สรุปใน 30 วินาที
  • ภาษีมรดกเก็บจากผู้รับ เฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทต่อเจ้ามรดกแต่ละราย คนส่วนใหญ่ไม่เข้าข่าย
  • อัตรา 5% สำหรับบุพการี/ผู้สืบสันดาน และ 10% สำหรับบุคคลอื่น ส่วนคู่สมรสจดทะเบียนได้ยกเว้นเต็มจำนวน
  • ต่างจากภาษีการรับให้ (Gift Tax) ที่เก็บขณะผู้ให้ยังมีชีวิต โดยยกเว้น 20 ล้าน/ปี (พ่อแม่ให้ลูก) หรือ 10 ล้าน/ปี
  • วางแผนส่งต่อได้ถูกกฎหมายด้วยการทยอยให้รายปีและใช้ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือสภาพคล่อง
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ กรมสรรพากร — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังบริการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต หรือการลงทุน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาอิงกฎหมายภาษีการรับมรดกฉบับปัจจุบัน โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนวางแผนจริง

คนไทยจำนวนมากยังเข้าใจว่า "มรดกต้องเสียภาษี" แบบเหมารวม แล้วกังวลทั้งที่ทรัพย์สินยังไม่ถึงเกณฑ์ด้วยซ้ำ ความจริงคือภาษีการรับมรดกในไทยออกแบบมาให้แตะเฉพาะกลุ่มที่ได้รับมรดกมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทเท่านั้น คนส่วนใหญ่จึงไม่เกี่ยวข้องเลย บทความนี้จะอธิบายให้ชัดว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน ใครต้องเสีย เสียเท่าไหร่ และคนที่มีทรัพย์สินมากควรวางแผนอย่างไร

ภาษีการรับมรดก (Inheritance Tax) มีผลบังคับใช้ในไทยตั้งแต่ปี 2559 เป็นภาษีที่เก็บจากผู้รับมรดก ไม่ใช่จากกองมรดกหรือผู้เสียชีวิต และเก็บเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ยกเว้นเท่านั้น เข้าใจสองจุดนี้ก่อน จะทำให้เรื่องที่ดูน่ากลัวกลายเป็นเรื่องที่คำนวณได้

ใครต้องเสียภาษีมรดก และเกณฑ์ยกเว้น 100 ล้าน

ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีคือผู้ได้รับมรดกจากเจ้ามรดกแต่ละราย ในส่วนที่มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท คำว่า "ต่อเจ้ามรดกแต่ละราย" สำคัญมาก เพราะเกณฑ์ 100 ล้านคิดแยกตามผู้ให้ ไม่ใช่ยอดรวมที่ผู้รับได้จากทุกคน และคิดจากมูลค่ารวมที่ได้รับจากเจ้ามรดกรายนั้นตลอด ไม่ใช่ต่อครั้ง

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้าคุณได้รับมรดกจากพ่อมูลค่า 130 ล้านบาท ส่วนที่ต้องเสียภาษีคือ 30 ล้าน (130 ลบ 100) ส่วน 100 ล้านแรกได้รับยกเว้น ถ้าได้รับ 90 ล้าน ไม่ต้องเสียเลยเพราะไม่ถึงเกณฑ์ และถ้าปีถัดมาได้รับเพิ่มจากพ่อคนเดิมอีก 20 ล้าน ต้องนำมารวมกับของเดิมเป็น 110 ล้าน แล้วเสียภาษีในส่วนที่เกิน 100 ล้าน

ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ต้องกังวล เกณฑ์ 100 ล้านบาทต่อผู้ให้ ทำให้ภาษีมรดกแตะเฉพาะกลุ่มมั่งคั่งจริง ๆ ครอบครัวทั่วไปที่ส่งต่อบ้าน ที่ดิน และเงินฝากหลักล้านถึงหลักสิบล้าน ไม่ต้องเสียภาษีมรดกแต่อย่างใด แต่การเข้าใจกลไกไว้ก็มีประโยชน์เมื่อวางแผนระยะยาว

อัตราภาษี 5-10% คิดยังไง

อัตราภาษีมรดกขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับกับผู้เสียชีวิต โดยคิดเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ตามตารางนี้

ผู้รับมรดกอัตราภาษีคิดจาก
บุพการี (พ่อแม่) หรือผู้สืบสันดาน (ลูกหลาน)5%ส่วนที่เกิน 100 ล้าน
บุคคลอื่น (ญาติห่าง เพื่อน ฯลฯ)10%ส่วนที่เกิน 100 ล้าน
คู่สมรสตามกฎหมายยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี

ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง อัตราและเกณฑ์ยกเว้นอาจเปลี่ยนตามกฎหมาย

ตัวอย่างการคำนวณ สมมติลูกได้รับมรดกจากพ่อ 300 ล้านบาท ส่วนที่ต้องเสียภาษีคือ 200 ล้าน คูณอัตรา 5% เท่ากับภาษี 10 ล้านบาท ถ้าเป็นหลานหรือญาติห่างที่ได้รับ 300 ล้านเช่นกัน ส่วนเกิน 200 ล้านคูณ 10% เท่ากับ 20 ล้านบาท ต่างกันเท่าตัวเพราะความสัมพันธ์

ภาพเทียบภาษีมรดกจากมรดก 300 ล้านบาท (ส่วนเกิน 200 ล้าน) ตามความสัมพันธ์ของผู้รับ

ทรัพย์สินที่นับและไม่นับ

ไม่ใช่ทุกทรัพย์สินจะถูกนำมานับรวมในฐานภาษีมรดก กฎหมายกำหนดประเภททรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีไว้ชัดเจน ได้แก่

  • อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์
  • หลักทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เช่น หุ้น พันธบัตร หน่วยลงทุน
  • เงินฝากหรือเงินอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน ที่เจ้ามรดกมีสิทธิเรียกถอน
  • ยานพาหนะที่จดทะเบียน เช่น รถยนต์ เรือ
  • ทรัพย์สินทางการเงินอื่น ตามที่กฎหมายกำหนดเพิ่มเติม

สังเกตว่าทรัพย์สินเช่น ทองคำแท่ง เครื่องประดับ งานศิลปะ หรือของสะสมที่ไม่ได้จดทะเบียน มักไม่อยู่ในข่ายต้องนับ นี่เป็นช่องที่ทำให้การประเมินมูลค่ากองมรดกจริงซับซ้อนกว่าที่คิด และเป็นเหตุผลหนึ่งที่คนมั่งคั่งต้องวางแผนโครงสร้างทรัพย์สินล่วงหน้า

มรดกไม่ได้แปลว่าไม่มีภาษีอื่น แม้ทรัพย์สินไม่ถึงเกณฑ์ภาษีมรดก การโอนอสังหาริมทรัพย์ยังมีค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการโอน ณ กรมที่ดิน แยกต่างหากจากภาษีมรดก อ่านเรื่องภาษีตอนขายหรือโอนอสังหาได้ที่ ภาษีขายบ้าน ขายที่ดิน

ใครได้ยกเว้น

มีกลุ่มที่ได้รับยกเว้นภาษีมรดกอย่างชัดเจน กลุ่มแรกและสำคัญที่สุดคือคู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมาย ได้รับยกเว้นเต็มจำนวนไม่ว่ามูลค่าเท่าไหร่ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการจดทะเบียนสมรสจึงมีนัยสำคัญต่อการวางแผนมรดก คู่ที่อยู่ด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนไม่ได้สิทธินี้

นอกจากนี้ยังยกเว้นให้กับมรดกที่ตกแก่หน่วยงานของรัฐและองค์กรที่ทำกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะ ศาสนา หรือการกุศลตามที่กำหนด และผู้รับมรดกที่ได้รับก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ก็ไม่อยู่ในข่าย

ต่างจากภาษีการรับให้ (gift tax) อย่างไร

จุดนี้คนสับสนกันมากที่สุด เพราะกฎหมายออกภาษีสองตัวมาคู่กันเพื่ออุดช่องโหว่ ภาษีมรดกเก็บเมื่อได้รับทรัพย์หลังเจ้าของเสียชีวิต ส่วนภาษีการรับให้ (Gift Tax) เก็บเมื่อได้รับทรัพย์ขณะผู้ให้ยังมีชีวิต ถ้าไม่มี gift tax คนก็แค่ยกทรัพย์ให้ลูกหลานก่อนตายเพื่อเลี่ยงภาษีมรดก กฎหมายจึงปิดช่องนี้ไว้

ประเด็นภาษีมรดกภาษีการรับให้ (Gift Tax)
เก็บเมื่อผู้ให้เสียชีวิตแล้วผู้ให้ยังมีชีวิต
เกณฑ์ยกเว้น (บุพการี/ผู้สืบสันดาน)100 ล้าน/ผู้ให้20 ล้าน/ปี
เกณฑ์ยกเว้น (บุคคลอื่น)100 ล้าน/ผู้ให้10 ล้าน/ปี
อัตราภาษีส่วนเกิน5% หรือ 10%5%

ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง เกณฑ์และอัตราอาจเปลี่ยนตามกฎหมาย

สังเกตว่า gift tax มีเกณฑ์ยกเว้นรายปี (20 ล้านสำหรับพ่อแม่ให้ลูก 10 ล้านสำหรับกรณีทั่วไป) ทำให้การทยอยยกทรัพย์เป็นรายปีกลายเป็นเครื่องมือวางแผนที่ถูกกฎหมาย ตราบใดที่อยู่ในเพดานยกเว้นแต่ละปี

ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

ภาษีมรดกเก็บจากผู้รับ เฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทต่อเจ้ามรดกแต่ละราย คนส่วนใหญ่ไม่เข้าข…

2

อัตรา 5% สำหรับบุพการี/ผู้สืบสันดาน และ 10% สำหรับบุคคลอื่น ส่วนคู่สมรสจดทะเบียนได้ยกเว้…

3

ต่างจากภาษีการรับให้ (Gift Tax) ที่เก็บขณะผู้ให้ยังมีชีวิต โดยยกเว้น 20 ล้าน/ปี (พ่อแม่ใ…

วางแผนส่งต่อทรัพย์สิน

สำหรับคนที่ทรัพย์สินยังไม่ถึงเกณฑ์ ประเด็นสำคัญไม่ใช่การเลี่ยงภาษี แต่คือการทำพินัยกรรมให้ชัดเจนเพื่อลดข้อพิพาทในครอบครัวและทำให้การโอนราบรื่น ส่วนคนที่ทรัพย์สินมากพอเข้าข่าย มีแนวทางที่ถูกกฎหมายให้พิจารณา

  • ทยอยส่งต่อผ่าน gift tax รายปี ใช้เพดานยกเว้นแต่ละปีอย่างเป็นระบบ กระจายการโอนหลายปี
  • ใช้ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือส่งต่อสภาพคล่อง เงินสินไหมประกันชีวิตที่จ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์มีลักษณะเฉพาะทางภาษี ช่วยให้ทายาทมีเงินสดชำระภาษีหรือค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องรีบขายทรัพย์
  • โครงสร้างการถือครองทรัพย์สิน เช่น การใช้นิติบุคคลหรือทรัสต์ในบางกรณี ควรทำภายใต้คำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ

การวางแผนมรดกที่ดีเริ่มจากการรู้มูลค่าสุทธิของตัวเองก่อน ลองประเมินการเติบโตของสินทรัพย์ระยะยาวด้วย เครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้น เพื่อดูว่าอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้าทรัพย์สินจะโตถึงเกณฑ์ที่ต้องวางแผนภาษีหรือไม่ และถ้าสนใจใช้ประกันเป็นเครื่องมือส่งต่อ อ่านเรื่องแบบประกันได้ที่ ประกันชีวิตแบบเทอมกับตลอดชีพ

ทรัพย์สินเริ่มมาก อยากวางแผนส่งต่อให้ลูกหลาน?

ปรึกษานักวางแผนการเงินเรื่องโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินและการใช้ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือส่งต่อความมั่งคั่ง ลดภาระภาษีและข้อพิพาทของทายาทอย่างถูกกฎหมาย

ปรึกษาวางแผนส่งต่อทรัพย์สิน
ก่อนเริ่มวางแผน ภาษีมรดกและ gift tax มีรายละเอียดทางกฎหมายและข้อยกเว้นเฉพาะกรณีมาก บทความนี้ให้ภาพรวมเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ก่อนตัดสินใจโครงสร้างการส่งต่อทรัพย์สินมูลค่าสูง ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายและภาษีที่มีใบอนุญาต เพราะการวางแผนผิดพลาดมีต้นทุนสูงกว่าค่าที่ปรึกษาหลายเท่า
ภาษี · ทรัพย์สินอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง