สรุปใน 30 วินาที
  • พันธบัตรรัฐบาลคือการให้รัฐกู้เงิน ความเสี่ยงผิดนัดชำระต่ำสุดในตลาดตราสารหนี้ไทย จึงถูกใช้เป็น "อัตราปลอดความเสี่ยง"
  • พันธบัตรออมทรัพย์คือรุ่นที่รายย่อยซื้อได้จริง เริ่มหลักพันบาท ผ่านแอปเป๋าตัง (สบม.) หรือธนาคารตัวแทน
  • "ปลอดภัย" หมายถึงความเสี่ยงเครดิตต่ำ ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง — ราคายังผันผวนตามดอกเบี้ยและอาจแพ้เงินเฟ้อ
  • ดอกเบี้ยถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เทียบทางเลือกที่ผลตอบแทนหลังภาษีเสมอ และวางพันธบัตรเป็นฐานปลอดภัย ไม่ใช่ทั้งพอร์ต
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ สำนักงาน ก.ล.ต. · ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) · ThaiBMA — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังธนาคารและแพลตฟอร์มการลงทุน หากคุณเปิดบัญชีหรือสมัครบริการผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นทั้งหมดเป็นของกองบรรณาธิการ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

พันธบัตรรัฐบาลคืออะไร ทำไมคนเรียกว่าปลอดภัยที่สุด

พันธบัตรรัฐบาล (government bond) คือการที่คุณให้รัฐบาลกู้เงิน โดยรัฐออกตราสารมาแลก ระบุชัดว่าจะจ่ายดอกเบี้ยเท่าไหร่ ปีละกี่งวด และคืนเงินต้นเต็มจำนวนวันไหน โครงสร้างเหมือนหุ้นกู้เอกชนแทบทุกอย่าง ต่างกันที่ตัวลูกหนี้คนเดียว — ฝั่งหนึ่งคือบริษัทเอกชน อีกฝั่งคือกระทรวงการคลังของประเทศ และความต่างของลูกหนี้นี่แหละที่เปลี่ยนทุกอย่างเรื่องความเสี่ยง

เหตุผลที่พันธบัตรรัฐบาลถูกจัดว่าเสี่ยงต่ำที่สุดในตลาดตราสารหนี้ในประเทศ อธิบายได้ตรง ๆ ว่ารัฐบาลมีอำนาจที่บริษัทเอกชนไม่มี — เก็บภาษีได้ ออกพันธบัตรใหม่มาคืนรุ่นเก่าได้ และในกรณีสุดวิสัยยังพิมพ์เงินสกุลตัวเองได้ ทำให้โอกาสที่รัฐจะผิดนัดชำระหนี้สกุลบาทกับผู้ถือในประเทศต่ำมากในทางปฏิบัติ นักการเงินจึงมักใช้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเป็น "อัตราปลอดความเสี่ยง" (risk-free rate) ที่เอาไว้เทียบว่าการลงทุนอื่นให้ผลตอบแทนคุ้มกับความเสี่ยงส่วนเกินหรือเปล่า

แต่คำว่า "ปลอดภัยที่สุด" ต้องขีดเส้นใต้ให้ชัด — มันหมายถึงความเสี่ยงที่รัฐจะไม่จ่าย (credit risk) ต่ำ ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยงเลย ราคาพันธบัตรยังแกว่งตามดอกเบี้ยได้ ผลตอบแทนยังอาจแพ้เงินเฟ้อได้ และถ้าถือยาวเงินก้อนนั้นก็ถูกล็อกไว้เหมือนกัน สามข้อนี้คือส่วนที่คนมองข้ามเพราะติดคำว่ารัฐบาลค้ำ เราจะไล่ทีละข้อในบทความนี้

พันธบัตรออมทรัพย์ — รุ่นที่รายย่อยซื้อได้จริง

พันธบัตรรัฐบาลส่วนใหญ่ที่ออกประมูลกันเป็นล็อตใหญ่นั้นออกแบบมาสำหรับสถาบันการเงิน รายย่อยเดินเข้าไปซื้อตรงแทบไม่ได้ ตัวที่รัฐทำมาเพื่อประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะคือพันธบัตรออมทรัพย์ (savings bond) ซึ่งกระทรวงการคลังทยอยออกเป็นรุ่น ๆ ในแต่ละปี กำหนดขั้นต่ำต่ำมากเมื่อเทียบกับหุ้นกู้เอกชน — มักเริ่มที่หลักพันบาท บางรุ่นเริ่ม 1,000 บาท ทำให้คนที่มีเงินไม่มากก็เข้าถึงได้จริง

โครงสร้างดอกเบี้ยของพันธบัตรออมทรัพย์มีสองแบบหลักที่ต้องแยกให้ออกก่อนกดซื้อ แบบแรกคือดอกเบี้ยคงที่ (fixed rate) จ่ายเท่ากันทุกงวดตลอดอายุ เช่น 2.8% ต่อปีทุกปีจนครบ อ่านง่าย คำนวณรายรับล่วงหน้าได้ทั้งก้อน แบบที่สองคือดอกเบี้ยขั้นบันได (step-up) ที่ตั้งอัตราปีต้น ๆ ต่ำแล้วไต่ขึ้นในปีหลัง ๆ เช่น เริ่ม 2.5% แล้วขยับเป็น 3.0% และ 3.5% ในช่วงท้าย ตัวเลขปลายทางอาจดูสวยกว่า แต่ต้องอ่านให้ครบว่าอัตราเฉลี่ยตลอดอายุจริง ๆ อยู่ที่เท่าไหร่ อย่าให้ตัวเลขปีสุดท้ายหลอกตา

step-up ไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอ พันธบัตรขั้นบันไดออกแบบให้อัตราสูงกระจุกอยู่ปีท้าย ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่คุณอาจถือไม่ครบพอดี ถ้าเทียบสองรุ่นให้เทียบที่ "อัตราเฉลี่ยตลอดอายุ" หรือผลตอบแทนจนครบกำหนด (yield to maturity) ไม่ใช่ตัวเลขดอกเบี้ยปีเดียวที่สูงที่สุด รุ่นดอกคงที่ 3.0% อาจให้ผลตอบแทนรวมดีกว่ารุ่นขั้นบันไดที่จั่วหัวว่าแตะ 3.5% ก็เป็นได้

อายุของพันธบัตรออมทรัพย์มักมีให้เลือกหลายช่วง ตั้งแต่ราว 3 ปี 5 ปี ไปจนถึง 7–10 ปี ยิ่งอายุยาวมักได้ดอกสูงกว่าเพื่อชดเชยที่คุณล็อกเงินนานกว่า ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 พันธบัตรออมทรัพย์ไทยให้ผลตอบแทนโดยประมาณราว 2.5–3.5% ต่อปีตามอายุและรุ่น โปรดตรวจสอบอีกครั้งกับหนังสือชี้ชวนของรุ่นที่เปิดขายจริง เพราะอัตราเปลี่ยนทุกรุ่นตามภาวะดอกเบี้ยในขณะนั้น

ซื้อยังไง ผ่านแอปเป๋าตังหรือธนาคาร ขั้นตอนจริง

ช่องทางซื้อพันธบัตรออมทรัพย์รายย่อยในไทยตอนนี้มีสองทางหลักที่สะดวกต่างกัน ทางแรกคือแอปเป๋าตัง เมนูวอลเล็ต สบม. (สะดวกซื้อพันธบัตร) ที่รัฐทำมาให้ซื้อผ่านมือถือได้ตั้งแต่หลักพันบาท ไม่ต้องเดินไปสาขา ผูกบัญชีธนาคารแล้วกดซื้อในรุ่นที่เปิดขายได้เลย เหมาะกับคนที่ซื้อก้อนไม่ใหญ่และอยากจบในแอป ทางที่สองคือสาขาและแอปของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ที่รัฐแต่งตั้งในแต่ละรุ่น มักรองรับวงเงินซื้อได้สูงกว่าและมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูเอกสาร เหมาะกับก้อนใหญ่หรือคนที่อยากคุยกับคนจริง

ขั้นตอนโดยรวมไม่ซับซ้อน แต่มีจังหวะที่พลาดได้ ข้อแรก—พันธบัตรออมทรัพย์เปิดขายเป็นช่วงเวลาจำกัดต่อรุ่น รุ่นดอกดีมักมีวงเงินรวมจำกัดและปิดเร็ว ต้องเตรียมบัญชีและเงินให้พร้อมก่อนวันเปิดขาย ข้อสอง—แต่ละรุ่นอาจกำหนดเพดานซื้อต่อคน เพื่อกระจายให้รายย่อยทั่วถึง ก้อนใหญ่มากอาจต้องแบ่งซื้อหลายรุ่นหรือหลายรอบ ข้อสาม—ดอกเบี้ยเข้าบัญชีอัตโนมัติตามงวดที่กำหนด ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แต่ต้องผูกบัญชีรับดอกให้ถูกตั้งแต่ตอนซื้อ

เช็กลิสต์ก่อนกดซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ หนึ่ง—อ่านว่าเป็นดอกคงที่หรือขั้นบันได และดูอัตราเฉลี่ยตลอดอายุ สอง—จดวันครบกำหนดใส่ปฏิทิน เพราะเงินจะล็อกจนถึงวันนั้น สาม—เทียบผลตอบแทนกับฝากประจำอายุใกล้กันในตารางถัดไปก่อนตัดสินใจ สี่—จำไว้ว่าดอกเบี้ยพันธบัตรถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เหมือนดอกเบี้ยเงินฝาก ตัวเลขในโฆษณายังไม่หักภาษี

พันธบัตรต่างจากหุ้นกู้เอกชนตรงไหน

นี่คือจุดที่คนสับสนบ่อยที่สุด เพราะพันธบัตรรัฐบาลกับหุ้นกู้เอกชนหน้าตาเหมือนกันมาก — ทั้งคู่คือการให้กู้เงินแลกดอกเบี้ยและคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนด ความต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวลูกหนี้และความเสี่ยงผิดนัดชำระ พันธบัตรมีรัฐบาลค้ำ ความเสี่ยงเครดิตต่ำสุด แลกกับดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ส่วนหุ้นกู้เอกชนมีบริษัทค้ำ ความเสี่ยงสูงขึ้นตามอันดับเครดิตของบริษัท แลกกับดอกเบี้ยที่สูงกว่าเพื่อจ่าย "ค่าจ้างรับความเสี่ยง" ให้คุณ ใครยังไม่เคยอ่านฝั่งเอกชนแนะนำให้ดูควบคู่กันที่หุ้นกู้คืออะไร — ดอกสูงกว่าเงินฝากเท่าตัว แต่บทเรียน default สอนอะไรเรา จะเห็นภาพความเสี่ยงอีกด้านชัดขึ้น

อีกความต่างที่ปฏิบัติได้จริงคือหุ้นกู้เอกชนมีให้เลือกเยอะกว่ามากและออกถี่กว่า เพราะบริษัทหลายพันแห่งต่างระดมทุน ขณะที่พันธบัตรออมทรัพย์ออกเป็นรุ่นตามแผนของรัฐ ปีหนึ่งไม่กี่รุ่น การวางแผนซื้อพันธบัตรจึงต้องรอจังหวะรุ่นเปิดขายมากกว่า และเรื่องภาษีดอกเบี้ยทั้งสองฝั่งถูกหัก 15% เหมือนกัน ไม่ได้มีข้อได้เปรียบทางภาษีต่อกันสำหรับรายย่อยทั่วไป

ประเด็นพันธบัตรออมทรัพย์ฝากประจำหุ้นกู้เอกชน
ผู้ค้ำ / ความเสี่ยงผิดนัด รัฐบาล — ต่ำสุด ธนาคาร + คุ้มครองเงินฝากตามวงเงิน บริษัทเอกชน — ตามอันดับเครดิต
ผลตอบแทนโดยประมาณ (ต่อปี) ~2.5–3.5% ~1.5–2.5% ~3–5%+
ขั้นต่ำเริ่มต้น หลักพันบาท หลักร้อยถึงพันบาท มัก 100,000 บาท
ระยะเวลา ราว 3–10 ปี 3 เดือน–3 ปีเป็นหลัก ราว 2–7 ปี
ขายก่อนครบกำหนด ได้ในตลาดรอง ราคาผันผวนตามดอกเบี้ย ถอนก่อนได้ แต่เสียดอกทิ้งเกือบหมด ตลาดรองเบาบาง ขายยาก
ภาษีดอกเบี้ย หัก ณ ที่จ่าย 15% หัก ณ ที่จ่าย 15% หัก ณ ที่จ่าย 15%

ภาพเทียบผลตอบแทนโดยประมาณต่อปี (ใช้ค่ากลางของช่วงในตาราง ยังไม่หักภาษี 15%)

วิธีอ่านตารางนี้ให้เป็น: ทั้งสามตัวไม่ได้แข่งกันเพื่อหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว แต่ทำหน้าที่ต่างกันในพอร์ต ฝากประจำคือที่พักเงินสภาพคล่องพอใช้ พันธบัตรคือฐานปลอดภัยผลตอบแทนสูงกว่าฝากเล็กน้อย และหุ้นกู้คือส่วนเพิ่มผลตอบแทนที่แลกด้วยความเสี่ยงเครดิตจริง ๆ

อยากดูว่ามีพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นไหนเปิดขายอยู่?

แอปธนาคารและแพลตฟอร์มลงทุนยุคนี้แสดงพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นที่เปิดจอง พร้อมอัตราดอกเบี้ยและวันครบกำหนดให้เทียบชัด ๆ เปิดบัญชีลงทุนออนไลน์แล้วเตรียมเงินให้พร้อมก่อนรุ่นดอกดีปิด

ดูพันธบัตรที่เปิดจอง

ขายก่อนครบกำหนด: ราคาผันผวนตามดอกเบี้ย และภาษี 15%

ข้อดีของพันธบัตรรัฐบาลเทียบกับฝากประจำและหุ้นกู้รายย่อยคือตลาดรองมีสภาพคล่องดีกว่า คุณขายก่อนครบกำหนดได้จริง แต่คำว่า "ขายได้" ไม่ได้แปลว่า "ได้เงินต้นคืนเท่าเดิมเสมอ" และนี่คือจุดที่คนติดคำว่ารัฐบาลค้ำแล้วเข้าใจผิดบ่อยที่สุด ราคาพันธบัตรในตลาดรองวิ่งสวนทางกับดอกเบี้ยตลาด ถ้าคุณถือพันธบัตรดอก 3% แล้วดอกเบี้ยในตลาดขยับขึ้นเป็น 4% พันธบัตรเก่าของคุณที่ให้แค่ 3% ย่อมมีคนอยากซื้อในราคาต่ำลง คุณจึงอาจขายขาดทุนจากเงินต้นได้ กลับกัน ถ้าดอกเบี้ยตลาดลดลง พันธบัตรเก่าที่ล็อกดอกสูงไว้จะมีราคาสูงขึ้น

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติจึงเป็นแบบเดียวกับตราสารหนี้ทุกชนิด: ถ้าตั้งใจถือจนครบกำหนด ความผันผวนราคาระหว่างทางไม่มีผลกับคุณ เพราะรัฐจะคืนเงินต้นเต็มจำนวนวันครบกำหนดอยู่แล้ว ความเสี่ยงราคานี้กระทบเฉพาะคนที่จำเป็นต้องขายกลางคัน เพราะฉะนั้นอย่าเอาเงินที่รู้อยู่แล้วว่าจะต้องใช้ก่อนพันธบัตรครบกำหนดมาซื้อ ให้ถือว่าอายุ 5 ปีคือ 5 ปีจริง ๆ เหมือนที่เราย้ำในฝั่งหุ้นกู้

ส่วนเรื่องภาษี ดอกเบี้ยพันธบัตรถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เหมือนดอกเบี้ยเงินฝาก หมายความว่าพันธบัตรที่จ่ายดอก 3% ต่อปี เงินที่เข้ากระเป๋าจริงหลังหักภาษีจะเหลือราว 2.55% ต่อปี ตัวเลขนี้สำคัญเวลาเทียบกับทางเลือกอื่น ต้องเทียบที่ผลตอบแทนหลังภาษีให้ตรงกันทั้งสองฝั่ง อย่าเอาดอกก่อนหักภาษีของตัวหนึ่งไปเทียบดอกหลังหักของอีกตัว

ผลตอบแทนจากพันธบัตรภาษีของบุคคลธรรมดาหมายเหตุ
ดอกเบี้ยพันธบัตร หัก ณ ที่จ่าย 15% เลือกให้เป็นภาษีสุดท้าย (final tax) ได้ ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณปลายปี
กำไรจากการขายพันธบัตรก่อนครบกำหนด ถือเป็นเงินได้ ส่วนต่างราคาที่ขายได้เกินราคาซื้อ ถือเป็นเงินได้ของบุคคลธรรมดา

ที่มา: กรมสรรพากร — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 — เป็นเพดาน/เกณฑ์ตามกฎหมาย อัตราจริงของแต่ละผู้ให้บริการอาจต่างออกไป โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุด

สองความเสี่ยงที่คำว่ารัฐบาลค้ำไม่ได้ปกป้อง หนึ่ง—ความเสี่ยงดอกเบี้ย (ราคาตลาดรองแกว่ง) ที่กระทบเฉพาะเมื่อขายก่อนครบ สอง—ความเสี่ยงเงินเฟ้อ ถ้าพันธบัตรให้ 3% แต่เงินเฟ้อวิ่ง 3% เท่ากัน ผลตอบแทนแท้จริงของคุณคือศูนย์ กำลังซื้อไม่โต การล็อกเงินไว้ยาวในดอกต่ำช่วงเงินเฟ้อสูงจึงมีต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็นบนหน้าสัญญา
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

พันธบัตรรัฐบาลคือการให้รัฐกู้เงิน ความเสี่ยงผิดนัดชำระต่ำสุดในตลาดตราสารหนี้ไทย จึงถูกใช…

2

พันธบัตรออมทรัพย์คือรุ่นที่รายย่อยซื้อได้จริง เริ่มหลักพันบาท ผ่านแอปเป๋าตัง (สบม.) หรือ…

3

"ปลอดภัย" หมายถึงความเสี่ยงเครดิตต่ำ ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง — ราคายังผันผวนตามดอกเบ…

วางพันธบัตรเป็นส่วนปลอดภัยของพอร์ตยังไง

เมื่อเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดแล้ว คำถามที่เหลือคือควรวางพันธบัตรตรงไหนของพอร์ต คำตอบของเราตรงไปตรงมา: พันธบัตรคือฐานปลอดภัยของพอร์ต ไม่ใช่เครื่องยนต์สร้างผลตอบแทน หน้าที่ของมันคือลดความผันผวนโดยรวม และเป็นเงินที่ยังงอกเงยดีกว่าปล่อยไว้ในออมทรัพย์ ให้พอร์ตทั้งพอร์ตไม่เหวี่ยงแรงเกินไปเวลาหุ้นตก ไม่ใช่ตัวที่จะพาพอร์ตโตแซงเงินเฟ้อระยะยาว งานนั้นเป็นของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง

สัดส่วนที่เหมาะขึ้นกับอายุและความเสี่ยงที่รับได้ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน คนใกล้เกษียณหรือรับความผันผวนได้น้อยควรมีสัดส่วนตราสารหนี้รวมทั้งพันธบัตรและหุ้นกู้สูงกว่าคนวัยเริ่มทำงานที่ยังมีเวลารอตลาดฟื้นได้อีกหลายสิบปี วิธีคิดสัดส่วนทั้งพอร์ตแบบเป็นระบบ พร้อมพอร์ตตัวอย่างตามช่วงอายุ อ่านได้ที่จัดพอร์ตลงทุนตามอายุและความเสี่ยง ซึ่งวางพันธบัตรไว้เป็นหนึ่งในห้าขาของพอร์ตที่กระจายดี

อยากเห็นภาพว่าพันธบัตรดอก 3% ต่อปีทบไปเรื่อย ๆ โตเป็นเท่าไหร่ในสิบปี และส่วนต่างดอกเบี้ยเล็ก ๆ กลายเป็นเงินก้อนได้ยังไง กดเครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้นใส่ตัวเลขของตัวเองดูได้เลย

ย้ำก่อนจาก พันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรออมทรัพย์เป็นเครื่องมือที่ดีมากสำหรับงานที่มันถูกออกแบบมา: เก็บเงินก้อนที่ยังไม่อยากเสี่ยง ให้ได้ดอกสูงกว่าฝากประจำเล็กน้อย บนความเสี่ยงผิดนัดชำระที่ต่ำสุดในประเทศ — แต่มันไม่ใช่เครื่องปั๊มผลตอบแทน และไม่ควรเป็นทั้งพอร์ต ตัวเลขดอกเบี้ยและเงื่อนไขทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบหนังสือชี้ชวนจริงของรุ่นที่เปิดขายก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ตราสารหนี้ · พันธบัตรอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง