- แยกให้ออกว่ารายได้เป็น 40(2) (รับจ้างเดี่ยว/นายหน้า) หรือ 40(8) (ทำเป็นกิจการ) เพราะหักค่าใช้จ่ายต่างกันคนละโลก
- ของสปอนเซอร์/ทริปฟรีที่มีเงื่อนไขให้ทำคอนเทนต์ ต้องนับมูลค่าเป็นรายได้เหมือนได้เงินสด
- หัก ณ ที่จ่าย 3% คือจ่ายภาษีล่วงหน้า ไม่ใช่จบ — ปลายปีต้องรวมยื่นตามขั้นบันได เก็บใบ 50 ทวิ ทุกใบไว้เป็นเครดิต
- รายรับเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน (นับจากยอดรายรับ ไม่ใช่กำไร)
อาชีพครีเอเตอร์โตเร็วกว่าที่กฎหมายภาษีจะตามทัน แต่กรมสรรพากรตามทันแล้ว — ทุกวันนี้เม็ดเงินโฆษณาที่แบรนด์จ่ายให้อินฟลูเอนเซอร์วิ่งผ่านระบบที่ตรวจสอบย้อนได้เกือบทั้งหมด ทั้งใบหัก ณ ที่จ่าย ยอดโอนเข้าบัญชี และรายงานจากเอเจนซี ปัญหาที่เจอบ่อยจึงไม่ใช่ "หนีภาษีไม่ได้" แต่เป็น คนทำคอนเทนต์จำนวนมากไม่รู้ว่ารายได้ของตัวเองเป็นเงินได้ประเภทไหน เลยหักค่าใช้จ่ายผิด ยื่นผิดช่อง และจ่ายเกินหรือขาดโดยไม่ตั้งใจ
บทความนี้แยกรายได้อินฟลูฯ ออกเป็นชิ้น ๆ แล้วบอกว่าแต่ละชิ้นเสียภาษียังไง หักอะไรได้บ้าง และเส้นไหนที่พอข้ามแล้วชีวิตเปลี่ยน (เช่นเพดาน VAT 1.8 ล้าน) ตัวเลขและเกณฑ์ทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนยื่นจริง เพราะแนวปฏิบัติเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลปรับได้ทุกปี
รายได้อินฟลูฯ มีกี่แบบ และแต่ละแบบคือเงินได้ประเภทไหน
กุญแจของเรื่องนี้คือ ประมวลรัษฎากรแบ่งเงินได้เป็น 8 ประเภท และค่าใช้จ่ายที่หักได้ขึ้นอยู่กับประเภท ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่าเงินเข้าบัญชีเท่าไหร่ รายได้ของครีเอเตอร์ส่วนใหญ่ตกอยู่ในสองประเภทหลัก คือ 40(2) และ 40(8)
- ค่าจ้างรีวิว/โพสต์เดี่ยว ๆ ตามที่แบรนด์จ้าง — ถ้าเป็นการรับจ้างทำของโดยใช้แรงงานตัวเองเป็นหลัก ไม่มีลูกทีม ไม่มีต้นทุนอุปกรณ์มาก มักถือเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(2) (รับทำงานให้)
- ทำเป็นธุรกิจเต็มตัว มีทีมงาน มีอุปกรณ์ มีสตูดิโอ รับงานหลากหลาย — เข้าข่ายเงินได้ตาม มาตรา 40(8) (ธุรกิจ พาณิชย์) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้
- ค่าโฆษณาจาก YouTube / TikTok / Facebook (ส่วนแบ่งรายได้แพลตฟอร์ม) — โดยทั่วไปถือเป็นเงินได้จากกิจการ 40(8) เพราะเป็นรายได้จากการดำเนินช่องอย่างต่อเนื่อง
- ค่าคอมมิชชันจากลิงก์แอฟฟิลิเอต — เป็นค่านายหน้า จัดเป็น 40(2)
- ขายสินค้าของตัวเอง (merch, คอร์ส, สินค้า) — เป็นเงินได้จากการค้าขาย 40(8)
เส้นแบ่งระหว่าง 40(2) กับ 40(8) ไม่ได้ตายตัว ดูที่ข้อเท็จจริงว่าคุณลงทุนและมีต้นทุนดำเนินงานจริงแค่ไหน ถ้าค่าใช้จ่ายจริงของคุณสูงกว่าอัตราเหมา การจัดเป็น 40(8) และหักตามจริงมักได้เปรียบกว่า
| แหล่งรายได้ครีเอเตอร์ | ประเภทเงินได้ | จุดที่ต้องจำ |
|---|---|---|
| ค่าจ้างรีวิว/โพสต์เดี่ยวตามที่แบรนด์จ้าง | 40(2) รับทำงานให้ | ใช้แรงงานตัวเองเป็นหลัก ไม่มีลูกทีม/ต้นทุนมาก |
| ค่าคอมมิชชันจากลิงก์แอฟฟิลิเอต | 40(2) ค่านายหน้า | จัดเป็นเงินได้ประเภทเดียวกับรับทำงานให้ |
| ส่วนแบ่งโฆษณา YouTube / TikTok / Facebook | 40(8) กิจการ | รายได้จากการดำเนินช่องอย่างต่อเนื่อง |
| ทำคอนเทนต์เป็นธุรกิจ มีทีม/สตูดิโอ | 40(8) ธุรกิจ พาณิชย์ | หักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ ถ้ามีเอกสาร |
| ขายสินค้าของตัวเอง (merch, คอร์ส) | 40(8) การค้าขาย | อย่าลืมนับยอดรวมเข้าเส้น VAT 1.8 ล้าน |
| ของสปอนเซอร์/ทริปฟรีที่มีเงื่อนไขทำคอนเทนต์ | นับมูลค่าเป็นเงินได้ | เก็บหลักฐานมูลค่าและข้อตกลงไว้เสมอ |
สรุปการจัดประเภทเงินได้ตามแหล่งรายได้จากเนื้อหาด้านบน — เส้นแบ่งจริงดูที่ข้อเท็จจริงของต้นทุนและรูปแบบการทำงาน ไม่ใช่ชื่อเรียกอาชีพ
ของสปอนเซอร์ ของแถม ทริปฟรี — ตีเป็นรายได้ด้วยไหม
คำตอบสั้น ๆ คือ ใช่ในหลายกรณี หลักคือ ถ้าคุณได้ของหรือบริการมาโดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำคอนเทนต์ให้ ถือเป็นค่าตอบแทนที่ต้องนำมูลค่ามารวมเป็นเงินได้ ไม่ต่างจากได้เงินสด
- สินค้าที่แบรนด์ส่งให้รีวิวและให้เก็บไว้ — ถ้ามีข้อตกลงให้โพสต์ ถือเป็นรายได้ตามราคาตลาดของสินค้านั้น
- ทริปที่แบรนด์ออกค่าใช้จ่ายเพื่อแลกกับคอนเทนต์ — มูลค่าที่ประเมินได้นับเป็นเงินได้
- ของที่ส่งมาให้เฉย ๆ ไม่มีเงื่อนไข ไม่ได้ตกลงจะรีวิว — กรณีนี้ก้ำกึ่ง โดยทั่วไปของขวัญตามธรรมจรรยาในโอกาสอันควรอาจไม่ถือเป็นเงินได้ แต่ถ้าเป็นแพ็กเกจมูลค่าสูงและมีความสัมพันธ์เชิงธุรกิจชัดเจน สรรพากรมองเป็นค่าตอบแทนได้
ในทางปฏิบัติ ให้เก็บหลักฐานมูลค่าและข้อตกลงไว้เสมอ เพราะถ้าถูกตรวจ คุณคือคนที่ต้องพิสูจน์ว่าของชิ้นนั้นไม่ใช่ค่าจ้าง
หัก ณ ที่จ่าย 3% ที่แบรนด์หักไป ไม่ใช่ภาษีที่จบแล้ว
เวลาแบรนด์หรือเอเจนซีจ่ายค่าจ้างให้คุณ เขามักหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ (ค่าบริการ/รับจ้างทำของทั่วไปมักหัก 3%) แล้วออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ ครีเอเตอร์หน้าใหม่จำนวนมากเข้าใจผิดว่า "ถูกหักแล้ว = จบแล้ว" ซึ่งผิด
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือการจ่ายภาษีล่วงหน้า ไม่ใช่ภาษีสุดท้าย ปลายปีคุณยังต้องเอารายได้ทั้งหมดมารวมยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณภาษีตามขั้นบันได แล้วเอายอดที่ถูกหักไว้ทั้งปีมาหักออก ถ้าหักไว้เกินก็ขอคืนได้ ถ้าหักไว้น้อยกว่าที่ต้องเสียก็จ่ายเพิ่ม ดังนั้นเก็บใบ 50 ทวิ ทุกใบให้ครบ เพราะมันคือเครดิตภาษีของคุณ
40(2) กับ 40(8) หักค่าใช้จ่ายต่างกันคนละโลก
นี่คือหัวใจของการวางแผนภาษีอินฟลูฯ ยิ่งคุณมีต้นทุนจริงสูง (กล้อง ไฟ ตัดต่อ ค่าจ้างทีม ค่าเดินทาง ค่าโฆษณาโปรโมตโพสต์) ยิ่งควรผลักตัวเองไปเป็นกิจการ 40(8) และทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างจริงจัง
| ประเภทเงินได้ | ตัวอย่างรายได้ | การหักค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|
| 40(2) รับทำงานให้ | ค่าจ้างรีวิวเดี่ยว, ค่านายหน้าแอฟฟิลิเอต | เหมา 50% แต่รวมกับ 40(1) ไม่เกิน 100,000 บาท |
| 40(8) ธุรกิจ/พาณิชย์ | รายได้ช่อง YouTube, ทำคอนเทนต์เป็นกิจการ, ขายสินค้า/คอร์ส | หักตามจริงตามเอกสาร หรือเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนดในบางกิจการ |
ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569 โปรดตรวจสอบอีกครั้ง อัตราเหมาค่าใช้จ่ายของแต่ละกิจการอ้างอิงพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง
คำแนะนำตรง ๆ คือ ถ้ารายได้ต่อปีของคุณเริ่มแตะหลักล้าน อย่าหักเหมาแบบขี้เกียจ ลงทุนทำบัญชีตามจริง เก็บใบเสร็จค่าอุปกรณ์และค่าจ้างทีมให้ครบ เพราะส่วนต่างภาษีมักมากกว่าค่าจ้างนักบัญชีหลายเท่า อยากเห็นภาพว่าฐานภาษีขั้นบันไดกระทบยอดสุทธิยังไง ลองกดที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ดูก่อน
จดทะเบียนพาณิชย์และ VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน
ถ้าคุณทำคอนเทนต์เป็นอาชีพจริงจัง ควรจดทะเบียนพาณิชย์ให้ถูกต้อง และมีเส้นสำคัญอีกเส้นที่ห้ามมองข้าม
เมื่อรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกินเพดาน เมื่อจดแล้วต้อง
- ออกใบกำกับภาษีและเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า (แบรนด์/เอเจนซี)
- ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนที่ไม่มีรายได้
- นำภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีมาหักได้
ครีเอเตอร์หลายคนกลัวคำว่า VAT แต่ความจริงคือ เมื่อลูกค้าหลักเป็นบริษัทที่จด VAT อยู่แล้ว การที่คุณจด VAT ไม่ได้ทำให้เขาแพงขึ้นจริง เพราะเขาเอาภาษีซื้อไปหักได้ สิ่งที่ต้องระวังกว่าคืออย่ารู้ตัวช้า — ถ้ารายได้ทะลุ 1.8 ล้านแล้วไม่จด อาจโดนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลัง
แยกให้ออกว่ารายได้เป็น 40(2) (รับจ้างเดี่ยว/นายหน้า) หรือ 40(8) (ทำเป็นกิจการ) เพราะหักค…
ของสปอนเซอร์/ทริปฟรีที่มีเงื่อนไขให้ทำคอนเทนต์ ต้องนับมูลค่าเป็นรายได้เหมือนได้เงินสด
หัก ณ ที่จ่าย 3% คือจ่ายภาษีล่วงหน้า ไม่ใช่จบ — ปลายปีต้องรวมยื่นตามขั้นบันได เก็บใบ 50 …
แพลตฟอร์มต่างประเทศและวิธียื่นจริง
รายได้จาก Google AdSense (YouTube), TikTok, หรือแพลตฟอร์มต่างชาติ ที่โอนเข้าบัญชีคุณในไทย ถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำมายื่นเช่นกัน อย่าเข้าใจผิดว่า "เงินมาจากต่างประเทศเลยไม่ต้องเสีย" — สำหรับผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยที่นำเงินได้เข้ามา หลักการนำส่งภาษีเปลี่ยนไปตามการตีความล่าสุด เราสรุปประเด็นนี้ไว้ใน ภาษีเงินได้จากต่างประเทศ และเรื่องเกณฑ์ 180 วันใน ถิ่นที่อยู่ทางภาษี 180 วัน
ขั้นตอนยื่นจริงสำหรับครีเอเตอร์ทั่วไป
- รวบรวมรายได้ทุกช่องทางทั้งปี — ค่าจ้างรีวิว, ส่วนแบ่งแพลตฟอร์ม, แอฟฟิลิเอต, มูลค่าของสปอนเซอร์ที่ต้องนับ
- รวมใบ 50 ทวิ ทุกใบ เพื่อใช้เป็นเครดิตภาษี
- ยื่น ภ.ง.ด.90 (มีเงินได้หลายประเภท) ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรภายในกำหนด
- ถ้ามีเงินได้ 40(5)–(8) ครึ่งปี อาจต้องยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปีด้วย
ถ้าเพิ่งเริ่มและยังงงกับการยื่นออนไลน์ อ่าน คู่มือยื่นภาษีออนไลน์ e-Filing ประกอบ และถ้ารายได้เริ่มหลากหลายจากหลายแหล่ง คนมีหลายรายได้ยื่นภาษียังไง จะช่วยจัดระเบียบให้
กรอกรายได้รวมและค่าใช้จ่ายที่หักได้ เครื่องคำนวณจะบอกฐานภาษีสูงสุดและยอดที่ควรกันสำรองไว้ เทียบกับยอดที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว
ใช้บริการทำบัญชีและวางระบบภาษีสำหรับครีเอเตอร์ ช่วยจัดประเภทเงินได้ เก็บใบกำกับภาษี และเตรียมยื่น VAT ให้ตรงเวลา