- โสดเงินได้เกิน 120,000/ปี (มีคู่สมรส 220,000) "ต้องยื่นแบบ" แม้คำนวณแล้วไม่ต้องเสียภาษี เพราะเงินได้สุทธิ 150,000 แรกได้รับยกเว้น
- เลขบัตรประชาชน 13 หลักใช้เป็นเลขผู้เสียภาษีได้เลย มนุษย์เงินเดือนเงินได้ 40(1) ล้วนใช้ ภ.ง.ด.91
- 50 ทวิ คือเอกสารหัวใจ ระบบ e-filing ดึงมากรอกให้ ทำงานหลายที่ต้องขอทุกรายแล้วรวมยื่นแบบเดียว
- สิทธิที่มือใหม่ลืมบ่อยสุดคือประกันสังคมและ PVD ที่ถูกหักจากเงินเดือนไปแล้ว — ถ้าถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ ยิ่งควรยื่นเพื่อขอคืน
ปีแรกของการทำงานมาพร้อมเรื่องน่าตื่นเต้นหลายอย่าง แต่มีเรื่องหนึ่งที่ First Jobber เกือบทุกคนแอบกลัว คือการยื่นภาษี หลายคนคิดว่ามันซับซ้อน ต้องใช้ความรู้บัญชี หรือกลัวว่าถ้าทำผิดจะโดนปรับหนัก ความจริงคือระบบ e-filing ของกรมสรรพากรออกแบบมาให้คนทั่วไปทำเองได้ ข้อมูลส่วนใหญ่กรอกอัตโนมัติให้แล้ว และสำหรับมนุษย์เงินเดือนปีแรก แบบที่ต้องยื่นมักเรียบง่ายกว่าที่คิดมาก บทความนี้จะพาไปทีละขั้นตั้งแต่ศูนย์
ตัวเลขเกณฑ์และค่าลดหย่อนทั้งหมดข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนยื่นจริง เพราะเกณฑ์บางอย่างปรับได้ตามนโยบายแต่ละปี
ต้องยื่นเมื่อไหร่ — รายได้เท่าไหร่ถึงต้องยื่น
จุดที่มือใหม่สับสนที่สุดคือความต่างระหว่าง "ต้องยื่นแบบ" กับ "ต้องเสียภาษี" สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน คุณอาจต้องยื่นแบบทั้งที่คำนวณแล้วไม่ต้องเสียภาษีสักบาท
หลักเกณฑ์ทั่วไปสำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือน (เงินได้ประเภท 40(1)) คือ ถ้าทั้งปีมีเงินได้เกิน 120,000 บาทสำหรับคนโสด หรือเกิน 220,000 บาทสำหรับคนมีคู่สมรส จะมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์ "หน้าที่ยื่น" ไม่ใช่จุดที่เริ่มเสียภาษี เพราะหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกยังได้รับยกเว้นภาษี
แปลว่า First Jobber ที่เงินเดือนราว 15,000–20,000 บาทเกือบทั้งหมดมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ แม้สุดท้ายอาจไม่ต้องเสียภาษีหรือได้เงินคืน อย่าคิดว่าไม่ต้องเสียแล้วไม่ต้องยื่น เพราะการไม่ยื่นทั้งที่มีหน้าที่ต้องยื่นมีบทลงโทษต่างหาก
ลองคิดเป็นตัวอย่างจริง สมมติคุณเริ่มงานเงินเดือน 18,000 บาท ทำครบทั้งปีได้เงินได้ 216,000 บาท เกินเกณฑ์ 120,000 บาทของคนโสด จึงมีหน้าที่ยื่นแน่นอน แต่พอหักค่าใช้จ่าย 50% (เพดาน 100,000) หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 และประกันสังคมอีกราว 10,500 (เพดานฐานค่าจ้างปรับเป็น 17,500 ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569) เงินได้สุทธิเหลือประมาณ 45,500 บาท ซึ่งต่ำกว่า 150,000 บาทที่ได้รับยกเว้น สรุปคือต้องยื่นแต่ไม่ต้องเสียภาษี และถ้าระหว่างปีถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ ก็จะได้คืนเต็มจำนวน นี่คือเหตุผลว่าทำไมมือใหม่แทบทุกคนควรยื่น
ขอเลขผู้เสียภาษีและลงทะเบียน e-filing
ข่าวดีสำหรับคนไทยส่วนใหญ่คือ เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักใช้เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีได้เลย ไม่ต้องไปขอเลขใหม่ ยกเว้นบางกรณีเฉพาะ เช่น ชาวต่างชาติ ที่ต้องขอเลข 13 หลักจากกรมสรรพากรแยกต่างหาก
ขั้นตอนลงทะเบียนใช้งานระบบยื่นออนไลน์มีสั้น ๆ ดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ยื่นภาษีออนไลน์ของกรมสรรพากร แล้วเลือกสมัครสมาชิกสำหรับบุคคลธรรมดา
- ยืนยันตัวตนด้วยเลขบัตรประชาชน ข้อมูลหลังบัตร และตั้งรหัสผ่าน บางช่องทางยืนยันผ่านแอปเป๋าตังหรือระบบพิสูจน์ตัวตนดิจิทัลได้
- เมื่อเข้าระบบได้แล้ว เลือกแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 — มนุษย์เงินเดือนที่มีเฉพาะเงินได้ 40(1) ใช้ ภ.ง.ด.91 ส่วนคนที่มีรายได้หลายทางใช้ ภ.ง.ด.90
ขั้นตอนหน้าจอโดยละเอียดพร้อมภาพ เราลงไว้ใน คู่มือยื่นภาษีออนไลน์ e-filing ซึ่งควรเปิดคู่กันตอนกรอกจริง
เอกสารที่ต้องมี — หนังสือรับรอง 50 ทวิ คืออะไร
เอกสารสำคัญที่สุดที่มือใหม่ต้องรู้จักคือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือที่เรียกกันว่า "50 ทวิ" เป็นเอกสารที่นายจ้างออกให้ลูกจ้างทุกคน สรุปว่าตลอดปีคุณได้เงินได้เท่าไหร่ ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปเท่าไหร่ และหักเงินสมทบประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปเท่าไหร่ นายจ้างต้องออกให้ภายในกำหนดของต้นปีถัดไป
ตัวเลขบน 50 ทวิ คือหัวใจของการกรอกแบบ เพราะระบบ e-filing มักดึงข้อมูลนี้มากรอกให้อัตโนมัติอยู่แล้ว หน้าที่ของคุณคือตรวจว่าตรงกับ 50 ทวิ ในมือหรือไม่ นอกจาก 50 ทวิ ให้เตรียมเอกสารเหล่านี้
- หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตหรือสุขภาพ (ถ้ามี)
- หนังสือรับรองการซื้อกองทุน SSF/RMF/ThaiESG (ถ้ามี)
- หลักฐานการบริจาค (กรณีไม่ได้ทำผ่าน e-Donation)
- เลขบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน (พร้อมเพย์ผูกเลขบัตรประชาชนจะได้คืนเร็วที่สุด)
ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่มือใหม่มักลืม
นี่คือส่วนที่ First Jobber ทิ้งเงินมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ ค่าลดหย่อนหลายอย่างได้มาฟรีโดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม
| ค่าลดหย่อน | วงเงิน (บาท) | เงื่อนไขที่มือใหม่มักพลาด |
|---|---|---|
| ค่าลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 | ได้อัตโนมัติทุกคน ไม่ต้องทำอะไร |
| เงินสมทบประกันสังคม | สูงสุด 10,500 | ม.33 ถูกหักสูงสุดเดือนละ 875 (เพดาน 17,500 ตั้งแต่ 2569) หลายคนลืมกรอก |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) | ตามจ่ายจริง | ส่วนที่ถูกหักจากเงินเดือนใช้ลดหย่อนได้ ดูจาก 50 ทวิ |
| เลี้ยงดูบิดามารดา | 30,000/คน | พ่อแม่อายุ 60+ รายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 พี่น้องใช้ซ้ำคนเดียวกันไม่ได้ |
| ประกันสุขภาพบิดามารดา | สูงสุด 15,000 | ถ้าคุณจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้พ่อแม่ |
| ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน | สูงสุด 100,000 | เฉพาะดอกเบี้ย มือใหม่ที่เพิ่งผ่อนบ้านมักลืม |
ตารางอิงโครงสร้างปีภาษีล่าสุด ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง
ภาพเทียบเพดานค่าลดหย่อนพื้นฐานที่มือใหม่มักลืม (บาท) — ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านให้เพดานสูงสุด
สิทธิที่ถูกลืมบ่อยที่สุดคือเงินสมทบประกันสังคมและ PVD — สองอย่างนี้ถูกหักจากเงินเดือนคุณไปทุกเดือนอยู่แล้ว มันคือค่าลดหย่อนที่คุณจ่ายไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่กรอก เท่ากับเสียสิทธิฟรี ๆ ส่วนภาพรวมสิทธิลดหย่อนทั้งหมดแบบครบทุกรายการ อ่านได้ที่ เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษีปี 2569
คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายหรือขอคืน
วิธีคิดคร่าว ๆ มีสามขั้น หนึ่ง เอาเงินได้ทั้งปีหักค่าใช้จ่าย เงินเดือนหักได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สอง หักค่าลดหย่อนทั้งหมดที่รวบรวมได้ จะเหลือ "เงินได้สุทธิ" สาม เอาเงินได้สุทธินี้ไปเทียบกับขั้นบันไดภาษีแบบก้าวหน้า โดย 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินค่อยเริ่มเสียที่อัตรา 5% ไล่ขึ้นไปตามขั้น รายละเอียดแต่ละขั้นดูที่ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สำหรับ First Jobber ส่วนใหญ่ ผลลัพธ์จะออกมาเป็นหนึ่งในสามแบบ คือ ไม่ต้องเสียเพราะเงินได้สุทธิยังไม่ถึงเกณฑ์, เสียเพิ่มเล็กน้อย, หรือได้เงินคืนเพราะถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้มากกว่าที่ต้องเสียจริง กรณีสุดท้ายพบบ่อยในคนที่เพิ่งเริ่มทำงานกลางปี เพราะฐานหักรายเดือนคำนวณเสมือนได้เงินเดือนเต็มทั้งปี
เรื่องเงินคืนมีจุดที่มือใหม่ควรรู้ไว้ หลังยื่นแบบและระบบอนุมัติ เงินคืนจะโอนเข้าบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน ปกติเร็วกว่าการรอเช็ค ถ้ายอดคืนไม่มากและเอกสารครบ มักได้รับภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ถ้ากรมสรรพากรขอเอกสารเพิ่มเพื่อตรวจสอบ เช่น หลักฐานการซื้อประกันหรือกองทุน ให้รีบส่งผ่านระบบให้ครบ อย่าปล่อยทิ้ง เพราะการคืนจะค้างจนกว่าจะยืนยันสิทธิได้ วิธีติดตามสถานะดูได้ที่ เช็คสถานะเงินคืนภาษี
กรอกเงินเดือนและค่าลดหย่อนที่มี เครื่องคำนวณจะบอกภาษีที่ต้องจ่ายจริง เทียบกับที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ ว่าจะได้คืนหรือต้องจ่ายเพิ่ม
เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์ ตั้ง DCA รายเดือนในกองลดหย่อนตั้งแต่ต้นปี ปีหน้ายื่นภาษีจะได้มีสิทธิลดหย่อนติดมือ ไม่ต้องวิ่งซื้อปลายปี
โสดเงินได้เกิน 120,000/ปี (มีคู่สมรส 220,000) "ต้องยื่นแบบ" แม้คำนวณแล้วไม่ต้องเสียภาษี …
เลขบัตรประชาชน 13 หลักใช้เป็นเลขผู้เสียภาษีได้เลย มนุษย์เงินเดือนเงินได้ 40(1) ล้วนใช้ ภ…
50 ทวิ คือเอกสารหัวใจ ระบบ e-filing ดึงมากรอกให้ ทำงานหลายที่ต้องขอทุกรายแล้วรวมยื่นแบบเ…
กลัวยื่นผิด กลัวยื่นช้า — จัดการอย่างไร
ความกลัวสองข้อนี้คือเหตุผลอันดับหนึ่งที่มือใหม่ผัดวันไม่ยอมยื่น มาแยกจัดการทีละเรื่อง
กลัวยื่นผิด — ข่าวดีคือถ้ายื่นผิดจริง คุณยื่นเพิ่มเติมแก้ไขได้ ระบบเปิดให้ยื่นแบบปรับปรุงภายหลัง ตราบใดที่ทำด้วยความสุจริตและไม่ได้ตั้งใจหนีภาษี การกรอกตัวเลขผิดเล็กน้อยแล้วแก้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย สิ่งที่ระบบมักช่วยคือดึงข้อมูล 50 ทวิ และรายการลดหย่อนที่ส่งเข้าระบบ My Tax Account มากรอกให้ ลดโอกาสพิมพ์ผิดไปมาก แต่อย่าไว้ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เทียบกับเอกสารตัวเองทุกครั้ง
กลัวยื่นช้า — กำหนดยื่นแบบบุคคลธรรมดาปกติคือภายในสิ้นเดือนมีนาคมของปีถัดไป และการยื่นออนไลน์มักได้ขยายเวลาออกไปอีกช่วงหนึ่ง ถ้าเลยกำหนดจริง ๆ ยังยื่นย้อนหลังได้ แต่จะมีค่าปรับและเงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ล่าช้า ยิ่งช้ายิ่งบานปลาย ทางที่ดีคือยื่นทันที เพราะถ้าคุณเป็นฝ่ายได้เงินคืน การยื่นช้าคือการทำให้เงินคืนของตัวเองมาถึงช้าลงเปล่า ๆ รายละเอียดบทลงโทษและวิธีแก้ดูที่ ยื่นภาษีล่าช้าทำอย่างไร