สรุปใน 30 วินาที
  • แยกให้ออกว่ารายได้เป็น 40(2) (รับจ้างเดี่ยว/นายหน้า) หรือ 40(8) (ทำเป็นกิจการ) เพราะหักค่าใช้จ่ายต่างกันคนละโลก
  • ของสปอนเซอร์/ทริปฟรีที่มีเงื่อนไขให้ทำคอนเทนต์ ต้องนับมูลค่าเป็นรายได้เหมือนได้เงินสด
  • หัก ณ ที่จ่าย 3% คือจ่ายภาษีล่วงหน้า ไม่ใช่จบ — ปลายปีต้องรวมยื่นตามขั้นบันได เก็บใบ 50 ทวิ ทุกใบไว้เป็นเครดิต
  • รายรับเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน (นับจากยอดรายรับ ไม่ใช่กำไร)
แหล่งอ้างอิง เกณฑ์ เพดานตามกฎหมาย และเงื่อนไขในบทความนี้ อ้างอิงกรอบจากประกาศของ กรมสรรพากร · สำนักงานประกันสังคม — ตัวเลขและเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์หน่วยงานและผู้ให้บริการโดยตรง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569)
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้อาจมีลิงก์พันธมิตรไปยังบริการบัญชีหรือแพลตฟอร์มการเงิน หากคุณสมัครผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าแนะนำโดยคุณไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหาอิงโครงสร้างภาษีล่าสุด โปรดตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง

อาชีพครีเอเตอร์โตเร็วกว่าที่กฎหมายภาษีจะตามทัน แต่กรมสรรพากรตามทันแล้ว — ทุกวันนี้เม็ดเงินโฆษณาที่แบรนด์จ่ายให้อินฟลูเอนเซอร์วิ่งผ่านระบบที่ตรวจสอบย้อนได้เกือบทั้งหมด ทั้งใบหัก ณ ที่จ่าย ยอดโอนเข้าบัญชี และรายงานจากเอเจนซี ปัญหาที่เจอบ่อยจึงไม่ใช่ "หนีภาษีไม่ได้" แต่เป็น คนทำคอนเทนต์จำนวนมากไม่รู้ว่ารายได้ของตัวเองเป็นเงินได้ประเภทไหน เลยหักค่าใช้จ่ายผิด ยื่นผิดช่อง และจ่ายเกินหรือขาดโดยไม่ตั้งใจ

บทความนี้แยกรายได้อินฟลูฯ ออกเป็นชิ้น ๆ แล้วบอกว่าแต่ละชิ้นเสียภาษียังไง หักอะไรได้บ้าง และเส้นไหนที่พอข้ามแล้วชีวิตเปลี่ยน (เช่นเพดาน VAT 1.8 ล้าน) ตัวเลขและเกณฑ์ทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนยื่นจริง เพราะแนวปฏิบัติเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลปรับได้ทุกปี

รายได้อินฟลูฯ มีกี่แบบ และแต่ละแบบคือเงินได้ประเภทไหน

กุญแจของเรื่องนี้คือ ประมวลรัษฎากรแบ่งเงินได้เป็น 8 ประเภท และค่าใช้จ่ายที่หักได้ขึ้นอยู่กับประเภท ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่าเงินเข้าบัญชีเท่าไหร่ รายได้ของครีเอเตอร์ส่วนใหญ่ตกอยู่ในสองประเภทหลัก คือ 40(2) และ 40(8)

  • ค่าจ้างรีวิว/โพสต์เดี่ยว ๆ ตามที่แบรนด์จ้าง — ถ้าเป็นการรับจ้างทำของโดยใช้แรงงานตัวเองเป็นหลัก ไม่มีลูกทีม ไม่มีต้นทุนอุปกรณ์มาก มักถือเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(2) (รับทำงานให้)
  • ทำเป็นธุรกิจเต็มตัว มีทีมงาน มีอุปกรณ์ มีสตูดิโอ รับงานหลากหลาย — เข้าข่ายเงินได้ตาม มาตรา 40(8) (ธุรกิจ พาณิชย์) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้
  • ค่าโฆษณาจาก YouTube / TikTok / Facebook (ส่วนแบ่งรายได้แพลตฟอร์ม) — โดยทั่วไปถือเป็นเงินได้จากกิจการ 40(8) เพราะเป็นรายได้จากการดำเนินช่องอย่างต่อเนื่อง
  • ค่าคอมมิชชันจากลิงก์แอฟฟิลิเอต — เป็นค่านายหน้า จัดเป็น 40(2)
  • ขายสินค้าของตัวเอง (merch, คอร์ส, สินค้า) — เป็นเงินได้จากการค้าขาย 40(8)

เส้นแบ่งระหว่าง 40(2) กับ 40(8) ไม่ได้ตายตัว ดูที่ข้อเท็จจริงว่าคุณลงทุนและมีต้นทุนดำเนินงานจริงแค่ไหน ถ้าค่าใช้จ่ายจริงของคุณสูงกว่าอัตราเหมา การจัดเป็น 40(8) และหักตามจริงมักได้เปรียบกว่า

แหล่งรายได้ครีเอเตอร์ประเภทเงินได้จุดที่ต้องจำ
ค่าจ้างรีวิว/โพสต์เดี่ยวตามที่แบรนด์จ้าง40(2) รับทำงานให้ใช้แรงงานตัวเองเป็นหลัก ไม่มีลูกทีม/ต้นทุนมาก
ค่าคอมมิชชันจากลิงก์แอฟฟิลิเอต40(2) ค่านายหน้าจัดเป็นเงินได้ประเภทเดียวกับรับทำงานให้
ส่วนแบ่งโฆษณา YouTube / TikTok / Facebook40(8) กิจการรายได้จากการดำเนินช่องอย่างต่อเนื่อง
ทำคอนเทนต์เป็นธุรกิจ มีทีม/สตูดิโอ40(8) ธุรกิจ พาณิชย์หักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ ถ้ามีเอกสาร
ขายสินค้าของตัวเอง (merch, คอร์ส)40(8) การค้าขายอย่าลืมนับยอดรวมเข้าเส้น VAT 1.8 ล้าน
ของสปอนเซอร์/ทริปฟรีที่มีเงื่อนไขทำคอนเทนต์นับมูลค่าเป็นเงินได้เก็บหลักฐานมูลค่าและข้อตกลงไว้เสมอ

สรุปการจัดประเภทเงินได้ตามแหล่งรายได้จากเนื้อหาด้านบน — เส้นแบ่งจริงดูที่ข้อเท็จจริงของต้นทุนและรูปแบบการทำงาน ไม่ใช่ชื่อเรียกอาชีพ

ทำไมการจัดประเภทถึงสำคัญ เงินได้ 40(2) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้เพียง 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วน 40(8) หักตามจริงได้ทั้งจำนวน (ถ้ามีเอกสาร) หรือเลือกเหมาในบางกิจการ ครีเอเตอร์ที่มีต้นทุนสูงจึงมักเสียเปรียบถ้าถูกจัดเป็น 40(2) ทั้งก้อน

ของสปอนเซอร์ ของแถม ทริปฟรี — ตีเป็นรายได้ด้วยไหม

คำตอบสั้น ๆ คือ ใช่ในหลายกรณี หลักคือ ถ้าคุณได้ของหรือบริการมาโดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำคอนเทนต์ให้ ถือเป็นค่าตอบแทนที่ต้องนำมูลค่ามารวมเป็นเงินได้ ไม่ต่างจากได้เงินสด

  • สินค้าที่แบรนด์ส่งให้รีวิวและให้เก็บไว้ — ถ้ามีข้อตกลงให้โพสต์ ถือเป็นรายได้ตามราคาตลาดของสินค้านั้น
  • ทริปที่แบรนด์ออกค่าใช้จ่ายเพื่อแลกกับคอนเทนต์ — มูลค่าที่ประเมินได้นับเป็นเงินได้
  • ของที่ส่งมาให้เฉย ๆ ไม่มีเงื่อนไข ไม่ได้ตกลงจะรีวิว — กรณีนี้ก้ำกึ่ง โดยทั่วไปของขวัญตามธรรมจรรยาในโอกาสอันควรอาจไม่ถือเป็นเงินได้ แต่ถ้าเป็นแพ็กเกจมูลค่าสูงและมีความสัมพันธ์เชิงธุรกิจชัดเจน สรรพากรมองเป็นค่าตอบแทนได้

ในทางปฏิบัติ ให้เก็บหลักฐานมูลค่าและข้อตกลงไว้เสมอ เพราะถ้าถูกตรวจ คุณคือคนที่ต้องพิสูจน์ว่าของชิ้นนั้นไม่ใช่ค่าจ้าง

หัก ณ ที่จ่าย 3% ที่แบรนด์หักไป ไม่ใช่ภาษีที่จบแล้ว

เวลาแบรนด์หรือเอเจนซีจ่ายค่าจ้างให้คุณ เขามักหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ (ค่าบริการ/รับจ้างทำของทั่วไปมักหัก 3%) แล้วออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ ครีเอเตอร์หน้าใหม่จำนวนมากเข้าใจผิดว่า "ถูกหักแล้ว = จบแล้ว" ซึ่งผิด

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือการจ่ายภาษีล่วงหน้า ไม่ใช่ภาษีสุดท้าย ปลายปีคุณยังต้องเอารายได้ทั้งหมดมารวมยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณภาษีตามขั้นบันได แล้วเอายอดที่ถูกหักไว้ทั้งปีมาหักออก ถ้าหักไว้เกินก็ขอคืนได้ ถ้าหักไว้น้อยกว่าที่ต้องเสียก็จ่ายเพิ่ม ดังนั้นเก็บใบ 50 ทวิ ทุกใบให้ครบ เพราะมันคือเครดิตภาษีของคุณ

เก็บ 50 ทวิ ให้เป็นระบบตั้งแต่ต้นปี เปิดโฟลเดอร์แยกตามเดือน สแกนใบหัก ณ ที่จ่ายทันทีที่ได้รับ และจดยอดสะสมไว้ พอถึงเวลายื่นคุณจะเห็นภาพว่าถูกหักไปแล้วเท่าไหร่ และควรกันเงินสำรองไว้จ่ายเพิ่มหรือไม่ — ครีเอเตอร์รายได้สูงมักถูกหักไว้แค่ 3% แต่ฐานภาษีจริงพุ่งถึง 20–35%

40(2) กับ 40(8) หักค่าใช้จ่ายต่างกันคนละโลก

นี่คือหัวใจของการวางแผนภาษีอินฟลูฯ ยิ่งคุณมีต้นทุนจริงสูง (กล้อง ไฟ ตัดต่อ ค่าจ้างทีม ค่าเดินทาง ค่าโฆษณาโปรโมตโพสต์) ยิ่งควรผลักตัวเองไปเป็นกิจการ 40(8) และทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างจริงจัง

ประเภทเงินได้ตัวอย่างรายได้การหักค่าใช้จ่าย
40(2) รับทำงานให้ค่าจ้างรีวิวเดี่ยว, ค่านายหน้าแอฟฟิลิเอตเหมา 50% แต่รวมกับ 40(1) ไม่เกิน 100,000 บาท
40(8) ธุรกิจ/พาณิชย์รายได้ช่อง YouTube, ทำคอนเทนต์เป็นกิจการ, ขายสินค้า/คอร์สหักตามจริงตามเอกสาร หรือเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนดในบางกิจการ

ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง อัตราเหมาค่าใช้จ่ายของแต่ละกิจการอ้างอิงพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง

คำแนะนำตรง ๆ คือ ถ้ารายได้ต่อปีของคุณเริ่มแตะหลักล้าน อย่าหักเหมาแบบขี้เกียจ ลงทุนทำบัญชีตามจริง เก็บใบเสร็จค่าอุปกรณ์และค่าจ้างทีมให้ครบ เพราะส่วนต่างภาษีมักมากกว่าค่าจ้างนักบัญชีหลายเท่า อยากเห็นภาพว่าฐานภาษีขั้นบันไดกระทบยอดสุทธิยังไง ลองกดที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ดูก่อน

จดทะเบียนพาณิชย์และ VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน

ถ้าคุณทำคอนเทนต์เป็นอาชีพจริงจัง ควรจดทะเบียนพาณิชย์ให้ถูกต้อง และมีเส้นสำคัญอีกเส้นที่ห้ามมองข้าม

เมื่อรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกินเพดาน เมื่อจดแล้วต้อง

  • ออกใบกำกับภาษีและเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า (แบรนด์/เอเจนซี)
  • ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนที่ไม่มีรายได้
  • นำภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีมาหักได้

ครีเอเตอร์หลายคนกลัวคำว่า VAT แต่ความจริงคือ เมื่อลูกค้าหลักเป็นบริษัทที่จด VAT อยู่แล้ว การที่คุณจด VAT ไม่ได้ทำให้เขาแพงขึ้นจริง เพราะเขาเอาภาษีซื้อไปหักได้ สิ่งที่ต้องระวังกว่าคืออย่ารู้ตัวช้า — ถ้ารายได้ทะลุ 1.8 ล้านแล้วไม่จด อาจโดนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลัง

เส้น 1.8 ล้านคำนวณจากรายได้ ไม่ใช่กำไร อย่าคิดว่า "หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือไม่ถึงล้านแปด เลยไม่ต้องจด" — เพดาน VAT ดูจากยอดรายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย ครีเอเตอร์ที่มีต้นทุนสูงจึงถึงเส้นเร็วกว่าที่คิด ตรวจยอดสะสมทุกไตรมาส
ย้ำ 3 ประเด็นก่อนตัดสินใจ
1

แยกให้ออกว่ารายได้เป็น 40(2) (รับจ้างเดี่ยว/นายหน้า) หรือ 40(8) (ทำเป็นกิจการ) เพราะหักค…

2

ของสปอนเซอร์/ทริปฟรีที่มีเงื่อนไขให้ทำคอนเทนต์ ต้องนับมูลค่าเป็นรายได้เหมือนได้เงินสด

3

หัก ณ ที่จ่าย 3% คือจ่ายภาษีล่วงหน้า ไม่ใช่จบ — ปลายปีต้องรวมยื่นตามขั้นบันได เก็บใบ 50 …

แพลตฟอร์มต่างประเทศและวิธียื่นจริง

รายได้จาก Google AdSense (YouTube), TikTok, หรือแพลตฟอร์มต่างชาติ ที่โอนเข้าบัญชีคุณในไทย ถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำมายื่นเช่นกัน อย่าเข้าใจผิดว่า "เงินมาจากต่างประเทศเลยไม่ต้องเสีย" — สำหรับผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยที่นำเงินได้เข้ามา หลักการนำส่งภาษีเปลี่ยนไปตามการตีความล่าสุด เราสรุปประเด็นนี้ไว้ใน ภาษีเงินได้จากต่างประเทศ และเรื่องเกณฑ์ 180 วันใน ถิ่นที่อยู่ทางภาษี 180 วัน

ขั้นตอนยื่นจริงสำหรับครีเอเตอร์ทั่วไป

  • รวบรวมรายได้ทุกช่องทางทั้งปี — ค่าจ้างรีวิว, ส่วนแบ่งแพลตฟอร์ม, แอฟฟิลิเอต, มูลค่าของสปอนเซอร์ที่ต้องนับ
  • รวมใบ 50 ทวิ ทุกใบ เพื่อใช้เป็นเครดิตภาษี
  • ยื่น ภ.ง.ด.90 (มีเงินได้หลายประเภท) ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรภายในกำหนด
  • ถ้ามีเงินได้ 40(5)–(8) ครึ่งปี อาจต้องยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปีด้วย

ถ้าเพิ่งเริ่มและยังงงกับการยื่นออนไลน์ อ่าน คู่มือยื่นภาษีออนไลน์ e-Filing ประกอบ และถ้ารายได้เริ่มหลากหลายจากหลายแหล่ง คนมีหลายรายได้ยื่นภาษียังไง จะช่วยจัดระเบียบให้

ประเมินภาษีที่ต้องจ่ายก่อนสิ้นปี จะได้ไม่ช็อก

กรอกรายได้รวมและค่าใช้จ่ายที่หักได้ เครื่องคำนวณจะบอกฐานภาษีสูงสุดและยอดที่ควรกันสำรองไว้ เทียบกับยอดที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว

คำนวณภาษีของคุณ
รายได้เริ่มหลักล้าน อยากทำบัญชีให้ถูกและหักค่าใช้จ่ายได้เต็ม?

ใช้บริการทำบัญชีและวางระบบภาษีสำหรับครีเอเตอร์ ช่วยจัดประเภทเงินได้ เก็บใบกำกับภาษี และเตรียมยื่น VAT ให้ตรงเวลา

ปรึกษาบริการทำบัญชี
สรุปให้จำง่าย แยกให้ออกว่ารายได้เป็น 40(2) หรือ 40(8) เพราะกระทบค่าใช้จ่ายที่หักได้ นับมูลค่าของสปอนเซอร์เป็นรายได้ เก็บใบ 50 ทวิ ทุกใบเป็นเครดิต จับตาเส้น VAT 1.8 ล้านจากยอดรายรับ และยื่น ภ.ง.ด.90 (พร้อม ภ.ง.ด.94 กลางปีถ้าเข้าเกณฑ์) ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนยื่น
ภาษี · อาชีพใหม่อ่านจบแล้ว ลองใช้เครื่องมือคำนวณของเราต่อ หรือดูบทความแนะนำในแถบข้าง