สรุปใน 30 วินาที
  • ค่าชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมายยกเว้นภาษีในส่วนไม่เกินค่าจ้าง 300 วันสุดท้ายและไม่เกิน 600,000 บาท — ลาออกเองไม่ได้สิทธินี้
  • เงินก้อนที่เหลือ ถ้าอายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ใช้สิทธิ "แยกคำนวณ" ในใบแนบ ภ.ง.ด.90/91 ประหยัดภาษีได้หลายเท่า
  • อย่ารีบถอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เป็นเงินสด — คงเงินไว้หรือโอนไป RMF for PVD ภาษีเป็นศูนย์
  • ปีหลังตกงานฐานภาษีต่ำ เป็นปีทองสำหรับวางแผน และให้ยื่นแบบเสมอเพื่อขอคืนภาษีที่ถูกหักเกิน
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ กรมสรรพากร · สำนักงานประกันสังคม · สำนักงาน ก.ล.ต. — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผลิตภัณฑ์การเงิน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพดานยกเว้นภาษีและสูตรคำนวณอิงข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรอีกครั้ง — เงินก้อนออกจากงานเป็นเรื่องที่ตัวเลขต่างกันมากตามเคส ควรคำนวณของตัวเองก่อนเซ็นรับทุกครั้ง

วันที่ถูกเรียกเข้าห้องประชุมแล้วออกมาพร้อมซองขาว ภาษีคือเรื่องสุดท้ายที่ใครอยากคิด แต่มันควรเป็นเรื่องแรก ๆ — เพราะการตัดสินใจสองสามอย่างในสัปดาห์นั้น ตั้งแต่การเซ็นรับเงินก้อน ไปจนถึงการกดถอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ "เอาไว้ก่อน" มีผลต่างทางภาษีได้ถึงหลักแสนบาท และเกือบทั้งหมดแก้ย้อนหลังไม่ได้ ความจริงที่คนไม่ค่อยรู้คือกฎหมายภาษีไทยใจดีกับคนออกจากงานมากกว่าที่คิด ทั้งเพดานยกเว้นค่าชดเชยและสิทธิแยกคำนวณที่กดภาษีลงหลายเท่า — แต่ใจดีเฉพาะกับคนที่รู้ว่าสิทธิเหล่านี้มีอยู่และกรอกให้ถูกช่อง บทความนี้ไล่ให้ครบตั้งแต่แยกประเภทเงินก้อน สูตรคำนวณ ไปจนถึงแผนปีถัดไป

เงินก้อนวันออกจากงานมีหลายประเภท — ภาษีปฏิบัติกับมันคนละแบบ

เงินที่โอนเข้าบัญชีเดือนสุดท้ายมักมาเป็นก้อนเดียว แต่ในสายตากฎหมายมันคือเงินหลายประเภทที่ชะตากรรมทางภาษีต่างกันสิ้นเชิง ขั้นแรกของการวางแผนคือกางสลิปก้อนสุดท้ายแล้วแยกให้ออกว่าอะไรเป็นอะไร

ก้อนเงินได้เมื่อไหร่สถานะภาษี
ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดยกเว้นภาษีถึงเพดาน (ดูหัวข้อถัดไป) ส่วนเกินเสียภาษีแต่เข้าใบแนบได้
ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ("ค่าตกใจ")ถูกเลิกจ้างทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้าเสียภาษี — ไม่อยู่ในข่ายยกเว้นแบบค่าชดเชย
เงินตอบแทนสมัครใจ / แพ็กเกจ Early Retirementนายจ้างจ่ายเพิ่มตามข้อตกลงเสียภาษีเต็มก้อน แต่ใช้สิทธิแยกคำนวณได้ถ้าเข้าเงื่อนไข
เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)เมื่อสิ้นสมาชิกภาพและเลือกถอนส่วนสะสมของตัวเองไม่เสีย ส่วนสมทบนายจ้าง + ผลประโยชน์ทั้งหมดเสียภาษีถ้าถอนก่อนเกณฑ์เกษียณ
เงินเดือนค้าง ค่าวันหยุดที่ไม่ได้ใช้งวดสุดท้ายเงินได้ปกติตามมาตรา 40(1) — รวมคำนวณตามเดิม
ลาออกเอง = ไม่มีค่าชดเชย และไม่มีสิทธิยกเว้นก้อนนั้น สิทธิยกเว้นภาษีค่าชดเชยผูกกับการถูกเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเท่านั้น คนลาออกเองได้เฉพาะเงินที่นายจ้างสมัครใจจ่ายกับเงิน PVD ซึ่งเสียภาษีตามเกณฑ์ปกติ ใครกำลังเจรจาแพ็กเกจ "สมัครใจลาออก" ควรเข้าใจจุดนี้ก่อนเซ็น เพราะถ้อยคำในหนังสือเลิกสัญญาว่าเป็นการเลิกจ้างหรือการลาออก มีผลต่อภาษีต่างกันเป็นหลักหมื่นถึงแสน — เรื่องนี้ต่อรองกันได้และควรต่อรอง

ค่าชดเชยตามกฎหมาย: ยกเว้นภาษีถึงเพดาน แต่ไม่ใช่ไร้ขีดจำกัด

ค่าชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินค่าจ้างของการทำงาน 300 วันสุดท้าย และไม่เกิน 600,000 บาท (เพดาน ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดอีกครั้ง เพราะเกณฑ์นี้เคยถูกปรับเพิ่มมาแล้ว) พูดให้เป็นภาพ: มนุษย์เงินเดือน 40,000–60,000 บาทที่ถูกเลิกจ้าง ค่าชดเชยตามกฎหมายมักหลุดภาษีทั้งก้อนหรือเกือบทั้งก้อน ส่วนผู้บริหารเงินเดือนสูงที่ค่าชดเชยทะลุ 600,000 จะมีส่วนเกินที่ต้องเสียภาษี — แต่ส่วนเกินนั้นยังเอาเข้าสิทธิแยกคำนวณในหัวข้อถัดไปได้ ไม่ได้โดนอัตราเต็มทันที

ข้อจำกัดที่คนพลาดบ่อยมีสองข้อ ข้อแรก การยกเว้นนี้ไม่ครอบคลุมค่าชดเชยกรณีเกษียณอายุหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดเวลา — แม้กฎหมายแรงงานถือว่าการเกษียณเป็นการเลิกจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชยเหมือนกัน แต่ฝั่งภาษีตีเส้นแยกไว้ คนวัยเกษียณจึงต้องพึ่งสิทธิแยกคำนวณเป็นหลัก ข้อสอง ยอดยกเว้นคิดจากค่าชดเชยตามกฎหมายเท่านั้น เงินที่นายจ้างแถมเกินหน้าที่ไม่ว่าจะเรียกชื่ออะไร ไม่ได้อานิสงส์จากเพดานนี้

"แยกคำนวณ" ในใบแนบ ภ.ง.ด.90/91 — สิทธิที่ประหยัดที่สุดของคนอายุงานเกิน 5 ปี

นี่คือหัวใจของบทความ เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน — ส่วนเกินเพดานค่าชดเชย เงินตอบแทนพิเศษ เงิน PVD ส่วนที่ต้องเสียภาษี — กฎหมายให้สิทธิเลือกแยกคำนวณต่างหากในใบแนบแทนการนำไปรวมกับเงินเดือนทั้งปี เงื่อนไขหลักคือมีอายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และได้รับเงินภายในปีภาษีเดียวกัน วิธีคำนวณในใบแนบ: หักค่าใช้จ่ายก้อนแรกเท่ากับ 7,000 บาทคูณจำนวนปีที่ทำงาน เหลือเท่าไหร่หักได้อีกครึ่งหนึ่ง แล้วจึงคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้าจากยอดที่เหลือโดยไม่ต้องเอาไปกองรวมกับเงินได้อื่น

ทำไมมันประหยัดมหาศาล — เพราะปีที่ถูกเลิกจ้าง คุณมักรับเงินเดือนมาแล้ว 6–11 เดือน ฐานภาษีไต่ไปถึงขั้น 15–25% แล้ว ถ้าเงินก้อนหลายแสนเข้ามากองทับ มันจะโดนภาษีที่อัตราส่วนเพิ่มทั้งก้อน การแยกคำนวณดึงเงินก้อนออกไปเริ่มนับอัตราใหม่จากศูนย์ แถมหักค่าใช้จ่ายสองชั้นก่อน ผลลัพธ์สุทธิมักต่างกันหลายเท่าตัว มีข้อสังเกตหนึ่งที่ควรรู้: การคำนวณในใบแนบไม่ได้รับยกเว้นเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกแบบการคำนวณปกติ ภาษีเริ่มเดินที่ขั้น 5% ตั้งแต่บาทแรก — ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกกว่าการยื่นรวมในแทบทุกเคสที่เราเคยคำนวณ

อายุงานนับยังไง และใครไม่ถึง 5 ปี การนับปีเพื่อใช้สิทธิใบแนบ เศษของปีที่ถึงเกณฑ์ (เกิน 183 วัน) นับเป็นหนึ่งปี ทำงาน 4 ปี 8 เดือนจึงนับเป็น 5 ปีและใช้สิทธิได้ ส่วนคนอายุงานไม่ถึงเกณฑ์จริง ๆ เงินก้อนทุกบาทที่ไม่เข้าข่ายยกเว้นต้องรวมคำนวณกับเงินได้ปกติ — กลุ่มนี้ยิ่งต้องเช็กว่าค่าชดเชยตามกฎหมายถูกแยกออกจากยอดรวมก่อนคิดภาษีแล้วจริง เพราะฝ่ายบุคคลบางแห่งหักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดรวมทั้งก้อนแบบเหมา แล้วปล่อยให้พนักงานไปตามขอคืนเอง

ตัวอย่างคำนวณทีละบรรทัด — เงินเดือน 50,000 อายุงาน 10 ปี

สมมติพนักงานเงินเดือน 50,000 บาท อายุงาน 10 ปี ถูกเลิกจ้างกลางปี ได้ค่าชดเชยตามกฎหมาย 10 เดือน (ราว 300 วัน) เป็นเงิน 500,000 บาท นายจ้างจ่ายเงินตอบแทนพิเศษเพิ่มอีก 300,000 บาท และถอน PVD ออกมาโดยส่วนสมทบนายจ้างบวกผลประโยชน์รวม 400,000 บาท ตัวเลขกลม ๆ เพื่อให้เห็นวิธีคิด

ขั้นตอนจำนวน (บาท)
ค่าชดเชยตามกฎหมาย 500,000 — ไม่เกินทั้งเพดาน 300 วันและ 600,000ยกเว้นทั้งก้อน
เงินก้อนที่ต้องเสียภาษี (300,000 + PVD ส่วนที่ไม่ยกเว้น 400,000)700,000
หักค่าใช้จ่ายก้อนแรก 7,000 × 10 ปี−70,000
เหลือ 630,000 หักต่ออีกครึ่งหนึ่ง−315,000
ยอดสำหรับคำนวณภาษีในใบแนบ315,000
ภาษีตามใบแนบ (300,000 แรกที่ 5% + ส่วนเกินที่ 10%)~16,500
เทียบกรณีนำ 700,000 ไปรวมกับเงินเดือนครึ่งปีแรก (โดนช่วง 15–20%)~100,000–130,000

ภาพเทียบภาษีเงินก้อน 700,000 บาท: แยกคำนวณในใบแนบ vs นำไปรวมกับเงินเดือนครึ่งปี (ประมาณการ)

ผลต่างราวแสนบาทจากการติ๊กช่องให้ถูกช่องเดียว — และในระบบ E-filing สิทธินี้ไม่ได้เปิดใช้เองอัตโนมัติ คุณต้องเลือกกรอก "ใบแนบเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน" ตัวเลขในตารางเป็นการประมาณจากโครงสร้างอัตรา ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนยื่นจริง และถ้าเงินก้อนของคุณใหญ่กว่านี้มาก การจ่ายค่าที่ปรึกษาภาษีสักหนึ่งชั่วโมงคือเงินที่คุ้มที่สุดของปีนั้น

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ — จุดที่คนเสียเงินฟรีมากที่สุด

ความผิดพลาดอันดับหนึ่งที่เราเห็นซ้ำทุกรอบเศรษฐกิจไม่ดี: ออกจากงานปุ๊บ ถอน PVD เป็นเงินสดทันที "เผื่อไว้ก่อน" ทั้งที่ยังไม่มีแผนใช้ เงินใน PVD แบ่งเป็นสี่ส่วน — เงินสะสมของคุณเอง (ก้อนนี้ไม่เสียภาษีเพราะเคยเสียมาแล้วตอนเป็นเงินเดือน) ผลประโยชน์ของเงินสะสม เงินสมทบนายจ้าง และผลประโยชน์ของเงินสมทบ สามก้อนหลังนี้เสียภาษีทันทีที่ถอนก่อนเกณฑ์เกษียณ (อายุครบ 55 ปีและเป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งถ้าครบทั้งสองเงื่อนไขจะยกเว้นหมดทั้งก้อน)

ทางเลือกที่ไม่เสียภาษีสักบาทมีอยู่และง่ายกว่าที่คิด: คงเงินไว้ในกองทุนเดิมโดยจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีเล็กน้อยรอจนได้งานใหม่แล้วโอนเข้ากองทุนของนายจ้างใหม่ หรือโอนไป RMF for PVD เพื่อให้เงินลงทุนต่อเนื่องโดยสถานะภาษียังแช่แข็งไว้เหมือนเดิม รายละเอียดข้อดีข้อเสียของแต่ละทาง รวมถึงกรณีที่การถอนคือคำตอบที่ถูก เราเขียนละเอียดไว้ในคู่มือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนใครจำเป็นต้องถอนจริงเพราะสภาพคล่อง ถ้าอายุงานถึง 5 ปี อย่างน้อยให้เอาก้อนที่เสียภาษีเข้าใบแนบแยกคำนวณตามหัวข้อก่อนหน้า

ลำดับการตัดสินใจเรื่อง PVD ที่เราแนะนำ หนึ่ง — ถ้าไม่เดือดร้อนเงิน: คงเงินไว้ในกองทุนหรือโอนไป RMF for PVD ภาษีเป็นศูนย์และเงินโตต่อ สอง — ถ้าน่าจะได้งานใหม่ในไม่กี่เดือน: คงเงินรอโอนเข้ากองทุนที่ใหม่ สาม — ถ้าจำเป็นต้องใช้จริง: ถอนเฉพาะเท่าที่ต้องใช้ไม่ได้ (PVD ถอนบางส่วนไม่ได้ ต้องออกทั้งก้อน) ดังนั้นชั่งให้ดีระหว่างแตะทั้งก้อนวันนี้กับหาสภาพคล่องทางอื่นก่อน — เงินสำรองหกเดือนที่ควรมีอยู่แล้วเกิดมาเพื่อสถานการณ์นี้โดยเฉพาะ
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

ค่าชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมายยกเว้นภาษีในส่วนไม่เกินค่าจ้าง 300 วันสุดท้ายและไม่เกิน 600,000…

2

เงินก้อนที่เหลือ ถ้าอายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ใช้สิทธิ "แยกคำนวณ" ในใบแนบ ภ.ง.ด.90/91 ปร…

3

อย่ารีบถอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เป็นเงินสด — คงเงินไว้หรือโอนไป RMF for PVD ภาษีเป็…

ปีถัดไปฐานภาษีต่ำ — พลิกปีที่แย่ให้เป็นปีวางแผน

เรื่องสุดท้ายที่แทบไม่มีใครพูดถึง: ปีหลังตกงานคือปีทองทางภาษี รายได้ที่หายไปทำให้ฐานภาษีของคุณร่วงลงมาอยู่ขั้น 0–10% ซึ่งเปิดโอกาสที่ปีรายได้ปกติไม่มีให้ เช่น การเลือกยื่นรวมเงินปันผลเพื่อขอเครดิตภาษีคืนซึ่งคุ้มที่สุดตอนฐานต่ำ การขายกองทุนหรือสินทรัพย์ที่มีภาระภาษีสะสมออกมาในปีที่อัตราต่ำ หรือแม้แต่การรับงานฟรีแลนซ์ที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% แล้วได้คืนเกือบทั้งหมดตอนยื่นแบบ ฝั่งประกันสังคม เงินทดแทนกรณีว่างงานที่ได้รับก็อยู่ในข่ายยกเว้นภาษี อย่าลืมไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วันเพื่อรักษาสิทธิ

และไม่ว่าปีนั้นรายได้จะน้อยแค่ไหน ยื่นแบบเสมอ — เพราะภาษีที่ถูกหักไว้ตอนต้นปีจากเงินเดือนหลายเดือนนั้นคำนวณบนสมมติฐานว่าคุณจะมีรายได้ทั้งปี พอรายได้จริงขาดช่วง ส่วนที่หักเกินจะกลายเป็นเงินคืนก้อนไม่เล็ก คนที่ไม่ยื่นเพราะคิดว่า "ปีนี้ไม่มีอะไรต้องเสีย" กำลังทิ้งเงินตัวเองไว้ที่กรมสรรพากร วางแผนภาพรวมของปีฟื้นตัวต่อได้ในปฏิทินภาษีทั้งปี และถ้าเงินก้อนที่ได้มายังไม่มีที่ไป อย่าปล่อยให้มันนอนในบัญชีออมทรัพย์จนละลายไปกับค่าใช้จ่ายรายวัน

เงินก้อนสุดท้ายจากงานเก่า คือเงินตั้งต้นของแผนใหม่

แบ่งเงินก้อนเป็นสามส่วน — สำรองฉุกเฉิน 6–12 เดือน พักในที่ปลอดภัย และลงทุนระยะยาว เปิดบัญชีกองทุนรวมออนไลน์ทำได้ในวันเดียว เริ่มจากกองตลาดเงินสำหรับส่วนที่ต้องถอนได้เร็ว แล้วค่อยขยับส่วนที่เหลือเมื่อแผนชัด

เปิดบัญชีกองทุนรวม
Severance & Taxอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง