สรุปใน 30 วินาที
  • รายได้ขายพืชผล/เลี้ยงสัตว์/ประมง เป็นเงินได้ 40(8) เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงได้ — ปีที่ลงทุนหนักและมีบิลครบ หักตามจริงคุ้มกว่า
  • "ภาษีเป็นศูนย์" ไม่ได้แปลว่า "ไม่ต้องยื่น" — เกณฑ์ต้องยื่นดูจากยอดเงินได้ ไม่ใช่ยอดภาษี
  • ขายที่ดินเกษตรเป็นคนละก้อน มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามปีถือครอง และภาษีธุรกิจเฉพาะถ้าถือไม่ถึง 5 ปี — ที่ดินตกทอดถือนานภาระมักเบา
  • ที่ดินเกษตรเสียภาษีที่ดินอัตราต่ำสุดถ้าใช้ทำเกษตรจริง ส่วนเงินอุดหนุน/เยียวยาต้องดูประกาศยกเว้นเป็นราย ๆ อย่าเหมารวม
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังบริการทางการเงิน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาไม่ใช่คำแนะนำภาษีเฉพาะบุคคล ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรอีกครั้ง

เวลาพูดถึงภาษี คนมักนึกถึงมนุษย์เงินเดือนกับเจ้าของธุรกิจ แต่เกษตรกรก็อยู่ในระบบภาษีเช่นกัน เพียงแต่มีกติกาเฉพาะที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับลักษณะอาชีพ — รายได้ไม่แน่นอน ต้นทุนสูง และมักไม่มีเอกสารครบเหมือนธุรกิจในเมือง บทความนี้ไล่ให้เห็นภาพทั้งวงจร ตั้งแต่ขายพืชผล ไปจนถึงขายที่ดินเกษตร และภาษีที่ดินที่ต้องจ่ายทุกปี เพื่อให้เกษตรกรและลูกหลานที่ดูแลเรื่องเงินในบ้านวางแผนได้ถูก

ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฉบับล่าสุด เพราะอัตราและมาตรการยกเว้นบางส่วน โดยเฉพาะภาษีที่ดินและเงินช่วยเหลือ ปรับเปลี่ยนได้ตามนโยบายแต่ละปี

ขายผลผลิตเกษตรเป็นเงินได้ประเภทไหน

รายได้จากการขายพืชผลที่ปลูกเอง เลี้ยงสัตว์ ทำประมง หรือผลิตผลทางการเกษตรอื่น ๆ จัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 หรือ 40(8) ซึ่งเป็นกลุ่มเงินได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ และการเกษตร จุดเด่นของ 40(8) คือกฎหมายให้ทางเลือกในการหักค่าใช้จ่าย เพราะเข้าใจว่าอาชีพกลุ่มนี้มีต้นทุนจริงสูง

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ เกษตรกรที่ขายผลผลิตมีหน้าที่ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหมือนอาชีพอื่น ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องยื่น เพียงแต่หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เกษตรกรจำนวนมากมีเงินได้สุทธิต่ำจนภาษีที่ต้องจ่ายเป็นศูนย์หรือน้อยมาก — แต่ "ภาษีเป็นศูนย์" กับ "ไม่ต้องยื่น" เป็นคนละเรื่อง

ภาษีเป็นศูนย์ ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องยื่น เกณฑ์การต้องยื่นแบบดูจากยอดเงินได้ ไม่ใช่ยอดภาษี ถ้ารายได้ทั้งปีถึงเกณฑ์ยื่น (เช่น เกินเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับเงินได้ 40(8)) ก็ต้องยื่นแม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องจ่าย การยื่นให้ครบยังช่วยเรื่องขอสินเชื่อและแสดงรายได้ในอนาคตด้วย

หักค่าใช้จ่ายเหมา หรือตามจริง — เลือกยังไง

สำหรับเงินได้ 40(8) จากการเกษตรบางประเภท กฎหมายให้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้สองวิธี

วิธีหักค่าใช้จ่ายเหมาะกับใครต้องเก็บเอกสาร
หักเหมา (อัตราตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับกิจการนั้น)ต้นทุนจริงไม่สูงกว่าอัตราเหมา / ไม่มีบิลครบไม่ต้อง
หักตามจริงต้นทุนจริงสูงกว่าอัตราเหมา เช่น ปีที่ลงทุนหนักต้องมีหลักฐานครบทุกรายการ

อัตราหักเหมาแตกต่างกันตามประเภทกิจการเกษตร ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอัตราสำหรับกิจการของคุณกับกรมสรรพากรอีกครั้ง

หลักคิดง่าย ๆ คือ ถ้าปีไหนคุณมีต้นทุนจริง (ค่าปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ค่าแรง ค่าน้ำมัน ค่าเช่าที่) สูงกว่าอัตราเหมา และมีบิลครบ ให้เลือกหักตามจริงจะประหยัดกว่า แต่ถ้าเก็บเอกสารไม่ครบหรือต้นทุนต่ำ การหักเหมาสะดวกและมักได้เปรียบ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงเลือกหักเหมาเพราะไม่ต้องจัดทำบัญชีละเอียด

เกษตรกรรายย่อยต้องยื่นภาษีไหม

คำตอบขึ้นอยู่กับยอดเงินได้ทั้งปี ไม่ใช่สถานะว่าเป็นเกษตรกร เกณฑ์การต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดูจากระดับรายได้ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ถ้ารายได้จากการเกษตรทั้งปีต่ำกว่าเกณฑ์นั้น ก็ไม่มีหน้าที่ต้องยื่น

  • เกษตรกรรายย่อยที่รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ยื่น — ไม่ต้องยื่น แต่ควรประเมินยอดขายรวมทั้งปีให้แน่ใจ อย่ากะด้วยความรู้สึก
  • รายได้ถึงเกณฑ์ยื่น แต่หักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนแล้วไม่มีภาษี — ต้องยื่น แต่จ่ายศูนย์บาท
  • มีรายได้ทางอื่นด้วย เช่น รับจ้าง ค้าขายผลผลิตแปรรูป ต้องเอามารวมคำนวณ อาจดันให้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นและมีภาษี — กรณีหลายแหล่งรายได้อ่านเพิ่มที่ มีหลายแหล่งรายได้ ยื่นภาษียังไงไม่ให้พลาด

ถ้าไม่แน่ใจว่ารายได้ของตัวเองถึงเกณฑ์ต้องยื่นหรือไม่ ลองประเมินคร่าว ๆ ด้วย เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ใส่ยอดขายทั้งปีและค่าใช้จ่าย จะเห็นภาพว่ามีภาระต้องยื่นหรือจ่ายเท่าไหร่

ขายที่ดินเกษตร — ภาษีธุรกิจเฉพาะและหัก ณ ที่จ่าย

เรื่องที่ดินคนละก้อนกับรายได้จากการขายผลผลิต และมักเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตเกษตรกร เมื่อขายที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน จะมีภาษีและค่าธรรมเนียมหลายรายการที่ถูกหักตอนจดทะเบียนโอน

  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย — คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ โดยหักค่าใช้จ่ายตามจำนวนปีที่ถือครอง ยิ่งถือครองนานยิ่งหักได้มาก
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ — เก็บกรณีขายอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองไม่ถึง 5 ปี (มีข้อยกเว้นบางกรณี เช่น ที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่อในทะเบียนบ้านตามเงื่อนไข) ถ้าเข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจะไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ซ้ำ
  • ค่าธรรมเนียมการโอนและอากรแสตมป์ — ตามอัตราที่กรมที่ดินกำหนด
รายการที่ถูกหัก ณ วันโอนเกณฑ์ที่ใช้จุดที่ทำให้ภาระเบาลง
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ หักค่าใช้จ่ายตามจำนวนปีที่ถือครอง ยิ่งถือครองนาน ยิ่งหักค่าใช้จ่ายได้มาก
ภาษีธุรกิจเฉพาะ เก็บเมื่อถือครองไม่ถึง 5 ปี (มีข้อยกเว้น เช่น ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่อในทะเบียนบ้านตามเงื่อนไข) ถือครองเกิน 5 ปีพ้นเกณฑ์ — และถ้าเข้าข่ายเสียตัวนี้ จะไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ซ้ำ
ค่าธรรมเนียมโอน + อากรแสตมป์ ตามอัตราที่กรมที่ดินกำหนด สอบถามอัตราปัจจุบันกับสำนักงานที่ดินก่อนวันโอน

ที่ดินตกทอดที่ถือครองมานานหลายสิบปี ภาระมักเบากว่าการเก็งกำไรระยะสั้น — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

ที่ดินเกษตรที่ตกทอดในครอบครัวและถือครองมานานหลายสิบปี มักได้หักค่าใช้จ่ายตามจำนวนปีถือครองสูงและพ้นเกณฑ์ภาษีธุรกิจเฉพาะ 5 ปีไปแล้ว ภาระภาษีจึงมักเบากว่าการเก็งกำไรที่ดินระยะสั้น รายละเอียดการคำนวณเต็มเราแยกไว้ที่ ภาษีขายที่ดินและบ้าน คำนวณยังไง และ ค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน

อย่าลืมนำเงินได้จากการขายที่ดินไปพิจารณายื่น แม้ถูกหัก ณ ที่จ่ายตอนโอนแล้ว การขายที่ดินที่ไม่ได้มุ่งค้าหากำไรมีทางเลือกไม่ต้องนำไปรวมยื่นได้ในบางกรณี แต่ถ้าเป็นการขายเชิงค้าหรือทำเป็นธุรกิจ อาจต้องนำมารวมคำนวณ ก่อนขายที่ดินแปลงใหญ่ควรปรึกษาสำนักงานที่ดินและสรรพากรพื้นที่ให้ชัดก่อน เพราะเงินก้อนใหญ่ พลาดแล้วแพง

ภาษีที่ดินเกษตร — อัตราต่ำแต่ต้องรู้

คนละตัวกับภาษีตอนขาย นี่คือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของต้องจ่ายทุกปีให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จุดที่เป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรคือ ที่ดินที่ใช้ประกอบเกษตรกรรมเสียภาษีในอัตราต่ำที่สุดในบรรดาการใช้ประโยชน์ทุกประเภท และที่ดินเกษตรของบุคคลธรรมดายังมีเกณฑ์ยกเว้นมูลค่าบางส่วนตามที่กฎหมายกำหนด

เงื่อนไขสำคัญคือที่ดินต้องใช้ทำเกษตรจริง ไม่ใช่ปล่อยรกร้างแล้วปลูกกล้วยไม่กี่ต้นเพื่อเลี่ยงอัตราสูง เพราะที่ดินรกร้างว่างเปล่าถูกเก็บในอัตราสูงกว่าและเพิ่มขึ้นตามปีที่ปล่อยทิ้ง ดูภาพรวมประเภทและอัตราได้ที่ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ใครต้องจ่ายเท่าไหร่

แหล่งอ้างอิง เกณฑ์เงินได้ 40(8) อัตราหักค่าใช้จ่าย และภาษีจากการขายอสังหาริมทรัพย์ในบทความอ้างอิงจาก กรมสรรพากร · ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง · ตรวจสอบฉบับล่าสุดได้ที่เว็บไซต์หน่วยงานโดยตรง
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

รายได้ขายพืชผล/เลี้ยงสัตว์/ประมง เป็นเงินได้ 40(8) เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงไ…

2

"ภาษีเป็นศูนย์" ไม่ได้แปลว่า "ไม่ต้องยื่น" — เกณฑ์ต้องยื่นดูจากยอดเงินได้ ไม่ใช่ยอดภาษี

3

ขายที่ดินเกษตรเป็นคนละก้อน มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามปีถือครอง และภาษีธุรกิจเฉพาะถ้าถือไม่ถึ…

เงินอุดหนุนและประกันรายได้ นับเป็นรายได้ไหม

คำถามที่เกษตรกรถามบ่อยคือเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น โครงการประกันรายได้ เงินอุดหนุนปัจจัยการผลิต หรือเงินเยียวยาต่าง ๆ ต้องเอาไปรวมเป็นรายได้ยื่นภาษีไหม

หลักการคือเงินช่วยเหลือหลายโครงการมักมีประกาศยกเว้นภาษีเฉพาะเป็นราย ๆ ไป ตามมติคณะรัฐมนตรีหรือกฎกระทรวงในช่วงนั้น แต่ไม่ได้ยกเว้นอัตโนมัติทุกกรณี บางโครงการที่มีลักษณะเป็นการชดเชยรายได้เชิงพาณิชย์อาจถือเป็นเงินได้ ดังนั้นอย่าเหมารวมว่าเงินจากรัฐไม่เสียภาษีทั้งหมด

  • เงินเยียวยา/อุดหนุนที่มีประกาศยกเว้น — ไม่ต้องนำมารวมคำนวณ ตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการ
  • เงินชดเชยที่ไม่มีประกาศยกเว้น — อาจต้องนำมารวมเป็นเงินได้ ควรตรวจประกาศของโครงการนั้นโดยตรง

เพราะแต่ละโครงการเงื่อนไขไม่เหมือนกันและเปลี่ยนทุกปี วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเก็บหลักฐานการรับเงินไว้ และตรวจประกาศยกเว้นภาษีของโครงการนั้นก่อนยื่น หากไม่แน่ใจให้สอบถามสรรพากรพื้นที่โดยตรง

สรุปสำหรับเกษตรกร รายได้ขายผลผลิตเป็นเงินได้ 40(8) เลือกหักเหมาหรือตามจริงได้ ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแม้ภาษีเป็นศูนย์ — ส่วนขายที่ดินและภาษีที่ดินเป็นคนละก้อน มีกติกาเฉพาะ และที่ดินเกษตรได้อัตราภาษีที่ดินต่ำสุด เงินอุดหนุนต้องดูประกาศยกเว้นเป็นราย ๆ อย่าเหมารวม
ไม่แน่ใจว่ารายได้เกษตรถึงเกณฑ์ต้องยื่นไหม?

กรอกยอดขายทั้งปีและค่าใช้จ่าย เครื่องคำนวณจะช่วยประเมินเงินได้สุทธิและภาษีที่ต้องจ่าย ให้รู้ก่อนว่าต้องยื่นหรือไม่ และเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

คำนวณภาษีของคุณ
วางแผนเงินก้อนจากการขายที่ดินเกษตร?

เปิดบัญชีลงทุนหรือเงินฝากดอกเบี้ยสูงเพื่อพักและต่อยอดเงินก้อนใหญ่จากการขายที่ดินอย่างมีระบบ แทนที่จะปล่อยไว้เฉย ๆ

เปิดบัญชีลงทุน/เงินฝาก
ภาษี · เกษตรอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง