) ของราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาซื้อขายจริง จุดที่ทำให้มันแพงคือมันคิดจากราคาขายเต็ม ไม่ใช่จากกำไร — บ้านที่ขายขาดทุนก็ยังต้องเสียถ้าเข้าเงื่อนไข

ข่าวดีคือกฎหมายเปิดช่องยกเว้นไว้ชัดเจน คุณไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะถ้าเข้าข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:

  • ถือครองเกิน 5 ปีนับจากวันได้กรรมสิทธิ์ถึงวันโอน (นี่คือเหตุผลที่หลายคนแนะนำให้ถือบ้านให้ครบ 5 ปีก่อนขาย)
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้นเกิน 1 ปี แม้จะถือครองไม่ถึง 5 ปี — เงื่อนไขนี้ช่วยคนที่ซื้อบ้านมาอยู่จริงแล้วต้องย้ายก่อนครบ 5 ปี
  • ขายเพราะถูกเวนคืน หรือโอนให้ทายาท/บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และกรณีมรดกบางลักษณะ

เงื่อนไข "ชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี" คือช่องที่มีคนใช้ได้จริงมากที่สุดและมักถูกมองข้าม ถ้าคุณซื้อคอนโดหรือบ้านมาแล้วย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านตั้งแต่ต้น พออยู่ครบปีเศษ ต่อให้ขายในปีที่สองหรือสามก็ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ทันที นักลงทุนที่ซื้อมาขายไปเร็ว ๆ โดยไม่ย้ายชื่อเข้า คือกลุ่มที่โดนก้อนนี้เต็ม ๆ

ระวังการนับปีถือครองแบบเข้าใจผิด การถือครอง 5 ปีนับเป็น "ปีปฏิทิน" ไม่ใช่ 60 เดือนเป๊ะ ๆ และการนับเริ่มจากปีที่จดทะเบียนได้กรรมสิทธิ์ถึงปีที่ขาย ปีเศษต้นและปลายนับรวมด้วย ทำให้บางเคสที่ดูเหมือนถือไม่ถึง 5 ปีเต็มกลับผ่านเกณฑ์ ในทางกลับกัน คนที่มั่นใจว่า "ถือมา 5 ปีแล้ว" บางรายก็พลาดเพราะนับจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขายแทนที่จะนับจากวันโอนกรรมสิทธิ์จริง — ยึดวันที่หลังโฉนดเป็นหลักเสมอ

ตัวอย่างคำนวณจริง — ขายบ้าน 3 ล้านบาททีละบรรทัด

สมมติขายบ้านพร้อมที่ดิน ราคาประเมิน 3,000,000 บาท ราคาขายจริง 3,200,000 บาท ถือครองมา 3 ปี และไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน (จึงเข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ) มาไล่กันทีละก้อน โดยภาษีเงินได้ ค่าโอน และอากร/ภาษีธุรกิจเฉพาะ คิดคนละฐานตามที่อธิบายไปแล้ว

รายการฐานที่ใช้คิดประมาณการที่ต้องจ่าย
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายราคาประเมิน 3 ล้าน หัก 77% (ถือ 3 ปี) เหลือ 690,000 หารด้วย 3 ปี เข้าอัตราขั้นบันได แล้วคูณกลับ 3~24,000
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%ราคาที่สูงกว่า = ราคาขาย 3,200,000~105,600
ค่าธรรมเนียมโอน 2%ราคาประเมิน 3,000,00060,000
อากรแสตมป์ยกเว้น เพราะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว0
รวมทั้งหมด~189,600

เห็นชัดว่าตัวที่กินเงินมากที่สุดไม่ใช่ภาษีเงินได้ แต่คือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ราวแสนบาท ซึ่งจะหายไปทั้งก้อนถ้าคนขายรอถือครบ 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี ในเคสเดียวกันนี้ ถ้าเข้าเงื่อนไขยกเว้น ยอดรวมจะลดจากราว 189,600 เหลือราว 84,000 บาท (ภาษีเงินได้ + ค่าโอน + อากรแสตมป์เล็กน้อย) — ประหยัดไปกว่าแสนจากการวางแผนจังหวะขายและเรื่องทะเบียนบ้านล่วงหน้าเท่านั้น ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นการประมาณเพื่อให้เห็นสัดส่วน อัตราขั้นบันไดของภาษีเงินได้อาจทำให้ต่างไปเล็กน้อย ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

ก่อนตัดสินใจขายเพื่อปิดหนี้ ลองดูว่าถ้าผ่อนต่อด้วยดอกเบี้ยใหม่คุ้มกว่าไหม

บางครั้งการขายบ้านเพื่อหนีดอกเบี้ยแพงจบด้วยค่าโอนและภาษีเป็นแสน ทั้งที่แค่รีไฟแนนซ์ก็ลดภาระได้ — คำนวณยอดผ่อนใหม่ก่อนตัดสินใจว่าจะขายหรือถือ

คำนวณผ่อนบ้านและรีไฟแนนซ์

ใครจ่ายอะไร — และตรงไหนต่อรองได้ในสัญญา

ตามหลักกฎหมาย ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาระของผู้ขาย (เพราะเป็นภาษีจากเงินได้และการขายของผู้ขาย) ส่วนค่าธรรมเนียมการโอน 2% ตามธรรมเนียมมักแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย แต่ทั้งหมดนี้ต่อรองกันได้และควรเขียนให้ชัดในสัญญาจะซื้อจะขาย ในตลาดที่ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรอง ผู้ขายอาจถูกขอให้ออกค่าโอนทั้งหมด ในทางกลับกัน โครงการบ้านใหม่บางแห่งโปรโมตว่า "ฟรีค่าโอน" ซึ่งจริง ๆ คือผู้ขายรับภาระค่าโอนแทน

คำแนะนำเชิงปฏิบัติของเรา: ก่อนตกลงราคา ให้คำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมทั้งหมดออกมาเป็นตัวเลขจริงก่อน แล้วค่อยเจรจาว่าใครรับก้อนไหน เพราะประโยคลอย ๆ อย่าง "ค่าใช้จ่ายวันโอนแบ่งครึ่ง" ตีความได้หลายแบบ บางคนคิดว่ารวมภาษีธุรกิจเฉพาะด้วย บางคนคิดว่าแค่ค่าโอน ระบุให้ชัดเป็นรายการว่าใครจ่ายภาษีเงินได้ ใครจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ ใครจ่ายค่าโอนกี่เปอร์เซ็นต์ จะกันการทะเลาะกันหน้าเคาน์เตอร์วันโอนได้

เช็กลิสต์ก่อนไปสำนักงานที่ดิน หนึ่ง ตรวจราคาประเมินของแปลงตัวเองล่วงหน้า สอง นับปีถือครองจากวันหลังโฉนดให้แน่ว่าถึง 5 ปีหรือมีชื่อทะเบียนบ้านเกิน 1 ปีไหม สาม เช็กว่าช่วงนั้นมีมาตรการลดค่าโอนของรัฐหรือไม่ สี่ ตกลงเรื่องใครจ่ายอะไรเป็นลายลักษณ์อักษร ห้า เตรียมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายวันโอนเผื่อไว้ราว 5–7% ของราคาขายถ้ายังถือไม่ครบ 5 ปี

สรุปภาพรวม: การขายบ้านหนึ่งหลังมีต้นทุนที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่หลายก้อน และก้อนที่ใหญ่ที่สุดอย่างภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นก้อนที่วางแผนหลบได้ตั้งแต่ตอนซื้อ ด้วยการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านและถือครองให้ครบเงื่อนไข ถ้าคุณกำลังชั่งใจระหว่างขายกับถือต่อ หรืออยากรู้ยอดผ่อนหากรีไฟแนนซ์แทนการขาย ลองใช้เครื่องคำนวณผ่อนบ้านประกอบการตัดสินใจ และถ้ามีรายได้ค่าเช่าหรือกำไรจากอสังหาที่ต้องยื่นภาษีสิ้นปี อ่านต่อได้ที่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและเช็กลิสต์ลดหย่อนปี 2569