สรุปใน 30 วินาที
  • ก่อนเซ็นอะไร เช็คให้ชัดว่า "ถูกเลิกจ้าง" หรือ "ลาออก" — มูลค่าต่างกันเป็นแสน อย่าเซ็นใบลาออกถ้าจริง ๆ ถูกเลิกจ้าง
  • ขึ้นทะเบียนว่างงานภายใน 30 วัน กรณีเลิกจ้างได้ราว 60% ของค่าจ้าง (ฐานไม่เกิน 17,500) สูงสุด 180 วัน
  • โทรเจรจาแบงก์ก่อนขาดส่งงวดแรก ไม่ใช่หลังขาดส่ง และสมัคร ม.39 ภายในเส้นตาย 6 เดือน
  • ห้ามถอน PVD ทันที ห้ามรูดบัตรใช้ชีวิตแบบเดิม (ดอก 16%/ปี) และอย่าเอาเงินชดเชยไปลงทุนเสี่ยงสูง

อยากรู้ว่าถูกเลิกจ้างควรได้ค่าชดเชยเท่าไหร่? ลองเครื่องคำนวณค่าชดเชยเลิกจ้าง กรอกเงินเดือนกับอายุงาน รู้ทันทีว่าได้กี่วัน กี่บาท ตาม ม.118 และส่วนไหนยกเว้นภาษี

แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) · สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) · สำนักงานประกันสังคม — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นในบทความเป็นของกองบรรณาธิการ ไม่ได้ถูกกำหนดโดยพันธมิตร

การตกงานกะทันหันคือวิกฤตการเงินที่คนวัยทำงานมีโอกาสเจอมากที่สุด มากกว่าตลาดหุ้นพัง มากกว่าป่วยหนัก แต่กลับเป็นเรื่องที่แทบไม่มีใครมีแผนรองรับเป็นลายลักษณ์อักษร ผลคือการตัดสินใจสำคัญที่สุดหลายเรื่องถูกตัดสินในสัปดาห์ที่สภาพจิตใจแย่ที่สุด และความเสียหายจำนวนมากไม่ได้มาจากการขาดรายได้ แต่มาจากการตัดสินใจพลาดในช่วงนั้น

บทความนี้คือแผน 90 วันที่เรียงตามลำดับเวลาจริง อะไรต้องทำวันแรก อะไรรอได้ถึงเดือนสอง ตัวเลขสิทธิประโยชน์ทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 ซึ่งเกณฑ์ประกันสังคมเพิ่งปรับใหม่ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมอีกครั้งก่อนใช้ตัดสินใจ

สามวันแรก: ตั้งสติ เช็คสถานะ และอย่าเพิ่งเซ็นอะไร

คำถามแรกที่ต้องตอบให้ชัดก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ คือ คุณ "ถูกเลิกจ้าง" หรือ "ลาออก" เพราะสองคำนี้มีมูลค่าต่างกันเป็นแสน ถูกเลิกจ้างได้ทั้งค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานและเงินทดแทนว่างงานอัตราสูง ส่วนลาออกเองไม่ได้ค่าชดเชยเลยและได้เงินว่างงานอัตราต่ำกว่า บริษัทบางแห่งจึงยื่นใบลาออกให้เซ็น "เพื่อความสวยงามของประวัติ" — อย่าเซ็นทันที ถ้าข้อเท็จจริงคือบริษัทเลิกจ้าง ให้เอกสารระบุว่าเลิกจ้าง หรืออย่างน้อยขอเวลากลับไปอ่านข้อเสนอทั้งหมดหนึ่งคืนเสมอ

ค่าชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมายเริ่มที่ 30 วันของค่าจ้างสำหรับอายุงาน 120 วันขึ้นไป ไต่ขึ้นตามอายุงานเป็น 90, 180, 240, 300 จนถึง 400 วันสำหรับคนทำงานครบ 20 ปี เช็คว่าตัวเลขที่บริษัทเสนอไม่ต่ำกว่าเกณฑ์นี้ และรู้ไว้ว่าค่าชดเชยส่วนหนึ่งได้รับยกเว้นภาษี แต่ส่วนเกินและเงินก้อนอื่นที่จ่ายพร้อมกันมีวิธีคำนวณภาษีเฉพาะที่ทำถูกแล้วประหยัดได้มาก อ่านรายละเอียดที่ภาษีเงินชดเชยเลิกจ้างก่อนถึงรอบยื่นภาษี

สัปดาห์ที่ 1 — ขึ้นทะเบียนว่างงาน และไล่เก็บสิทธิทุกบาท

ภารกิจเดียวที่มีเส้นตายจริงในสัปดาห์แรกคือ ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วันนับจากวันออกจากงาน ทำออนไลน์ผ่านระบบของกรมการจัดหางานได้โดยไม่ต้องไปสำนักงาน ยิ่งช้าเงินทดแทนยิ่งเริ่มนับช้า เงื่อนไขพื้นฐานคือเป็นผู้ประกันตน ม.33 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน

อัตราเงินทดแทนตามเกณฑ์ที่ปรับใหม่ — กรณีถูกเลิกจ้างได้ราว 60% ของค่าจ้าง (ฐานคำนวณไม่เกิน 17,500 บาท) นานสูงสุด 180 วัน คิดเป็นเงินสูงสุดราวเดือนละ 10,500 บาท กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาได้ราว 30% นานสูงสุด 90 วัน หรือราวเดือนละ 5,250 บาท ตัวเลขนี้เพิ่งปรับขึ้นจากเกณฑ์เดิม โปรดเช็คประกาศล่าสุดของประกันสังคมอีกครั้ง และอย่าลืมรายงานตัวออนไลน์ตามนัดทุกเดือน ขาดรายงานตัวคือขาดเงินงวดนั้นทันที

กรณีอัตราเงินทดแทนระยะเวลาสูงสุดเงินสูงสุดต่อเดือน (ฐาน 17,500)
ถูกเลิกจ้าง60%180 วันราว 10,500 บาท
ลาออก / สิ้นสุดสัญญาจ้าง30%90 วันราว 5,250 บาท

ภาพเทียบเงินทดแทนว่างงานสูงสุดต่อเดือน (ฐานคำนวณ 17,500 บาท ตั้งแต่ปี 2569)

สัปดาห์เดียวกันนี้ ไล่เช็คเงินก้อนที่เป็นสิทธิของคุณให้ครบ — เงินเดือนงวดสุดท้ายและค่าวันหยุดพักผ่อนที่ไม่ได้ใช้ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ยังไม่ต้องถอน แค่รู้ยอดและทางเลือก) และถ้าเข้าเกณฑ์เลิกจ้าง ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าอีกหนึ่งงวดในกรณีให้ออกทันที รายการเหล่านี้รวมกันมักใหญ่กว่าที่คิด และเป็นเชื้อเพลิงหลักของ 90 วันข้างหน้า

สัปดาห์ที่ 2–4 — ตัดรายจ่าย เรียงหนี้ เจรจาแบงก์ก่อนขาดส่ง

พอเงินก้อนแรกเข้าและสิทธิถูกยื่นครบ ถึงเวลาทำงบฉบับเอาตัวรอด นั่งลิสต์รายจ่ายทั้งหมดแล้วแบ่งเป็นสามกอง — ต้องจ่าย (ผ่อนบ้าน ค่าเช่า อาหาร ค่าเดินทาง ประกันที่จำเป็น) เลื่อนได้ (เสื้อผ้า สังสรรค์ ของใช้ไม่เร่งด่วน) และตัดทันที (สตรีมมิงซ้ำซ้อน ฟิตเนสที่ไม่ได้ไป ของจุกจิกรายเดือนทุกชนิด) เป้าหมายคือกดรายจ่ายลงให้ต่ำกว่าปกติ 30–40% ภายในสิ้นเดือนแรก ซึ่งครัวเรือนส่วนใหญ่ทำได้จริงถ้ายอมตัดก่อนเจ็บ ไม่ใช่ตัดหลังเงินหมด

ฝั่งหนี้ให้เรียงตามความเสียหายถ้าขาดส่ง — หนี้บ้านมาก่อนเพราะเดิมพันคือที่อยู่อาศัย ตามด้วยหนี้รถซึ่งโดนยึดได้เร็วกว่าที่คิด แล้วค่อยถึงบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ที่สำคัญที่สุดคือจังหวะ — โทรหาแบงก์ก่อนขาดส่งงวดแรก ไม่ใช่หลังขาดส่ง สถานะ "ลูกหนี้ดีที่มาขอความช่วยเหลือ" กับ "ลูกหนี้ค้างชำระ" ได้ข้อเสนอคนละระดับ ทุกธนาคารมีมาตรการช่วยลูกหนี้ที่รายได้สะดุด ทั้งพักเงินต้น ลดค่างวด และยืดระยะเวลา ใช้เครื่องมือวางแผนปลดหนี้ช่วยเรียงลำดับก่อนโทรได้

สคริปต์สั้น ๆ เวลาโทรเจรจาแบงก์ บอกสามอย่างให้ชัด — หนึ่ง เพิ่งถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่เท่าไหร่ (มีเอกสาร) สอง ประวัติผ่อนที่ผ่านมาดีมาตลอด สาม ขอเข้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น ลดค่างวดหรือพักเงินต้นชั่วคราว 3–6 เดือน ธนาคารอยากได้ลูกหนี้ที่กลับมาจ่ายได้มากกว่าหนี้เสียอีกก้อนเสมอ ข้อเสนอมีจริง แต่ต้องเป็นฝ่ายขอ

ประกันสุขภาพช่วงว่างงาน: เส้นตาย ม.39 คือ 6 เดือน

หลังออกจากงาน สิทธิรักษาพยาบาลของประกันสังคม ม.33 ยังคุ้มครองต่ออีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติ นี่คือตาข่ายชั่วคราวที่หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมี แต่เส้นตายสำคัญกว่านั้นคือ ถ้าอยากคงสิทธิประกันสังคมต่อแบบไม่มีนายจ้าง ต้องสมัคร ม.39 ภายใน 6 เดือนนับจากวันออกจากงาน จ่ายเองเดือนละหลักร้อย แลกกับสิทธิรักษาพยาบาลและการนับต่อเนื่องของเงินสมทบชราภาพ พลาดเส้นตายนี้แล้วย้อนกลับมาสมัครไม่ได้

แต่เราต้องพูดด้านกลับให้ครบ — ม.39 มีกับดักฐานบำนาญที่ทำให้ค่าเฉลี่ยค่าจ้างที่ใช้คำนวณบำนาญร่วงลงมาก ถ้าคุณส่ง ม.33 มานานและใกล้เกณฑ์รับบำนาญ การตัดสินใจนี้มีมูลค่าต่างกันเป็นล้าน อ่านกลไกเต็ม ๆ ในคู่มือประกันสังคม ม.33 / ม.39 / ม.40 ก่อนสมัคร ทางเลือกอีกด้านคือใช้สิทธิบัตรทองซึ่งครอบคลุมการรักษาพื้นฐานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน แล้วพิจารณาประกันสุขภาพเอกชนเติมเฉพาะส่วนที่กังวล — ช่วงไม่มีรายได้ประจำคือช่วงที่ป่วยหนักหนึ่งครั้งพังทั้งแผน

เดือนที่ 2–3 — ยืดเงินสำรองและเปิดก๊อกรายได้ชั่วคราว

ขึ้นเดือนที่สอง ให้คำนวณเลขเดียวที่สำคัญที่สุดของช่วงนี้ — runway หรือจำนวนเดือนที่อยู่ได้ เอาเงินสดทั้งหมดที่มี (รวมค่าชดเชยและเงินว่างงานที่ทยอยเข้า) หารด้วยรายจ่ายฉบับเอาตัวรอดต่อเดือน ได้เท่าไหร่คือเวลาที่เหลือในการหางานโดยไม่ต้องรับงานแรกที่ยื่นมาเพราะจนตรอก ถ้าเคยสร้างเงินสำรองฉุกเฉินไว้ตามแนวทางเงินสำรองฉุกเฉิน นี่คือวันที่มันทำหน้าที่ของมัน — และใช้มันได้เต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกผิด มันถูกเก็บมาเพื่อวันนี้

วิธียืด runway มีสองทางพร้อมกัน ฝั่งรายจ่ายให้รีวิวซ้ำทุกสิ้นเดือนว่ามีอะไรตัดเพิ่มได้ ฝั่งรายได้ให้เปิดก๊อกชั่วคราวโดยไม่ต้องรอ "งานในฝัน" — งานฟรีแลนซ์จากทักษะเดิม สอนพิเศษ หรือขายของที่ไม่ใช้แล้ว รายได้เดือนละ 5,000–10,000 ในช่วงนี้ไม่ใช่เงินเล็ก มันคือ runway ที่ยาวขึ้นอีกเป็นเดือน ดูช่องทางที่เริ่มได้เร็วในรายได้เสริม 15 ช่องทาง และจำไว้ว่างานชั่วคราวไม่ใช่การยอมแพ้ มันคือการซื้อเวลาให้เลือกงานถัดไปได้อย่างมีอำนาจต่อรอง

ช่วงเวลาภารกิจหลักอย่าพลาด
วันที่ 1–3เช็คสถานะเลิกจ้าง/ลาออก รวบรวมเอกสาร เช็คค่าชดเชยอย่าเซ็นใบลาออกถ้าถูกเลิกจ้าง
สัปดาห์ที่ 1ขึ้นทะเบียนว่างงานออนไลน์ ไล่เก็บเงินก้อนทุกสิทธิเส้นตายขึ้นทะเบียน 30 วัน
สัปดาห์ที่ 2ทำงบเอาตัวรอด ตัดรายจ่ายทันที 30–40%ตัดก่อนเจ็บ ไม่ใช่หลังเงินหมด
สัปดาห์ที่ 3–4เรียงหนี้ตามความเสียหาย โทรเจรจาแบงก์โทรก่อนขาดส่งงวดแรก
เดือนที่ 2คำนวณ runway ตัดสินใจเรื่อง ม.39 / บัตรทองเส้นตาย ม.39 คือ 6 เดือน
เดือนที่ 3เปิดรายได้ชั่วคราว รีวิวงบซ้ำ เดินหน้าหางานเต็มตัวรายงานตัวว่างงานทุกเดือน
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

ก่อนเซ็นอะไร เช็คให้ชัดว่า "ถูกเลิกจ้าง" หรือ "ลาออก" — มูลค่าต่างกันเป็นแสน อย่าเซ็นใบล…

2

ขึ้นทะเบียนว่างงานภายใน 30 วัน กรณีเลิกจ้างได้ราว 60% ของค่าจ้าง (ฐานไม่เกิน 17,500) สูง…

3

โทรเจรจาแบงก์ก่อนขาดส่งงวดแรก ไม่ใช่หลังขาดส่ง และสมัคร ม.39 ภายในเส้นตาย 6 เดือน

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดใน 90 วันแรก

ความเสียหายถาวรของช่วงตกงานมักไม่ได้เกิดจากรายได้ที่หาย แต่เกิดจากการตัดสินใจเหล่านี้

  • ถอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ทันที — เจอทั้งภาษีจากการถอนก่อนเกณฑ์และการทำลายเงินทบต้นก้อนใหญ่ที่สุดของชีวิต ทางที่ดีกว่าคือคงเงินไว้ในกองทุนเดิมชั่วคราว หรือโอนย้ายไป RMF for PVD เพื่อให้เงินโตต่อโดยไม่เสียสิทธิภาษี ถอนจริงควรเป็นทางเลือกท้าย ๆ เมื่อเงินสำรองหมดแล้วเท่านั้น
  • รูดบัตรเครดิตใช้ชีวิตแบบเดิม — ดอกเบี้ยบัตรระดับ 16% ต่อปีจะเปลี่ยนช่วงว่างงาน 4 เดือนให้กลายเป็นภาระหนี้ 2 ปี การรักษาไลฟ์สไตล์เดิมด้วยหนี้คือการเอาปัญหาชั่วคราวไปแลกปัญหาถาวร
  • กดเงินสดจากบัตรมาหมุน — ดอกเบี้ยเริ่มนับวันแรกพร้อมค่าธรรมเนียม แพงที่สุดในบรรดาเงินทุกก้อนที่หาได้ ถ้าจำเป็นต้องกู้จริง คุยกับแบงก์เรื่องสินเชื่อที่ดอกต่ำกว่าอย่างมีแผนดีกว่ามาก
  • เอาเงินชดเชยไปลงทุนเสี่ยงสูงหวังงอกเร็ว — เงินก้อนนี้คือเสบียง ไม่ใช่ทุนเก็งกำไร ตลาดไม่สนใจว่าคุณกำลังเดือดร้อน พักไว้ในบัญชีดอกสูงหรือกองทุนตลาดเงินจนกว่าจะมีรายได้ประจำใหม่
  • หายไปจากระบบเงียบ ๆ — ไม่ขึ้นทะเบียนว่างงานเพราะอาย ไม่รายงานตัวเพราะลืม ไม่คุยกับแบงก์เพราะกลัว ทุกความเงียบมีราคาเป็นเงินทั้งนั้น สิทธิไม่วิ่งมาหาคนที่ไม่ยื่นขอ
ระวังมิจฉาชีพที่มากับช่วงเปราะบาง คนเพิ่งตกงานคือเป้าหมายอันดับต้นของ "งานออนไลน์รายได้ดี" ที่ให้โอนเงินค้ำประกันก่อน แชร์ลูกโซ่ และเงินกู้นอกระบบดอกรายวัน กติกาง่าย ๆ — งานจริงไม่เก็บเงินก่อนเริ่มงาน และเงินกู้ที่อนุมัติง่ายผิดปกติแพงเสมอ ช่วงนี้คือช่วงที่ต้องตัดสินใจช้าลง ไม่ใช่เร็วขึ้น
ช่องโหว่ใหญ่สุดช่วงว่างงานคือค่ารักษาพยาบาล

ระหว่างรอตัดสินใจเรื่อง ม.39 หรือเริ่มงานใหม่ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายรายปีช่วยกันเหตุการณ์เดียวที่ทำให้แผน 90 วันพังทั้งแผนได้ เทียบแบบที่เบี้ยพอไหวในช่วงรายได้สะดุดก่อนตัดสินใจ

เทียบประกันสุขภาพเหมาจ่าย

ข้อเท็จจริงที่อยากทิ้งท้าย — คนส่วนใหญ่ที่ตกงานได้งานใหม่ภายใน 3–6 เดือน สิ่งที่แยกคนที่ผ่านช่วงนี้แบบบอบช้ำน้อยออกจากคนที่ใช้เวลาหลายปีเก็บกวาดความเสียหาย ไม่ใช่ขนาดของเงินเก็บอย่างเดียว แต่คือลำดับการตัดสินใจใน 90 วันแรก ทำตามแผนทีละสัปดาห์ เก็บทุกสิทธิ ตัดเร็ว เจรจาก่อนขาดส่ง และอย่าแตะเงินอนาคตจนกว่าจะจำเป็นจริง — เท่านี้การตกงานจะเป็นแค่บทหนึ่ง ไม่ใช่จุดเปลี่ยนของทั้งเรื่อง

รับมือวิกฤตอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง