สรุปใน 30 วินาที
  • รายรับจากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจด VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่ยอดสะสมทะลุเกณฑ์ — นับจากรายรับ ไม่ใช่กำไร
  • จดแล้วต้องออกใบกำกับภาษี เก็บภาษีขาย 7% ทุกบิล และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 (หรือ 23 ถ้ายื่นออนไลน์) แม้เดือนที่ไม่มียอด
  • หัวใจคือภาษีขายลบภาษีซื้อ ถ้าซื้อมากกว่าขายก็ขอคืนหรือยกเครดิตเดือนถัดไปได้
  • ถึงเกณฑ์แล้วไม่จดโทษหนัก เบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่า เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน และถูกเรียก VAT ย้อนหลังที่ไม่เคยเก็บจากลูกค้า
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ กรมสรรพากร — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังโปรแกรมบัญชีหรือบริการจดทะเบียนธุรกิจ หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาอิงโครงสร้างภาษีล่าสุด โปรดเช็คประกาศกรมสรรพากรก่อนดำเนินการจริง

เจ้าของธุรกิจที่กำลังโตมักเจอคำถามเดียวกันในหัว — "ยอดขายเริ่มเยอะแล้ว ต้องจด VAT หรือยัง?" คำถามนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะการจดหรือไม่จด ณ จังหวะที่ถูกต้อง มีผลทั้งต่อกำไร ต่อภาระเอกสาร และต่อความเสี่ยงถูกปรับย้อนหลัง บทความนี้จะตอบให้ชัดว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน จดแล้วต้องทำอะไรบ้าง และเมื่อไหร่การจดคือข้อดี เมื่อไหร่คือภาระ

ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT (Value Added Tax) คือภาษีที่เก็บจากการบริโภคในอัตรา 7% ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนไม่ได้เป็นคนแบกภาษีนี้เอง แต่ทำหน้าที่เก็บจากลูกค้าแล้วนำส่งรัฐ เข้าใจตรงนี้ก่อน จะทำให้ทุกอย่างที่เหลือชัดขึ้นมาก

เกณฑ์ 1.8 ล้านบาท — เมื่อไหร่ต้องจด

กฎหมายกำหนดว่าผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าต้องรอถึงสิ้นปี ความจริงคือเมื่อรายรับสะสมทะลุ 1.8 ล้านเมื่อไหร่ ต้องยื่นจดภายใน 30 วันนับจากวันที่ยอดเกิน

ตัวอย่างเช่น ถ้าเดือนกันยายนยอดขายสะสมของคุณแตะ 1.8 ล้านพอดี คุณมีเวลาถึงต้นเดือนตุลาคมในการยื่นจด ไม่ใช่รอต้นปีหน้า และรายรับที่นับคือยอดขายจริงก่อนหักต้นทุน ไม่ใช่กำไร ธุรกิจซื้อมาขายไปที่มาร์จินบางแต่ยอดหมุนสูงจึงมักถึงเกณฑ์เร็วกว่าที่เจ้าของคาดไว้

นับจากรายรับ ไม่ใช่กำไร ร้านที่ขายของราคาถูกจำนวนมาก เช่น ขายออนไลน์ ยอดหมุนอาจเกิน 1.8 ล้านทั้งที่กำไรจริงไม่กี่แสน อย่าเผลอคิดว่า "กำไรยังน้อย คงยังไม่ถึงเกณฑ์" ให้ดูที่ยอดรายรับรวมเป็นหลัก และเฝ้าติดตามตัวเลขสะสมทุกเดือน

บางธุรกิจได้รับยกเว้นไม่ต้องจด VAT เช่น การขายพืชผลทางการเกษตร การขนส่งในประเทศ การให้บริการทางการแพทย์และการศึกษา ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มยกเว้น แม้รายรับเกิน 1.8 ล้านก็ไม่ต้องจด แต่ควรตรวจสอบประเภทกิจการให้แน่ใจก่อน

จดแล้วต้องออกใบกำกับภาษี

เมื่อจดทะเบียนแล้ว ภาระแรกที่ตามมาคือการออกใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ใบกำกับภาษีต้องมีข้อมูลครบตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ คำว่า "ใบกำกับภาษี" ชื่อที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ เลขที่ใบกำกับ วันที่ รายการสินค้า มูลค่า และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มแยกออกมาชัดเจน

นั่นหมายความว่าคุณต้องเก็บภาษีขาย 7% เพิ่มจากราคาสินค้า สินค้าที่เคยขาย 100 บาท ตอนนี้ลูกค้าจ่าย 107 บาท โดย 7 บาทนั้นคือภาษีที่คุณเก็บแทนรัฐ ต้องแยกบัญชีให้ชัด อย่านำไปปนกับรายได้ของกิจการ

ระบบเอกสารสำคัญกว่าที่คิด การจด VAT มาพร้อมภาระเอกสารทันที ทั้งใบกำกับภาษีขาย การเก็บใบกำกับภาษีซื้อ และรายงานภาษี โปรแกรมบัญชีที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ได้ จะช่วยลดงานและความผิดพลาดไปมาก โดยเฉพาะช่วงยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

ภาษีขาย ภาษีซื้อ และการยื่น ภ.พ.30

หัวใจของระบบ VAT คือหลักการภาษีขายลบภาษีซื้อ ภาษีขายคือ 7% ที่คุณเก็บจากลูกค้า ส่วนภาษีซื้อคือ 7% ที่คุณจ่ายไปตอนซื้อสินค้าหรือบริการจากซัพพลายเออร์ที่จด VAT ทุกเดือนคุณต้องนำสองยอดนี้มาหักลบกัน

กรณีภาษีขายภาษีซื้อผลลัพธ์
ภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ70,00040,000นำส่งส่วนต่าง 30,000 บาท
ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย40,00070,000ขอคืน/ยกไปเครดิตเดือนถัดไป 30,000
เท่ากันพอดี50,00050,000ไม่ต้องนำส่งและไม่ได้คืน

ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง อัตรา VAT 7% เป็นอัตราที่ใช้อยู่ปัจจุบัน อาจเปลี่ยนตามประกาศ

ภาพเทียบภาษีขายกับภาษีซื้อจากเคสตัวอย่างในตาราง — เมื่อภาษีขาย 70,000 มากกว่าภาษีซื้อ 40,000 ต้องนำส่งส่วนต่าง 30,000 บาท

การยื่นทำผ่านแบบ ภ.พ.30 เป็นรายเดือน ต้องยื่นและนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือภายในวันที่ 23 ถ้ายื่นผ่านระบบออนไลน์ e-Filing) แม้เดือนไหนไม่มียอดขายเลยก็ยังต้องยื่นแบบเปล่า ห้ามข้าม การยื่นทุกเดือนตรงเวลาคือวินัยที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องมี

ข้อดีข้อเสียของการจด VAT

คนมักมองว่าการจด VAT คือภาระอย่างเดียว แต่ในหลายกรณีมันมีข้อดีที่จับต้องได้ ลองชั่งน้ำหนักสองด้านนี้

ข้อดี — หนึ่ง ขอคืนภาษีซื้อได้ ถ้าธุรกิจของคุณลงทุนซื้ออุปกรณ์หรือสต็อกจำนวนมาก ภาษีซื้อที่จ่ายไปนำมาเครดิตได้ สอง เพิ่มความน่าเชื่อถือ ลูกค้าองค์กรและหน่วยงานรัฐมักต้องการใบกำกับภาษีเพื่อเครดิตภาษีซื้อของเขา การจด VAT ทำให้คุณค้ากับกลุ่มนี้ได้ สาม เป็นสัญญาณว่าธุรกิจโตถึงระดับหนึ่งแล้ว

ข้อเสีย — หนึ่ง ราคาสินค้าแพงขึ้น 7% ในสายตาลูกค้ารายย่อยที่เอาใบกำกับไปเครดิตไม่ได้ อาจทำให้แข่งขันด้านราคายากขึ้น สอง ภาระเอกสารและการยื่นรายเดือนเพิ่มขึ้นชัดเจน สาม ต้องมีระบบบัญชีที่รัดกุม ผิดพลาดบ่อยเสี่ยงถูกตรวจสอบ

จดโดยสมัครใจก่อนถึงเกณฑ์ ทำได้ ถ้าธุรกิจของคุณขายให้ลูกค้าองค์กรเป็นหลัก หรือมีการลงทุนซื้ออุปกรณ์สูงในช่วงเริ่มต้น การจด VAT โดยสมัครใจก่อนถึง 1.8 ล้านอาจคุ้ม เพราะขอคืนภาษีซื้อได้ตั้งแต่แรก แต่ถ้าลูกค้าเป็นรายย่อยที่ไวต่อราคา รอให้ถึงเกณฑ์บังคับค่อยจดจะดีกว่า

การตัดสินใจนี้เชื่อมโยงกับโครงสร้างธุรกิจโดยรวม ถ้าคุณกำลังชั่งใจระหว่างทำในนามบุคคลธรรมดากับตั้งบริษัท ลองอ่านเรื่องภาษีนิติบุคคลประกอบใน ภาษีนิติบุคคล SME เสียยังไง เพราะจังหวะจด VAT มักมาพร้อมกับจังหวะจดบริษัท

โทษถ้าถึงเกณฑ์แล้วไม่จด

นี่คือส่วนที่ต้องจริงจังที่สุด การมีรายรับเกิน 1.8 ล้านแล้วไม่จดทะเบียน VAT ภายในกำหนด มีโทษหนัก ประกอบด้วยเบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสีย เงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ค้าง และโทษทางอาญาปรับไม่เกิน 5,000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่เจ็บกว่านั้นคือ กรมสรรพากรสามารถเรียกเก็บ VAT ย้อนหลังจากยอดขายที่ควรจดตั้งแต่วันที่เกินเกณฑ์ ทั้งที่คุณไม่เคยเก็บ 7% จากลูกค้ามาก่อน เท่ากับต้องควักเนื้อจ่ายภาษีที่ควรเป็นของลูกค้าเอง หลายกิจการเจอบิลย้อนหลังหลักแสนถึงหลักล้านเพราะละเลยจุดนี้

อย่าเลี่ยงด้วยการซอยยอด การตั้งใจแยกกิจการหรือเปิดหลายชื่อเพื่อไม่ให้ยอดแต่ละอันถึง 1.8 ล้าน เป็นสิ่งที่กรมสรรพากรจับตาและถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี ความเสี่ยงถูกประเมินย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับสูงกว่าประโยชน์ที่ได้มาก
ถึงเวลาจด VAT แล้ว? เริ่มจากระบบบัญชีที่ออกใบกำกับได้

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยออกใบกำกับภาษี e-Tax Invoice สรุปภาษีขาย-ภาษีซื้อ และเตรียมแบบ ภ.พ.30 ให้พร้อมยื่นทุกเดือน ลดความเสี่ยงยื่นผิดยื่นช้า

ดูโปรแกรมบัญชีสำหรับธุรกิจ VAT
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

รายรับจากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจด VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่ยอดสะสมทะลุเกณฑ์ …

2

จดแล้วต้องออกใบกำกับภาษี เก็บภาษีขาย 7% ทุกบิล และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 (หร…

3

หัวใจคือภาษีขายลบภาษีซื้อ ถ้าซื้อมากกว่าขายก็ขอคืนหรือยกเครดิตเดือนถัดไปได้

สรุปแนวทางปฏิบัติ

ถ้าให้สรุปเป็นลำดับการตัดสินใจ เราแนะนำแบบนี้ หนึ่ง เฝ้าดูยอดรายรับสะสมทุกเดือน อย่าปล่อยให้ทะลุ 1.8 ล้านโดยไม่รู้ตัว สอง เมื่อใกล้ถึงเกณฑ์ เตรียมระบบบัญชีและใบกำกับภาษีล่วงหน้า อย่ารอถึงวันเกิน สาม เมื่อยอดเกิน ยื่นจดภายใน 30 วันทันที และเริ่มออกใบกำกับภาษี เก็บภาษีขาย 7% ทุกบิล สี่ ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนตรงเวลาแม้เดือนที่ไม่มียอด

สำหรับเจ้าของกิจการที่ยังต้องดูภาพรวมภาษีทั้งบุคคลและธุรกิจ อย่าลืมว่ารายได้ส่วนตัวยังต้องยื่นภาษีเงินได้แยกต่างหาก ลองใช้ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ประเมินภาระภาษีส่วนบุคคลควบคู่กันไป และอ่านเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายในการทำธุรกิจได้ที่ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ 50 ทวิ

ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง หลักเกณฑ์ อัตรา และกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนตามประกาศกรมสรรพากร

ภาษี · ธุรกิจอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง