สรุปใน 30 วินาที
  • คณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญ (ไม่จดทะเบียน) เสียภาษีแบบขั้นบันไดบุคคล 0–35% ในนามของหน่วย ไม่ใช่นิติบุคคล
  • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทเป็นนิติบุคคล เสียภาษีจากกำไรสุทธิที่อัตรา 20% (SME มีขั้นลดหย่อน)
  • ส่วนแบ่งกำไรจากหน่วยที่ไม่ใช่นิติบุคคลได้รับยกเว้นไม่เสียซ้ำ ส่วนกำไรจากนิติบุคคลถูกเก็บอีกชั้นตอนจ่ายออก
  • สูตรเก่า "ตั้งคณะบุคคลหลายชุดหั่นภาษี" ถูกปิดช่องไปแล้ว และเสี่ยงถูกประเมินย้อนหลังถ้าไม่มีกิจการจริง
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ กรมสรรพากร — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังบริการด้านบัญชีและภาษี หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาอิงประมวลรัษฎากรฉบับที่ใช้อยู่ โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนตัดสินใจ

คนทำธุรกิจเป็นทีมมักเจอทางแยกเดียวกัน — จะเปิดในนามบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือคณะบุคคลดี คำตอบไม่ได้อยู่ที่ชื่อฟังดูใหญ่แค่ไหน แต่อยู่ที่ "เสียภาษีอย่างไร" และ "รับผิดแค่ไหน" ซึ่งต่างกันมากในแต่ละรูปแบบ บทความนี้จะแยกให้เห็นชัดว่าห้างหุ้นส่วนและคณะบุคคลต่างจากบริษัทและบุคคลธรรมดายังไง โดยเฉพาะเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดว่า "ตั้งคณะบุคคลแล้วประหยัดภาษีได้เยอะ" ซึ่งความจริงเปลี่ยนไปแล้ว

ตัวเลขและอัตราภาษีในบทความอิงประมวลรัษฎากรที่ใช้อยู่ ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง เพราะเงื่อนไขและอัตราอาจปรับตามกฎหมายในแต่ละปี

สามรูปแบบที่คนสับสน — สามัญ นิติบุคคล คณะบุคคล

ก่อนพูดเรื่องภาษี ต้องแยกตัวนิติสภาพให้ออกก่อน เพราะมันคือรากของทุกอย่าง

  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ (ไม่จดทะเบียน) — บุคคลตั้งแต่สองคนตกลงทำกิจการร่วมกัน ไม่เป็นนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดในหนี้ไม่จำกัด และเสียภาษีในลักษณะเดียวกับคณะบุคคล
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล / ห้างหุ้นส่วนจำกัด — จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีสภาพเป็นผู้เสียภาษีแยกจากตัวหุ้นส่วน เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในห้างหุ้นส่วนจำกัด หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจะรับผิดไม่เกินเงินที่ลงทุน
  • คณะบุคคล — บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปมารวมกันทำกิจการโดยไม่ได้มุ่งเป็นนิติบุคคล ไม่มีสภาพนิติบุคคล และเสียภาษีในฐานะหน่วยภาษีแยกอีกหน่วยหนึ่ง

หัวใจที่ต้องจำคือ เป็นนิติบุคคลหรือไม่ ถ้าเป็น (เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด) จะเข้าโลกของภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าไม่เป็น (ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนและคณะบุคคล) จะเสียภาษีในลักษณะคล้ายบุคคลธรรมดาแต่เป็นคนละหน่วยกับตัวสมาชิก

ใครเสียภาษีแบบไหน — 20% นิติบุคคล vs อัตราบุคคล

นี่คือความต่างที่กระเป๋าเงินรู้สึกได้ชัดที่สุด

รูปแบบฐานที่เสียภาษีอัตรา
บุคคลธรรมดาเงินได้สุทธิรายบุคคลขั้นบันได 0–35%
คณะบุคคล / ห้างหุ้นส่วนสามัญ (ไม่จดทะเบียน)เงินได้สุทธิของหน่วยขั้นบันไดแบบบุคคลธรรมดา 0–35%
ห้างหุ้นส่วนจำกัด / ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลกำไรสุทธิทางภาษีนิติบุคคลทั่วไป 20% (SME มีขั้นลดหย่อน)
บริษัทจำกัดกำไรสุทธิทางภาษีนิติบุคคลทั่วไป 20% (SME มีขั้นลดหย่อน)

อัตราเป็นกรอบทั่วไป กิจการ SME ที่เข้าเกณฑ์มีอัตราขั้นบันไดและช่วงยกเว้น — ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

จุดสำคัญคือ นิติบุคคลเสียภาษีจาก "กำไรสุทธิทางภาษี" (รายได้หักรายจ่ายที่กฎหมายยอมรับ) ที่อัตราคงที่ 20% ส่วนคณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญเสียแบบขั้นบันไดเหมือนบุคคล ซึ่งช่วงรายได้ต่ำอัตราต่ำกว่า แต่พอกำไรสูงขึ้นอัตราขั้นบนไต่ถึง 35% แซงหน้า 20% ของนิติบุคคล นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจกำไรสูงมักย้ายเข้ารูปนิติบุคคล เราลงรายละเอียดเรื่องนี้ไว้ใน จดบริษัทช่วยประหยัดภาษีจริงไหม

ภาพเทียบอัตราภาษีสูงสุด: ขั้นบันไดบุคคล/คณะบุคคล เทียบกับอัตราคงที่ของนิติบุคคล

ส่วนแบ่งกำไรของผู้เป็นหุ้นส่วน ยกเว้นหรือไม่

ตรงนี้เป็นจุดที่คนเข้าใจสลับกันบ่อยที่สุด ต้องแยกเป็นสองกรณี

  • ส่วนแบ่งจากคณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล — เมื่อหน่วยเสียภาษีในนามของหน่วยไปแล้ว ส่วนแบ่งกำไรที่สมาชิกได้รับต่อมาได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปเสียภาษีซ้ำในมือบุคคลอีก (ป้องกันการเก็บภาษีซ้อนในหน่วยเดียวกัน)
  • เงินปันผล/ส่วนแบ่งจากนิติบุคคล เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัท — เมื่อนิติบุคคลเสีย 20% แล้วจ่ายกำไรออกมาให้หุ้นส่วน/ผู้ถือหุ้น ส่วนนี้ถือเป็นเงินได้ของบุคคลที่ต้องนำไปเสียภาษีอีกชั้น (มีเครดิตภาษีเงินปันผลมาช่วยลดภาระซ้อนบางส่วน)
สรุปให้จำง่าย หน่วยที่ไม่ใช่นิติบุคคลเสียครั้งเดียวที่ระดับหน่วย แล้วส่วนแบ่งถึงมือสมาชิกยกเว้น ส่วนนิติบุคคลเสียสองชั้น (ที่ตัวนิติบุคคล แล้วอีกทีตอนจ่ายออก) แต่แลกกับความรับผิดจำกัดและความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ

ใช้แยกรายได้ลดภาษีได้แค่ไหน — ช่องที่ปิดไปแล้ว

ในอดีตมีคนใช้กลยุทธ์ตั้งคณะบุคคลหลาย ๆ ชุดเพื่อ "กระจายรายได้" ให้แต่ละหน่วยมีเงินได้สุทธิต่ำ จะได้เกาะอยู่ในขั้นภาษีต่ำ ๆ ทำให้ภาระรวมน้อยกว่ายื่นในนามบุคคลเดียว วิธีนี้เคยได้ผลแต่ ถูกปิดช่องไปแล้วเป็นส่วนใหญ่

กฎหมายปรับให้การเสียภาษีของคณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคลเข้มขึ้น ทั้งการยกเว้นส่วนแบ่งกำไรที่เคยหละหลวมและการพิจารณาการตั้งหน่วยที่มีลักษณะเลี่ยงภาษี ทำให้การตั้งหลายคณะเพื่อหั่นรายได้ไม่ได้ประโยชน์เหมือนเดิม และมีความเสี่ยงถูกประเมินย้อนหลังถ้าเจตนาชัดว่าตั้งเพื่อเลี่ยงภาษี

อย่าฟังสูตร "ตั้งคณะบุคคลลดภาษี" แบบเก่า คำแนะนำที่บอกให้เปิดคณะบุคคลหลายชุดเพื่อหั่นภาษีเป็นข้อมูลที่ล้าสมัยและเสี่ยง หน่วยที่ตั้งขึ้นเพียงเพื่อประโยชน์ทางภาษีโดยไม่มีการประกอบกิจการจริง อาจถูกเพิกถอนสิทธิและประเมินภาษีพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มย้อนหลัง วางโครงสร้างจากลักษณะธุรกิจจริง ไม่ใช่จากสูตรลดภาษี

จดทะเบียนและหน้าที่ทางบัญชี

ภาระงานหลังบ้านต่างกันชัดเจน และควรชั่งน้ำหนักก่อนเลือก

  • คณะบุคคล / ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน — ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของหน่วย ยื่นแบบเงินได้ในนามหน่วย จัดทำรายรับรายจ่ายให้ตรวจสอบได้ ภาระเบากว่านิติบุคคลแต่ก็ต้องแยกบัญชีของหน่วยออกจากบัญชีส่วนตัวให้ชัด
  • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน / บริษัท — ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำบัญชีตามมาตรฐาน มีผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ยื่นงบการเงินประจำปี และยื่นภาษีนิติบุคคลกลางปีและสิ้นปี ภาระมากกว่าแต่แลกกับความน่าเชื่อถือและความรับผิดจำกัด

ถ้าธุรกิจเริ่มมีพนักงานหรือรายได้ถึงเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็มีหน้าที่ VAT ตามมาไม่ว่าจะรูปแบบไหน ควรวางระบบเอกสารตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้ตกหล่นตอนถูกตรวจ อ่านภาพรวมภาระภาษีของธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มได้ที่ ภาษีนิติบุคคล SME ต้องรู้อะไรบ้าง

ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

คณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญ (ไม่จดทะเบียน) เสียภาษีแบบขั้นบันไดบุคคล 0–35% ในนามของหน่ว…

2

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทเป็นนิติบุคคล เสียภาษีจากกำไรสุทธิที่อัตรา 20% (SME มีขั้น…

3

ส่วนแบ่งกำไรจากหน่วยที่ไม่ใช่นิติบุคคลได้รับยกเว้นไม่เสียซ้ำ ส่วนกำไรจากนิติบุคคลถูกเก็บ…

แล้วควรเลือกโครงสร้างไหน

ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน แต่มีกรอบตัดสินใจที่ใช้ได้จริง

  • กำไรยังไม่สูงและอยากคุมภาระบัญชีให้เบา — คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญพอไหว แต่ยอมรับความรับผิดไม่จำกัด
  • กำไรเริ่มไต่ขึ้นจนอัตราขั้นบุคคลแซง 20% หรือมีคู่ค้าที่ต้องการความน่าเชื่อถือ — ถึงเวลาคิดเรื่องนิติบุคคล
  • มีความเสี่ยงทางกฎหมายหรือหนี้สินสูง — ความรับผิดจำกัดของนิติบุคคลคุ้มค่ากับภาระบัญชีที่เพิ่มขึ้น
อยากรู้ว่ากำไรระดับไหนควรย้ายเข้านิติบุคคล?

ลองคำนวณภาษีเทียบระหว่างอัตราขั้นบันไดบุคคลกับ 20% นิติบุคคล ที่ระดับกำไรของคุณ ก่อนตัดสินใจปรับโครงสร้าง

คำนวณภาษีของคุณ
พร้อมจดทะเบียนและวางระบบบัญชีให้ถูกต้อง?

ใช้บริการจดทะเบียนธุรกิจและทำบัญชีออนไลน์ ครบตั้งแต่จัดตั้ง ยื่นภาษี ถึงปิดงบประจำปี ในที่เดียว

เริ่มจดทะเบียนธุรกิจ
ก่อนตัดสินใจ การเลือกโครงสร้างธุรกิจกระทบทั้งภาษี ความรับผิด และภาระเอกสารระยะยาว บทความนี้ให้ภาพรวมเพื่อการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย หากเม็ดเงินและความเสี่ยงมีนัยสำคัญ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนลงมือ
ภาษี · ธุรกิจอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง