สรุปใน 30 วินาที
  • ของนำเข้าโดยหลักเจอ 2 ชั้น คือ อากรขาเข้าตามพิกัดสินค้า (0–30%+) บวก VAT 7%
  • VAT คิดจากฐาน CIF + อากร (ไม่ใช่ราคาของเปล่า ๆ) ทำให้ยอดจริงบวกขึ้นมากกว่าที่คิด
  • เกณฑ์ยกเว้นมูลค่าต่ำ 1,500 บาทเปลี่ยนแล้ว — ของราคาต่ำปัจจุบันอาจถูกเก็บ VAT ตั้งแต่บาทแรก
  • เลือกช่องทางส่งโดยเผื่อค่าดำเนินพิธีการของ courier และอย่าแจ้งราคาต่ำกว่าจริงเด็ดขาด
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเรื่องภาษีและอากรนำเข้าเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยพิกัดศุลกากรเฉพาะสินค้า อัตราอากรขึ้นกับประเภทสินค้าและอาจเปลี่ยนตามประกาศ เนื้อหาอิงหลักปฏิบัติ ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบประกาศกรมศุลกากรและกรมสรรพากรฉบับล่าสุดก่อนสั่งของจริง

ราคาบนหน้าเว็บต่างประเทศมักดูถูกจนน่าตกใจ แต่หลายคนเพิ่งรู้ว่ามัน "ไม่ใช่ราคาที่จ่ายจริง" ตอนพัสดุมาถึงแล้วบริษัทขนส่งโทรมาเก็บเงินเพิ่มก่อนส่งของ ตัวเลขที่งอกขึ้นมานั้นคืออากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่รัฐเก็บจากของนำเข้า บทความนี้จะอธิบายว่าเมื่อไหร่ต้องเสีย คิดยังไง และซื้อแบบไหนถึงจะไม่เจอบิลเซอร์ไพรส์

อัตราและเกณฑ์ในบทความอิงระเบียบศุลกากรและประมวลรัษฎากร ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง เพราะเกณฑ์ยกเว้นมูลค่าต่ำและอัตราอากรบางพิกัดเปลี่ยนได้ตามประกาศ

มีภาษีอะไรบ้างเวลานำของเข้า

เวลาของข้ามด่านเข้ามา โดยหลักมีภาระสองชั้นที่ต้องดู บางสินค้ามีชั้นที่สามเพิ่ม

  • อากรขาเข้า (Import Duty) — คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าของตามพิกัดศุลกากรของสินค้านั้น อัตราต่างกันมากตั้งแต่ 0% (เช่น หนังสือ อุปกรณ์บางชนิด) ไปจนถึง 30% หรือมากกว่า (เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางบางรายการ)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% — เก็บจากของนำเข้าเกือบทุกชิ้น โดยคิดจากฐานที่รวมมูลค่าของบวกค่าขนส่งประกันบวกอากรขาเข้าเข้าไปแล้ว ไม่ใช่คิดจากราคาของเปล่า ๆ
  • ภาษีสรรพสามิต — เฉพาะสินค้าบางกลุ่ม เช่น น้ำหอม เครื่องดื่มบางชนิด สินค้าฟุ่มเฟือย จะมีชั้นนี้เพิ่มเข้ามาอีก

เกณฑ์ยกเว้นมูลค่าต่ำ — เรื่อง 1,500 บาทที่เปลี่ยนไปแล้ว

เดิมทีของนำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท (ราคาของ + ค่าขนส่ง + ประกัน หรือ CIF) จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้า นี่คือที่มาของความเชื่อว่า "สั่งของไม่เกินพันห้าไม่เสียภาษี" ซึ่งใช้ได้แค่ครึ่งเดียวและเปลี่ยนไปแล้ว ในทางปฏิบัติต้องแยกให้ชัดสองเรื่อง

  • อากรขาเข้า — ยังมีเกณฑ์ยกเว้นสำหรับของมูลค่า CIF ต่ำตามระเบียบ (โดยหลักคือไม่เกิน 1,500 บาท) แต่การยกเว้นอากรไม่ได้แปลว่ายกเว้น VAT
  • VAT 7% — มีการปรับแนวทางให้เก็บ VAT กับของนำเข้ามูลค่าต่ำด้วย เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ขายในประเทศที่ต้องเสีย VAT อยู่แล้ว หมายความว่าของราคาไม่กี่ร้อยบาทที่เคยผ่านฟรี ปัจจุบันอาจถูกเก็บ VAT ตั้งแต่บาทแรก
อย่ายึดตัวเลข 1,500 บาทแบบตายตัว เกณฑ์ยกเว้นมูลค่าต่ำเป็นจุดที่นโยบายปรับบ่อยที่สุดในเรื่องนี้ ทั้งตัวเลขเพดานและว่าครอบคลุมเฉพาะอากรหรือรวม VAT ด้วย ก่อนสั่งของที่ราคาใกล้เส้น ให้เช็กประกาศล่าสุดของกรมศุลกากรและกรมสรรพากรก่อนเสมอ ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

วิธีคำนวณ CIF และยอดภาษีจริง

หัวใจของการคำนวณคือคำว่า CIF ซึ่งย่อมาจาก Cost + Insurance + Freight คือ ราคาของ + ค่าประกัน + ค่าขนส่งมาถึงไทย ศุลกากรใช้ CIF เป็นฐานตั้งต้น ไม่ใช่ราคาสินค้าเปล่า ลำดับการคิดเป็นแบบนี้

  1. หา CIF = ราคาของ + ค่าขนส่ง + ค่าประกัน
  2. อากรขาเข้า = CIF × อัตราอากรตามพิกัดของสินค้า
  3. ฐาน VAT = CIF + อากรขาเข้า (+ สรรพสามิต ถ้ามี)
  4. VAT = ฐาน VAT × 7%
  5. ยอดที่ต้องจ่ายรัฐ = อากรขาเข้า + VAT

ลองดูตัวอย่างเสื้อผ้าที่อัตราอากรสมมติ 30% ราคาของ 3,000 บาท ค่าส่ง 500 บาท (ไม่มีประกันแยก)

ขั้นตอนตัวเลข (บาท)
CIF (3,000 + 500)3,500
อากรขาเข้า 30% ของ CIF1,050
ฐาน VAT (3,500 + 1,050)4,550
VAT 7% ของฐาน318.50
รวมภาษีที่ต้องจ่าย1,368.50
ราคาของจริงถึงมือ (3,500 + 1,368.50)4,868.50

เป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด อัตราอากรจริงขึ้นกับพิกัดสินค้า ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

ภาพเทียบส่วนประกอบราคาของถึงมือจากเคสตัวอย่าง (อากรสมมติ 30%) — ภาษี 2 ชั้นบวกเข้ามารวมกว่า 1,300 บาทบนของราคา 3,000 บาท

จะเห็นว่าของราคา 3,000 บาท กลายเป็นเกือบ 4,900 บาทเมื่อรวมค่าส่งและภาษี ก่อนกดสั่งจึงควรบวกส่วนนี้เข้าไปในใจก่อนเทียบกับราคาในไทย

พัสดุไปรษณีย์ กับ ขนส่งเอกชน ต่างกันยังไง

ช่องทางที่ของเข้ามามีผลต่อวิธีเก็บเงินและความยุ่งยาก

  • ทางไปรษณีย์ (ไปรษณีย์ไทย) — ศุลกากรประเมินที่ศูนย์ไปรษณีย์ ถ้ามีภาษีต้องชำระ คุณจะได้ใบแจ้งให้ไปรับของพร้อมชำระที่ทำการไปรษณีย์ปลายทาง ค่าดำเนินการมักถูกกว่า แต่ช้ากว่าและถ้าเอกสารมูลค่าไม่ชัดอาจถูกตีราคาเอง
  • ขนส่งเอกชน (เช่น ผู้ให้บริการ courier ระหว่างประเทศ) — บริษัทขนส่งมักดำเนินพิธีการศุลกากรแทนและออกใบเสร็จเก็บภาษีพร้อมค่าดำเนินพิธีการ (handling/brokerage fee)เพิ่ม เร็วกว่า แต่ค่าธรรมเนียมส่วนนี้บางครั้งสูงจนแพงกว่าตัวภาษีเอง โดยเฉพาะของชิ้นเล็ก
เช็กก่อนเลือกวิธีส่งตอนสั่ง ถ้าร้านให้เลือกวิธีจัดส่ง อย่าดูแค่ค่าส่งถูก ให้ประเมินด้วยว่าปลายทางจะมีค่าดำเนินพิธีการของ courier บวกเข้ามาอีกไหม สำหรับของราคากลาง ๆ ทางไปรษณีย์มักคุ้มกว่าเมื่อรวมทุกอย่าง แต่ถ้าต้องการเร็วและของมูลค่าสูง courier ก็สะดวกกว่า ลองเผื่อภาษีไว้ในงบด้วย เครื่องคำนวณภาษี ช่วยให้เห็นภาพภาระภาษีรวมทั้งปีของคุณได้

พิกัดศุลกากรและของต้องห้าม/ต้องขออนุญาต

พิกัดศุลกากร (HS Code) คือรหัสสากลที่จำแนกสินค้าทุกชนิด และเป็นตัวกำหนดว่าสินค้านั้นเสียอากรกี่เปอร์เซ็นต์ ของสองอย่างที่หน้าตาคล้ายกันอาจอยู่คนละพิกัดและเสียอากรต่างกันลิบ การรู้พิกัดคร่าว ๆ ก่อนสั่งช่วยให้คุณประเมินภาษีได้แม่นขึ้น

นอกจากเรื่องอัตรา ยังมีสินค้าบางกลุ่มที่นำเข้าไม่ได้ หรือได้แต่ต้องขออนุญาตก่อน เช่น

  • ของต้องห้าม — ยาเสพติด สื่อลามก ของปลอมเครื่องหมายการค้า อาวุธบางประเภท
  • ของต้องขออนุญาต/มีใบอนุญาตเฉพาะ — ยาและอาหารเสริมบางชนิด (อย.) เครื่องมือสื่อสารบางประเภท (กสทช.) พืชและสัตว์ อาวุธปืน บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งบางรายการมีข้อจำกัดเข้มงวดหรือห้ามนำเข้าเลย

อย่าคิดว่าของชิ้นเล็กสั่งออนไลน์จะรอด ถ้าเป็นของควบคุม ศุลกากรมีสิทธิยึดและดำเนินคดี ไม่ใช่แค่เก็บภาษีเพิ่ม

แหล่งอ้างอิง อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในบทความอ้างอิงจาก กรมสรรพากร ส่วนอากรขาเข้า พิกัดศุลกากร และเกณฑ์ยกเว้นมูลค่าต่ำเป็นประกาศของกรมศุลกากร · ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง · ตรวจสอบฉบับล่าสุดได้ที่เว็บไซต์หน่วยงานโดยตรง
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

ของนำเข้าโดยหลักเจอ 2 ชั้น คือ อากรขาเข้าตามพิกัดสินค้า (0–30%+) บวก VAT 7%

2

VAT คิดจากฐาน CIF + อากร (ไม่ใช่ราคาของเปล่า ๆ) ทำให้ยอดจริงบวกขึ้นมากกว่าที่คิด

3

เกณฑ์ยกเว้นมูลค่าต่ำ 1,500 บาทเปลี่ยนแล้ว — ของราคาต่ำปัจจุบันอาจถูกเก็บ VAT ตั้งแต่บาทแรก

ช้อปออนไลน์นอกยังไงให้ไม่โดนบวกหนัก

สรุปเป็นข้อปฏิบัติที่ใช้ได้จริง

  • บวกภาษีเข้าไปในราคาก่อนเทียบ — อย่าเทียบราคาหน้าเว็บนอกกับราคาในไทยตรง ๆ ให้ประมาณอากร + VAT เข้าไปก่อน บางทีของในไทยถูกกว่าเมื่อคิดครบ
  • อย่าขอให้ผู้ขายแจ้งราคาต่ำกว่าจริง (under-declare) — ฟังดูประหยัด แต่เป็นการสำแดงเท็จซึ่งผิดกฎหมายศุลกากร มีโทษปรับหนักและถูกยึดของได้ ถ้าของหายหรือเสียหาย ประกันก็จ่ายตามมูลค่าที่แจ้งต่ำเท่านั้น
  • ระวังของที่รวมหลายชิ้นในกล่องเดียว — มูลค่ารวมทั้งกล่องคือฐานคำนวณ ไม่ใช่ราคาต่อชิ้น
  • เก็บหลักฐานการชำระเงินและใบสั่งซื้อ — ไว้ยืนยันมูลค่าจริงหากถูกตีราคาสูงเกิน

ถ้าคุณเริ่มสั่งของเข้ามาขายต่อในปริมาณมาก นั่นคือ "การนำเข้าเพื่อการค้า" ซึ่งมีภาระภาษีและการจดทะเบียนต่างจากการซื้อใช้เอง ควรอ่านเรื่อง จดทะเบียน VAT เมื่อไหร่ต้องจด และหากมีรายได้จากการขายหลายทาง ดู มีรายได้หลายทางยื่นภาษียังไง ประกอบด้วย

วางแผนภาษีทั้งปีให้เห็นภาพรวม

ไม่ว่าจะซื้อของนอกใช้เองหรือขายต่อ การรู้ฐานภาษีเงินได้ของตัวเองช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น กรอกตัวเลขแล้วดูภาระภาษีรวมได้ทันที

คำนวณภาษีของคุณ
สั่งของนอกบ่อย อยากได้บัตรที่คุ้มค่าเงินตราต่างประเทศ?

บัตรเครดิตบางใบคิดค่าความเสี่ยงเงินตราต่างประเทศต่ำหรือให้คะแนนคืนสำหรับการใช้จ่ายสกุลต่างชาติ เทียบก่อนสมัครช่วยประหยัดได้ทุกออเดอร์

ดูบัตรช้อปต่างประเทศ
สรุปสั้นก่อนกดสั่ง ของนำเข้าโดยหลักเจออากรขาเข้าตามพิกัด บวก VAT 7% ที่คิดจากฐาน CIF + อากร เกณฑ์ยกเว้นมูลค่าต่ำเปลี่ยนบ่อยและปัจจุบันของราคาต่ำอาจถูกเก็บ VAT แล้ว เลือกช่องทางส่งโดยเผื่อค่าดำเนินพิธีการ และอย่าแจ้งราคาต่ำกว่าจริงเด็ดขาด
ภาษี · นำเข้าอ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง