สรุปใน 30 วินาที
  • อากรแสตมป์คือภาษีของ "ตราสาร" ไม่ใช่ทุกสัญญาต้องปิด แต่เช่า จ้างทำของ กู้ยืม และมอบอำนาจ ต้องปิด
  • ปิดอากรครบต้องทั้ง "ปิดแสตมป์" และ "ขีดฆ่า" ตั้งแต่วันทำสัญญา แค่แปะดวงแสตมป์เฉย ๆ ยังไม่สมบูรณ์
  • สัญญาอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทต้องเสียอากรผ่านระบบ e-Stamp (ยื่น อ.ส.9 ออนไลน์) เท่านั้น
  • ไม่ปิดอากรแปลว่าใช้เป็นหลักฐานฟ้องศาลไม่ได้ จนกว่าจะเสียย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่มที่แพงกว่าเดิมมาก
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ กรมสรรพากร — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเรื่องอากรแสตมป์เพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะสัญญาของคุณ อัตราและวิธีเสียอากรอ้างอิงบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ซึ่งอาจปรับตามประกาศ เนื้อหาอิงหลักปฏิบัติ ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนใช้จริง

คนส่วนใหญ่เซ็นสัญญาเช่า สัญญาจ้าง หรือสัญญากู้กันเรียบร้อย เก็บเข้าแฟ้ม แล้วไม่เคยคิดถึง "แสตมป์" เลยจนวันที่ต้องเอาสัญญาไปใช้จริง — ตอนทวงหนี้ ตอนฟ้อง ตอนเจ้าหน้าที่ขอดู แล้วเพิ่งรู้ว่าสัญญาที่ถูกต้องทุกอย่างกลับใช้ไม่ได้เพราะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ บทความนี้อธิบายว่าอากรแสตมป์คืออะไร สัญญาแบบไหนต้องติด และการละเลยมันแพงกว่าที่คิดยังไง

อัตราและเงื่อนไขในบทความอ้างอิงบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง เพราะบางตราสารมีการปรับให้ต้องชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และอัตราอาจเปลี่ยนตามประกาศ

อากรแสตมป์คืออะไร ทำไมต้องมี

อากรแสตมป์คือภาษีชนิดหนึ่งที่เก็บจากการทำ "ตราสาร" ซึ่งก็คือเอกสารสัญญาหรือหลักฐานทางกฎหมายบางประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ต่างจากภาษีเงินได้ตรงที่ไม่ได้เก็บจาก "รายได้" แต่เก็บจาก "การทำเอกสาร" การเสียอากรทำได้โดยปิดแสตมป์อากรลงบนตราสารและขีดฆ่าให้ใช้ซ้ำไม่ได้ หรือชำระเป็นตัวเงินตามวิธีที่กำหนด

คำที่ต้องแยกให้ชัดคือ "ปิดแสตมป์" (ติดดวงแสตมป์ลงบนเอกสาร) กับ "ขีดฆ่า" (เซ็นหรือลงวันที่คร่อมดวงแสตมป์) ตราสารจะถือว่าปิดอากรครบถ้วนต่อเมื่อทั้งปิดและขีดฆ่าถูกต้อง แค่แปะดวงแสตมป์เฉย ๆ ไม่ขีดฆ่า ยังถือว่าไม่สมบูรณ์

ตราสารไหนต้องเสีย และเสียเท่าไหร่

ไม่ใช่ทุกสัญญาต้องปิดอากร มีเฉพาะตราสารที่ระบุในบัญชีอัตราอากรแสตมป์เท่านั้น ตัวอย่างที่คนทั่วไปเจอบ่อยและอัตราโดยหลัก

ตราสารอัตราอากรโดยหลักผู้มีหน้าที่เสีย
เช่าที่ดิน/โรงเรือน/สิ่งปลูกสร้าง1 บาท ต่อค่าเช่า 1,000 บาทผู้ให้เช่า
จ้างทำของ1 บาท ต่อสินจ้าง 1,000 บาทผู้รับจ้าง
กู้ยืมเงิน1 บาท ต่อยอดกู้ 2,000 บาท (สูงสุด 10,000 บาท)ผู้ให้กู้
มอบอำนาจ (คนเดียว เรื่องเดียว)10 บาทผู้มอบอำนาจ
มอบอำนาจ (หลายคน/หลายเรื่อง)30 บาทผู้มอบอำนาจ
ใบมอบฉันทะออกเสียงในที่ประชุม20 บาทผู้มอบฉันทะ

เป็นอัตราโดยหลักและมีเงื่อนไข/เพดานรายตราสาร ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบบัญชีอัตราอากรแสตมป์ฉบับล่าสุดอีกครั้ง

ข้อสังเกตที่คนพลาดคือ สัญญาเช่ากับกู้ยืมมักคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ค่าเช่าหรือยอดกู้สูง ๆ อากรก็บวกเป็นหลักร้อยหลักพันได้ และในสัญญากู้ยืมผู้ให้กู้คือคนมีหน้าที่ปิดอากร ไม่ใช่ลูกหนี้ ถ้าคุณเป็นคนปล่อยกู้แล้วอยากใช้สัญญาฟ้องได้จริง อย่าลืมข้อนี้

อากรแสตมป์ดิจิทัล (e-Stamp)

ปัจจุบันการเสียอากรไม่จำเป็นต้องซื้อดวงแสตมป์กระดาษมาแปะเสมอไป กรมสรรพากรมีระบบ อากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp) ให้ยื่นแบบ อ.ส.9 และชำระออนไลน์ แล้วได้รับรหัสรับรองการเสียอากรมาแนบกับตราสาร จุดสำคัญคือ

  • ตราสารอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทบังคับให้เสียอากรผ่าน e-Stamp เท่านั้น — โดยเฉพาะสัญญาที่จัดทำเป็นไฟล์ดิจิทัล เช่น สัญญาจ้างทำของ เช่า กู้ยืม มอบอำนาจ ที่ทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ต้องยื่นและชำระภายในกำหนดเวลา — โดยหลักคือก่อนหรือภายในกรอบเวลาที่กำหนดนับแต่วันทำตราสาร ยื่นช้ามีเงินเพิ่ม
  • ระบบนี้สะดวกกว่าและตรวจสอบย้อนหลังได้ ลดปัญหาแสตมป์ปลอมและการขีดฆ่าไม่ถูกต้อง
ทำสัญญาออนไลน์ต้องเช็กช่องทางอากรให้ถูก ถ้าคุณเซ็นสัญญาแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-signature) หรือทำสัญญาเป็นไฟล์ อย่าไปซื้อแสตมป์กระดาษมาแปะสแกน เพราะตราสารอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดต้องเสียอากรผ่านระบบ e-Stamp ให้ยื่น อ.ส.9 ออนไลน์ให้ถูกช่องทาง มิฉะนั้นอาจถือว่ายังไม่ได้ปิดอากรอย่างสมบูรณ์

ไม่ปิดหรือปิดไม่ครบ โทษเป็นยังไง

คนมักคิดว่าไม่ปิดแสตมป์ก็แค่ "ลืมจ่ายไม่กี่บาท" แต่โทษของมันคือเงินเพิ่มอากรที่ทวีคูณ ไม่ใช่แค่จ่ายอากรที่ขาดย้อนหลัง หลักคร่าว ๆ ตามประมวลรัษฎากร

  • ถ้ามาขอเสียอากรเองภายในกำหนดหรือช้าไม่นาน — เสียเงินเพิ่มในอัตราที่ยังไม่สูงมาก
  • ยิ่งปล่อยนานเกินกำหนด — เงินเพิ่มพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว และถ้าถูกเจ้าพนักงานตรวจพบก่อนที่คุณจะมาเสียเอง เงินเพิ่มอาจสูงถึงหลายเท่าของค่าอากร (โดยหลักไปได้ถึงระดับ 5–6 เท่า) ทำให้ค่าอากรหลักสิบกลายเป็นหลักร้อยหลักพัน

นอกจากเงินเพิ่ม การใช้ตราสารที่ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบยังมีโทษปรับตามกฎหมายด้วย บทเรียนคือ อากรแสตมป์เป็นของถูกถ้าจ่ายตรงเวลา แต่แพงมากถ้าปล่อยไว้จนต้องใช้แล้วเพิ่งวิ่งไปเสีย

สถานการณ์เงินเพิ่มโดยหลักผลต่อการใช้สัญญา
ปิดอากร + ขีดฆ่าตั้งแต่วันทำสัญญาไม่มี — จ่ายแค่ค่าอากรปกติใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้
มาขอเสียเองภายในกำหนด/ช้าไม่นานเสียเงินเพิ่มในอัตราที่ยังไม่สูงมากใช้ได้เมื่อเสียอากรและเงินเพิ่มครบ
ปล่อยนานเกินกำหนดเงินเพิ่มพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวใช้ฟ้องศาลไม่ได้จนกว่าจะเสียครบ
ถูกเจ้าพนักงานตรวจพบก่อนมาเสียเองสูงได้ถึงระดับ 5–6 เท่าของค่าอากร และยังมีโทษปรับใช้ไม่ได้จนกว่าจะเสียครบ — มักเกิดตอนจวนตัวที่สุด

บันไดเงินเพิ่มตามหลักในเนื้อหาข้างต้น — ยิ่งช้ายิ่งแพง อัตราอ้างอิงประมวลรัษฎากร ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนคำนวณจริง

เรื่องเงินเพิ่มไม่ใช่เรื่องเล่น เคยมีกรณีสัญญากู้ยืมยอดสูงที่ค่าอากรจริงแค่หลักพัน แต่เพราะไม่ปิดตั้งแต่ต้นและมาเสียตอนจะฟ้อง เงินเพิ่มบวกเข้าไปจนกลายเป็นหลายเท่า อัตราเงินเพิ่มและบทกำหนดโทษอ้างอิงประมวลรัษฎากร ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดอีกครั้งก่อนคำนวณจริง

ใช้เป็นหลักฐานในศาลไม่ได้ — ข้อที่เจ็บที่สุด

ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของการไม่ปิดอากรแสตมป์ ไม่ใช่ค่าปรับ แต่คือตราสารที่ไม่ปิดอากรครบถ้วนจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือ ถ้าลูกหนี้ไม่จ่ายตามสัญญากู้ที่คุณไม่ได้ปิดอากร คุณจะยกสัญญานั้นขึ้นเป็นหลักฐานฟ้องศาลไม่ได้ จนกว่าจะไปเสียอากรและเงินเพิ่มให้ครบก่อน

ข่าวดีคือกฎหมายเปิดช่องให้เสียอากรและเงินเพิ่มย้อนหลังเพื่อทำให้ตราสารใช้ได้ แต่ปัญหาคือมักเกิดตอนใกล้ขึ้นศาลหรือจวนตัว ซึ่งเป็นจังหวะที่เงินเพิ่มบานที่สุดและเสียเวลาที่สุด สัญญาที่ปิดอากรครบตั้งแต่วันเซ็นจึงไม่ใช่เรื่องจุกจิก แต่คือการรักษาสิทธิเรียกร้องของตัวเองไว้ล่วงหน้า

ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

อากรแสตมป์คือภาษีของ "ตราสาร" ไม่ใช่ทุกสัญญาต้องปิด แต่เช่า จ้างทำของ กู้ยืม และมอบอำนาจ…

2

ปิดอากรครบต้องทั้ง "ปิดแสตมป์" และ "ขีดฆ่า" ตั้งแต่วันทำสัญญา แค่แปะดวงแสตมป์เฉย ๆ ยังไม…

3

สัญญาอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทต้องเสียอากรผ่านระบบ e-Stamp (ยื่น อ.ส.9 ออนไลน์) เท่านั้น

แนวปฏิบัติที่ควรทำกับทุกสัญญา

สรุปเป็นเช็กลิสต์สั้น ๆ ที่ใช้ได้กับทั้งบุคคลทั่วไปและเจ้าของกิจการ

  • ก่อนเซ็นสัญญาสำคัญ เช็กว่าอยู่ในบัญชีอากรแสตมป์ไหม — โดยเฉพาะเช่า จ้างทำของ กู้ยืม และมอบอำนาจ ซึ่งเจอบ่อยที่สุด
  • ปิดอากรและขีดฆ่าให้ครบตั้งแต่วันทำสัญญา — อย่าผัดไว้ เพราะกำหนดเวลาเริ่มนับจากวันทำตราสาร
  • สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ใช้ e-Stamp — ยื่น อ.ส.9 ออนไลน์และเก็บรหัสรับรองไว้คู่กับไฟล์สัญญา
  • เก็บหลักฐานการเสียอากรไว้กับตราสารเสมอ — เผื่อวันที่ต้องใช้จริงในทางกฎหมาย

ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการที่ทำสัญญาจ้างทำของบ่อย เรื่องนี้เกี่ยวโดยตรงกับความน่าเชื่อถือของเอกสารคุณ อ่านเพิ่มเรื่องการจัดการภาษีของงานอิสระได้ที่ ฟรีแลนซ์ยื่นภาษียังไงให้ถูกกฎหมาย และถ้ากิจการเริ่มโต ควรดูเรื่อง จดทะเบียน VAT เมื่อไหร่ต้องจด ประกอบด้วย

วางแผนภาษีของกิจการหรืองานอิสระให้ครบ

อากรแสตมป์เป็นเพียงหนึ่งในหลายภาระภาษีของคนทำสัญญา ลองประเมินภาระภาษีเงินได้รวมของคุณก่อน เพื่อวางแผนได้ทั้งภาพ

คำนวณภาษีของคุณ
ทำสัญญาบ่อย อยากได้ระบบจัดการเอกสารและ e-Stamp?

แพลตฟอร์มเซ็นสัญญาอิเล็กทรอนิกส์บางเจ้าเชื่อมระบบชำระอากรแสตมป์ดิจิทัลให้ในขั้นตอนเดียว ลดโอกาสลืมปิดอากร

ดูบริการเซ็นสัญญาออนไลน์
สรุปสั้นก่อนปิด อากรแสตมป์คือภาษีของ "ตราสาร" ไม่ใช่ทุกสัญญาต้องปิด แต่เช่า จ้างทำของ กู้ยืม มอบอำนาจ ต้องปิด ปิดให้ครบและขีดฆ่าตั้งแต่วันเซ็น สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ใช้ e-Stamp และจำไว้ว่าไม่ปิดอากรแปลว่าใช้ฟ้องศาลไม่ได้จนกว่าจะเสียย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่มที่แพงกว่าเดิมมาก
ภาษี · เอกสารอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง