สรุปใน 30 วินาที
  • ซื้อตราสารหนี้ = คุณเป็นเจ้าหนี้ ผลตอบแทนถูกล็อกไว้ล่วงหน้า ผันผวนน้อยกว่าหุ้นและได้เงินคืนก่อนผู้ถือหุ้นหากผู้ออกล้ม
  • สามทางหลัก: พันธบัตรรัฐบาล (เสี่ยงต่ำสุด เริ่มหลักพัน), หุ้นกู้เอกชน (ดอกสูงแลกเสี่ยงเครดิต มักหลักแสน/รุ่น), กองบอนด์ (ซื้อง่ายหลักร้อย กระจายให้)
  • ดอกเบี้ยขึ้น ราคาบอนด์ลง — ดูเรชันยิ่งยาวราคายิ่งเหวี่ยง แต่ถ้าถือจนครบกำหนดราคาที่สวิงกลางทางไม่กระทบผลตอบแทนสุดท้าย
  • พอร์ตหลักควรอยู่ในกลุ่มระดับลงทุนได้ (BBB− ขึ้นไป); ดอกสูงผิดปกติคือสัญญาณความเสี่ยง ไม่ใช่ของถูก
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ สำนักงาน ก.ล.ต. · ThaiBMA — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังโบรกเกอร์และแพลตฟอร์มการลงทุน หากคุณเปิดบัญชีผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นทั้งหมดเป็นของกองบรรณาธิการ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ตราสารหนี้คืออะไร — สรุปสั้นที่สุด คุณคือเจ้าหนี้

เวลาซื้อหุ้น คุณกลายเป็นเจ้าของบริษัทเสี้ยวหนึ่ง กำไรขาดทุนแบ่งกันไปตามผลประกอบการ แต่เวลาซื้อตราสารหนี้ คุณเปลี่ยนสถานะเป็น เจ้าหนี้ — คุณเอาเงินไปให้ผู้ออก (รัฐบาลหรือบริษัท) กู้ แลกกับสัญญาว่าจะจ่ายดอกเบี้ยตามงวดที่ตกลง แล้วคืนเงินต้นครบเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนด นี่คือความแตกต่างที่เปลี่ยนทุกอย่าง: ผลตอบแทนของคุณถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นตัวเลขชัดเจน ไม่ได้ผูกกับว่าบริษัทจะกำไรมากหรือน้อย

เพราะผลตอบแทนถูกล็อกไว้ ตราสารหนี้จึงผันผวนน้อยกว่าหุ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีลำดับสิทธิ์ได้เงินคืนก่อนผู้ถือหุ้นหากผู้ออกล้มละลาย ราคาที่ต้องจ่ายคือเพดานผลตอบแทน — บอนด์ไม่มีวันโตสิบเท่าเหมือนหุ้นดี ๆ สักตัว มันไม่ได้ออกแบบมาให้รวย แต่ออกแบบมาให้ ไม่จน และให้กระแสเงินไหลเข้าสม่ำเสมอ ซึ่งคนละบทบาทกันโดยสิ้นเชิง

พันธบัตร vs หุ้นกู้ vs กองบอนด์ — สามทางที่ไม่เหมือนกัน

คำสามคำนี้ถูกเรียกรวมว่า "บอนด์" จนมือใหม่นึกว่าเหมือนกัน ทั้งที่ความเสี่ยงและวิธีซื้อต่างกันมาก วางเทียบชัด ๆ แบบนี้

มิติพันธบัตรรัฐบาลหุ้นกู้เอกชนกองทุนตราสารหนี้
ใครเป็นลูกหนี้ รัฐบาลไทย บริษัทเอกชน กระจายหลายผู้ออก
ความเสี่ยงผิดนัด ต่ำที่สุด ปานกลางถึงสูง ขึ้นกับเครดิต เฉลี่ยตามพอร์ตของกอง
ผลตอบแทน ต่ำสุด สูงกว่า แลกกับความเสี่ยง อยู่ตรงกลาง หักค่าธรรมเนียม
เงินขั้นต่ำ หลักพันบาท (พันธบัตรออมทรัพย์) มักหลักแสนบาทต่อรุ่น หลักร้อยถึงพันบาท
ความยุ่งยาก ต้องจับจังหวะรุ่นเปิดขาย ต้องอ่านเครดิตเอง เลือกทีละรุ่น ซื้อง่ายสุด ผู้จัดการกองเลือกให้

พันธบัตรรัฐบาล คือฐานที่ปลอดภัยที่สุดในโลกบอนด์ไทย เพราะลูกหนี้คือรัฐที่มีอำนาจเก็บภาษี โอกาสผิดนัดชำระต่ำมาก พันธบัตรออมทรัพย์รุ่นที่ขายให้รายย่อยมักเริ่มที่หลักพันบาท เหมาะเป็นบอนด์ตัวแรกของทุกคน แลกกับผลตอบแทนที่ต่ำที่สุดในสามทางเลือก

หุ้นกู้เอกชน ให้ดอกสูงกว่าเพราะคุณรับความเสี่ยงเครดิตเพิ่ม — บริษัทมีโอกาสจ่ายไม่ไหวมากกว่ารัฐบาล ยิ่งบริษัทเครดิตต่ำ ยิ่งต้องเสนอดอกสูงเพื่อจูงใจ กับดักคลาสสิกของมือใหม่คือเห็นดอก 6-7% แล้วโดดใส่โดยไม่ดูว่าใครออกและอันดับเครดิตเท่าไหร่ ดอกที่สูงผิดปกติคือตลาดกำลังบอกว่าเสี่ยงสูง ไม่ใช่ของถูก

กองทุนตราสารหนี้ คือทางที่ซื้อง่ายที่สุดสำหรับคนเริ่มต้น ผู้จัดการกองเอาเงินหลายคนมารวมแล้วกระจายซื้อบอนด์หลายสิบรุ่น คุณได้การกระจายความเสี่ยงสำเร็จรูปด้วยเงินหลักร้อยบาท แลกกับค่าธรรมเนียมรายปีและความจริงที่ว่ากองบอนด์ไม่มี "วันครบกำหนด" ตายตัว มูลค่าจึงขึ้นลงตามราคาตลาดได้ อ่านลึกเรื่องนี้ที่กองทุนตราสารหนี้ทำงานยังไง และแยกประเภทรายตัวได้ที่พันธบัตรรัฐบาลกับหุ้นกู้เอกชน

ภาษีของตราสารหนี้ — เทียบผลตอบแทน "หลังภาษี" เสมอ

ดอกเบี้ยบอนด์ไม่ได้เข้ากระเป๋าเต็มจำนวน ดอกเบี้ยพันธบัตรและหุ้นกู้ที่บุคคลธรรมดาได้รับ ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% (และเลือกให้เป็นภาษีสุดท้าย ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณปลายปีได้) ดอกหน้าตั๋ว 4% จึงเหลือเข้ากระเป๋าจริงราว 3.4% ขณะที่กำไรจากการขายคืนหน่วยกองทุนตราสารหนี้ บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี — กองบอนด์จึงได้เปรียบทางภาษีโดยเฉพาะกับคนฐานภาษีสูง เวลาเทียบบอนด์ตรงกับกองบอนด์ ให้เทียบผลตอบแทน "หลังภาษี" เสมอ ไม่ใช่ตัวเลขหน้าตั๋ว เกณฑ์ภาษีเป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง
ผลตอบแทนจากภาษีของบุคคลธรรมดารูปแบบการจัดเก็บ
ดอกเบี้ยหุ้นกู้ / พันธบัตร (ถือตราสารตรง) หัก ณ ที่จ่าย 15% เลือกให้เป็นภาษีสุดท้าย (final tax) ได้ ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณปลายปี
กำไรจากการขายคืนหน่วยกองทุนตราสารหนี้ ยกเว้นภาษี บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีจากกำไรขายคืนหน่วยลงทุน

ที่มา: กรมสรรพากร — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 — เป็นเพดาน/เกณฑ์ตามกฎหมาย อัตราจริงของแต่ละผู้ให้บริการอาจต่างออกไป โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุด

อันดับเครดิต: ตัวเลขที่บอกว่าดอกสูงเพราะอะไร

อันดับเครดิต (credit rating) คือเกรดที่สถาบันจัดอันดับให้กับผู้ออกหุ้นกู้ บอกความน่าจะเป็นที่เขาจะจ่ายคืนได้ครบ ในไทยใช้สเกลตัวอักษรคล้ายสากล ไล่จากดีสุดลงมา

กลุ่มอันดับ (โดยประมาณ)ความหมายคร่าว ๆ
ระดับลงทุนได้AAA ถึง BBB−ความเสี่ยงผิดนัดต่ำ เหมาะกับนักลงทุนทั่วไป
ต่ำกว่าระดับลงทุนBB+ ลงไปดอกสูง แต่เสี่ยงสูงมาก บางครั้งเรียก "high yield"
ไม่จัดอันดับNon-ratedไม่มีเกรด ต้องประเมินเองล้วน ๆ ระวังเป็นพิเศษ

หลักที่เราใช้เอง: สำหรับพอร์ตหลักของคนทั่วไป ควรอยู่ในกลุ่ม ระดับลงทุนได้ (investment grade) เท่านั้น หุ้นกู้ที่ไม่จัดอันดับหรืออันดับต่ำกว่า BBB− ให้ดอกล่อตาล่อใจก็จริง แต่คือการเดิมพันที่มือใหม่มักประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป เกณฑ์และสัญลักษณ์อันดับเครดิตเป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งจากหนังสือชี้ชวนของแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ

ดอกสูงผิดปกติ = สัญญาณ ไม่ใช่โปรโมชัน ถ้าหุ้นกู้รุ่นหนึ่งเสนอดอกสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลหลายเปอร์เซ็นต์ นั่นไม่ใช่ของถูกที่คนอื่นมองข้าม แต่คือค่าชดเชยความเสี่ยงที่ตลาดคำนวณให้แล้ว ก่อนใส่เงิน ถามตัวเองว่าถ้าบริษัทนี้จ่ายไม่ไหวคุณรับได้ไหมที่จะเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมด
หุ้นกู้ด้อยสิทธิ์และหุ้นกู้ perpetual — อย่าดูแค่ดอกสูง หุ้นกู้ดอกเด่น ๆ ที่ขายรายย่อยจำนวนไม่น้อยเป็น หุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ (subordinated) หรือ หุ้นกู้ perpetual ที่ไม่มีกำหนดไถ่ถอน เงื่อนไขที่ซ่อนอยู่คือ หากผู้ออกล้มละลาย คุณมีสิทธิได้รับชำระหนี้เป็นลำดับท้ายสุดในบรรดาเจ้าหนี้ และบางรุ่นผู้ออกมีสิทธิเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยได้โดยไม่ถือว่าผิดนัด ดอกที่สูงกว่าหุ้นกู้ปกติคือค่าชดเชยของเงื่อนไขเหล่านี้ ไม่ใช่ของแถม อ่านหนังสือชี้ชวนหาคำว่า "ด้อยสิทธิ์" หรือ "ไม่มีกำหนดชำระคืน" ให้เจอก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ดอกเบี้ยขึ้น ราคาบอนด์ลง — และดูเรชันเกี่ยวยังไง

นี่คือกลไกที่ทำให้มือใหม่หลายคนตกใจ: บอนด์ที่ควรจะ "ปลอดภัย" กลับขาดทุนได้ในบางช่วง คำอธิบายอยู่ที่ความสัมพันธ์ผกผันระหว่างอัตราดอกเบี้ยตลาดกับราคาบอนด์

สมมติคุณถือหุ้นกู้จ่ายดอก 3% ต่อปี วันหนึ่งดอกเบี้ยตลาดขยับขึ้นเป็น 5% รุ่นใหม่ที่ออกมาจ่าย 5% หมดแล้ว ใครจะอยากซื้อรุ่น 3% ของคุณต่อในราคาเต็ม? คำตอบคือไม่มี — ถ้าคุณอยากขายก่อนครบกำหนด คุณต้องลดราคาลงเพื่อให้ผลตอบแทนรวมของผู้ซื้อเทียบเท่ารุ่นใหม่ ราคาบอนด์จึงตกเมื่อดอกเบี้ยขึ้น และในทางกลับกันราคาบอนด์วิ่งขึ้นเมื่อดอกเบี้ยลง

YTM — ตัวเลขที่ต้องใช้เทียบ ไม่ใช่คูปอง YTM (yield to maturity) คืออัตราผลตอบแทนต่อปีที่จะได้จริงถ้าซื้อบอนด์ ณ ราคาตลาดวันนี้แล้วถือจนครบกำหนด มันนับรวมทั้งดอกเบี้ยคูปองและส่วนต่างระหว่างราคาที่จ่ายจริงกับเงินต้นที่จะได้คืน — บอนด์คูปอง 3% ที่ซื้อได้ต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว อาจให้ผลตอบแทนจริงสูงกว่าบอนด์คูปอง 4% ที่ต้องซื้อแพงกว่าหน้าตั๋ว จะเทียบบอนด์สองรุ่นเมื่อไหร่ ให้เทียบ YTM เสมอ ไม่ใช่ตัวเลขคูปอง

ดูเรชัน (duration) คือตัวเลขที่บอกว่าราคาบอนด์จะไวต่อการเปลี่ยนดอกเบี้ยแค่ไหน หลักหยาบ ๆ ที่ใช้ได้จริง: ดูเรชันยิ่งยาว ราคายิ่งเหวี่ยงแรงเมื่อดอกเบี้ยขยับ บอนด์อายุ 10 ปีจะสวิงแรงกว่าบอนด์อายุ 2 ปีมากเมื่อเจอดอกเบี้ยชุดเดียวกัน แต่ดูเรชันสั้นก็ไม่ใช่ของฟรี — มันแลกมากับความเสี่ยงการลงทุนต่อ (reinvestment risk): เมื่อบอนด์สั้นครบกำหนดหรือจ่ายดอกออกมา คุณต้องเอาเงินไปลงทุนใหม่ที่อัตราตลาด ณ ตอนนั้น ถ้าดอกเบี้ยลงไปแล้ว ผลตอบแทนรอบใหม่ก็ต่ำลงตาม

วิธีจับดูเรชันให้เข้าใจใน 1 บรรทัด ดูเรชันประมาณ 5 หมายความว่า ถ้าดอกเบี้ยตลาดขยับ 1% ราคาบอนด์จะขยับสวนทางราว 5% — อยากเสี่ยงราคาน้อยช่วงดอกเบี้ยผันผวน เลือกบอนด์หรือกองที่ดูเรชันสั้น

ประเด็นสำคัญที่มักลืม: ถ้าคุณ ถือจนครบกำหนด การขึ้นลงของราคาระหว่างทางไม่กระทบผลตอบแทนสุดท้ายเลย เพราะคุณได้ดอกตามสัญญาและเงินต้นคืนเต็มอยู่ดี ราคาที่สวิงกลางทางเป็นเรื่องของคนที่ต้องขายก่อนกำหนด หรือของกองบอนด์ที่คำนวณมูลค่าตามราคาตลาดทุกวัน

เริ่มลงทุนบอนด์จากไทยตรงไหน

เส้นทางเริ่มต้นที่ผิดยากที่สุด เรียงจากง่ายไปยาก

  1. พันธบัตรออมทรัพย์รัฐบาล — รอรุ่นที่เปิดขายให้รายย่อย ซื้อผ่านแอปธนาคารตัวแทนจำหน่าย เริ่มหลักพันบาท ปลอดภัยสูง เหมาะเป็นบอนด์ตัวแรก แต่ต้องจับจังหวะเพราะแต่ละรุ่นเปิดขายเป็นช่วง
  2. กองทุนตราสารหนี้ — เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์แล้วตั้งซื้อสม่ำเสมอได้เลย ได้การกระจายความเสี่ยงทันที เหมาะกับคนที่ไม่อยากเลือกบอนด์ทีละรุ่นเอง ดูโครงสร้างค่าธรรมเนียมก่อนซื้อที่คู่มือกองทุนตราสารหนี้
  3. หุ้นกู้เอกชนรายรุ่น — ขั้นสูงขึ้นมา ต้องอ่านหนังสือชี้ชวน ดูอันดับเครดิต และมักใช้เงินขั้นต่ำต่อรุ่นสูง เก็บไว้ทำเมื่อเข้าใจการอ่านเครดิตแล้ว
อยากเริ่มบอนด์แต่ยังไม่อยากเลือกรุ่นเอง?

แพลตฟอร์มกองทุนรวมยุคนี้มีกองตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะกลางให้เลือกครบ เปิดบัญชีออนไลน์จบใน 15 นาที ตั้งซื้ออัตโนมัติรายเดือนได้ตั้งแต่หลักร้อยบาท

เปิดบัญชีกองทุน
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

ซื้อตราสารหนี้ = คุณเป็นเจ้าหนี้ ผลตอบแทนถูกล็อกไว้ล่วงหน้า ผันผวนน้อยกว่าหุ้นและได้เงิน…

2

สามทางหลัก: พันธบัตรรัฐบาล (เสี่ยงต่ำสุด เริ่มหลักพัน), หุ้นกู้เอกชน (ดอกสูงแลกเสี่ยงเคร…

3

ดอกเบี้ยขึ้น ราคาบอนด์ลง — ดูเรชันยิ่งยาวราคายิ่งเหวี่ยง แต่ถ้าถือจนครบกำหนดราคาที่สวิงก…

บทบาทของตราสารหนี้ในพอร์ต

อย่าคาดหวังว่าบอนด์จะสร้างความมั่งคั่ง — นั่นไม่ใช่งานของมัน หน้าที่ของตราสารหนี้ในพอร์ตคือ ตัวถ่วงน้ำหนัก ที่ช่วยลดความเหวี่ยงของพอร์ตโดยรวม ในปีที่หุ้นร่วงแรง ส่วนที่เป็นบอนด์คุณภาพดีมักทรงตัวหรือปรับลงน้อยกว่ามาก ทำให้คุณไม่ต้องขายหุ้นตอนราคาต่ำสุดเพื่อเอาเงินไปใช้

สัดส่วนที่เหมาะขึ้นกับอายุและเป้าหมาย คนอายุน้อยรับความเสี่ยงได้มากอาจมีบอนด์น้อย ส่วนคนใกล้เกษียณควรเพิ่มน้ำหนักบอนด์เพื่อรักษาเงินต้น เราลงรายละเอียดการจัดสัดส่วนไว้ที่จัดพอร์ตด้วย Asset Allocation และถ้าอยากเห็นภาพผลตอบแทนทบต้นของกระแสดอกเบี้ยระยะยาว ลองกดตัวเลขที่เครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้น

ย้ำก่อนจาก ตราสารหนี้ไม่ใช่เงินฝากที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ — พันธบัตรรัฐบาลใกล้เคียงที่สุด แต่หุ้นกู้เอกชนมีความเสี่ยงผิดนัดจริง และราคาบอนด์ทุกชนิดขึ้นลงตามดอกเบี้ยระหว่างทางได้ ตัวเลข อันดับเครดิต และเกณฑ์ทั้งหมดในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
ลงทุน · ตราสารหนี้อ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง